
(20 ก.พ. 2569) ที่พรรคภูมิใจไทย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ภท. กล่าวถึงกรณีหากไทม์ไลน์การตั้งรัฐบาลยืดออกไป จะทำให้การขับเคลื่อนของพรรค ภท. ช้าไปหรือไม่ ว่า ในเชิงการทำงานพรรค ภท. ปัจจุบันยังทำงานกันอยู่ รัฐมนตรีทุกคนในรัฐบาลรักษาการยังทำงานอยู่ ในเชิงแผนงานอาจส่งผลในเชิงความคล่องตัว แต่เราได้หาข้อมูลและเตรียมแผนอยู่แล้ว
เมื่อถามย้ำว่า หากไทม์ไลน์เลื่อนออกไป งานด้านเศรษฐกิจจะไม่เป็นไปตามเป้าหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า มันก็มีความเป็นไปได้ แต่หลายสิ่งหลายอย่าง จีดีพีที่โต 2.5 และในแผนระยะยาวขณะนี้ได้เพิ่มไปแล้ว ซึ่งยอมรับว่าอาจมีโอกาสส่งผล แต่ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎกติกาในเรื่องของการรับรองผลเลือกตั้ง เมื่อถามว่า การฟื้นฟูเศรษฐกิจปีหน้าจะเป็นไปตามเป้าที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ระบุจะโตเกิน 3% นายไชยชนก กล่าวว่า ตนยอมรับว่าถ้าสถานการณ์ปกติไม่น่ายาก แต่เมื่อสถานการณ์โลกเป็นเช่นนี้จะพยายามให้เต็มที่ เชื่อว่าทีมบริหารทุกคนมีเป้าหมายที่เตรียมจะดำเนินการอยู่แล้ว โดยยาแรงที่จะเริ่มดำเนินการทันทีเมื่อจัดตั้งรัฐบาลคือ โครงการคนละครึ่งพลัส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะเปิดลงทะเบียนใหม่ รวมถึงกิโยตินกฎหมาย โดยจะนำนักกฎหมายและนักวิชาการอิสระมาร่วมดำเนินการ เชื่อว่าหากเป็นไปตามแผน 2 ปีหลังตั้งรัฐบาลจะฟื้นฟูเศรษฐกิจได้มหศาล
ขณะนี้กรณีของพรรคกล้าธรรม ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า จุดยืนเราเหมือนเดิมคือ รอการยืนอย่างจาก กกต. เวลานี้จนถึงวันนั้นก็เปิดให้ทุกพรรคมาแสดงจุดยืน ส่วนกรณีที่นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค กธ.ระบุว่าไม่มีที่ไหนในโลกมาโหวตเลือกนายกฯก่อนแล้วมาคุยเรื่องตั้งรัฐบาลนั้น อันนั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่เราบอกว่าให้โหวตก่อน แต่เราบอกว่าเราเปิดรับเจตนาที่จะสนับสนุนนายอนุทินกับทุกพรรค ไม่ได้มีการยื่นข้อเสนอให้พรรคใด
เมื่อถามถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ. บอกว่าไม่ยึดติดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ถ้าใครมาทำงานก็ยากเพราะไม่ได้ทำงานอยู่ห้องแอร์เหมือนกระทรวงพาณิชย์ นายไชยชนก กล่าวว่า ตนคิดว่าทุกกระทรวงมีความท้าทาย และผู้บริหารทุกคนมีความสามารถและบุคลิกการทำงานที่แตกต่างกัน สุดท้ายก็อยู่ที่ผลงาน ขอให้มองที่ผลงาน และส่วนตัวไม่มีประสบการณ์ในกระทรวงเกษตรฯ คงบอกไม่ได้ว่าสิ่งที่ ร.อ.ธรรมนัสพูดเป็นอย่างไร ฉะนั้น ขอรอดูว่าใครจะมานั่ง
เมื่อถามถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส ระบุยามแรกรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน ตอนนี้พรรค ภท.กับพรรค กธ.ยังหวานกันอยู่หรือไม่ นายไชยชนก หัวเราะและกล่าวว่า "ผมว่า กลางๆ มาโดยตลอด สำหรับผมการเมืองไม่เคยหวานเลยสำหรับผม"
เมื่อถามว่า หากพรรค กธ.ไม่ได้ดูแลกระทรวงเกษตรฯกังวลว่าจะมีการวางงานหรือไม่ หรือข้าราชการจะไม่ให้การตอบรับหรือสนองนโยบาย นายไชยชนก กล่าวว่า ตนไม่กังวล เพราะจากที่เป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มา ก็สัมผัสได้ว่าบางทีก็มีความลำบากเวลาเปลี่ยนรัฐบาล แต่ถ้าเราเจตนาที่ดีในการมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประชาชน ท้ายที่สุดจะทำได้ และเวลาจะพิสูจน์ และคิดว่ากระทวงเกษตรฯคงไม่แตกต่าง ซึ่งการเข้าไปใหม่ก็ต้องมีสิ่งที่เราต้องไปทำความเข้าใจศึกษาแนวทางการทำงาน ระบบราชการ โครงการต่างๆ แต่ใครก็ตามที่พร้อมและมีคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีก็สามารถจัดการปัญหาได้
ภายหลังแถลงข่าวเสร็จ ผู้สื่อข่าวได้ถาม เพิ่มเติมว่า เมื่อวานนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้แถลงข่าวว่าผลความสำเร็จของการขายข้าวเป็นฝีมือของตนเองที่ไปประชุมกับที่ประเทศจีน ไม่ใช่กระทรวงพาณิชย์แต่อย่างใดนั้น นายไชยชนก เผยว่า ตนไม่ทราบในรายละเอียด แต่ทราบว่า ร.อ ธรรมนัส ได้ไปที่สาธารณรัฐประชาชนจีนจริง ซึ่งก็ต้องไปดูในรายละเอียด อาจจะเป็นผลประชุมร่วมกันหรือไม่ เพราะทุกกระทรวงมีความเกี่ยวเนื่องกันอยู่ แล้วตนมองว่ามีความเกี่ยวข้องกันทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ได้มองว่า เป็นผลงานของคนใดคนหนึ่งซึ่งเป็นผลงานของรัฐบาล แต่ตนไม่ได้ปฏิเสธความเกี่ยวข้องวิสัยทัศน์และความสามารถของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ทำให้ประเทศไทยมียอดขายข้าวเพิ่มขึ้น
ส่วนการที่ ร.อ.ธรรมนัส ได้แถลงลักษณะนี้ถือว่าเป็นการกั๊กกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือไม่ นายไชยชนก ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว
Advertisement