
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 09.40 น.ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พูดคุยกับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ว่า ยังไม่ได้คุยกันเลย เมื่อคืนพอดีตนมีงานกลับบ้านดึกก็เลยไม่ได้คุย
เมื่อถามถึงกรณีที่ร้อยเอกธรรมไม่ได้ร่วมพิธีพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จังหวัดสงขลา ทั้งที่มีการเลื่อนการประชุม สส.พรรคกล้าธรรม ร้อยเอกธรรม กล่าวว่า ตนได้ยกเลิกไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วเพราะติดงาน
เมื่อถามว่าวันนี้มีสัญญาณในการพูดคุยหารือกันเป็นอย่างไร ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ก็ยังยืนยันคำพูดเมื่อวานนี้(17ก.พ.69)ไม่มีอะไร ณ เวลานี้สิ่งที่เกิดขึ้นในอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยกล่าวไม่มีอะไรมากกว่านั้น
เมื่อถามว่า ณ วันนี้พรรคกล้าธรรมเหมือนจะตกลงกระทรวงแล้วแต่ให้พรรคภูมิใจไทยพิจารณา ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ส่วนของพรรคกล้าธรรมพรุ่งนี้(19ก.พ.69)ประชุม สส. ก่อนที่ตนจะเดินทางไปยุโรปตอนนี้สมองคิดแต่เรื่องแสงสีเขียว ไม่ได้คิดเรื่องอื่น
เมื่อถามต่อว่าตอนนี้กระแสของพรรคกล้าธรรม กลายเป็นพรรคฝ่ายค้านและไม่ได้ร่วมรัฐบาลแล้วตรงนี้มีคำยืนยันจากพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ หรือเป็นเพียงการวิเคราะห์กันไปเอง ร้อยเอกธรรสนัส กล่าวว่า “คือทุกอย่างมันมาจากสื่อมวลชน ส่วนสื่อมวลชนจะได้ยินมาจากท่านใดหรือแหล่งข่าวใด ผมก็ไม่ทราบ แต่สำหรับผม ก่อนร่วมรัฐบาลครั้งที่แล้วผมก็อยู่ในที่ตั้ง ก็ไม่ได้คุยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนางนฤมลกับเลขาธิการพรรค “
ส่วนที่นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ได้มีการพูดคุยกับนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้มีการพูดคุยกับนายไผ่ หรือไม่ว่ามีการแบ่งกระทรวงอย่างไร ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ถ้าสังเกตตนจะไม่เคยออกหน้างาน ถ้ามีอะไรจะคุยหลังไมค์กับเพื่อน ส่วนใหญ่ที่ผ่านมา ก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องหน้างาน แต่หลังไมค์ตนเชื่อว่ายังไม่มีการคุยอะไรทั้งสิ้น สมมติว่าตนเป็นแแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตนจะไม่คุยในเรื่องพวกนี้ มันไวเกินไป ตอนนี้ปัญหาต่างๆการพูดมาก พูดอะไรที่ยังไม่เห็นรูปร่างของ สส. จะผ่าน กกต. จะรับรองหรือไม่ โดยเฉพาะระบบบัญชีรายชื่อยังไม่นิ่ง
ดังนั้นการจะคุยอะไรก็ตาม ถ้าตนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลตนจะนิ่งก่อน ระหว่างนี้ รัฐบาลที่กำลังทำงานอยู่ประชาชน ก็ขาดความเชื่อมั่น ขณะที่ปัญหาก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องประชาชน ภาพลวงตาความเป็นจริงของสังคม เรารู้ว่าประชาชนเดือดร้อนขนาดไหน
และเมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ภาพที่ออกมาเดิมพรรคกล้าธรรม เป็นพันธมิตรของรัฐบาลอยู่แล้ว แต่หลังเลือกตั้งแนวโน้มน่าจะเป็นพรรคแรกที่ร่วมรัฐบาล แต่พรรคภูมิใจไทยเลือกที่จะคุยกับพรรคเพื่อไทย จึงถูกมองว่าไม่เอาพรรคกล้าธรรม ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า “เราก็เจอกันทุกวันอังคาร ทำไมต้องไปนั่งคุยกันหน้างานใช่ไหมครับ”
เมื่อถามต่อว่าการที่ไปคุยกันที่พรรค มีการแถลงข่าวจับมือ จะทำงานร่วมกัน ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า เราไม่เคยทำแบบนั้น พร้อมย้อนกลับผู้สื่อข่าวว่าพรรคกล้าธรรมเคยทำแบบนั้นหรือ
ผู้สื่อข่าวจึงถามอีกว่าพรรคกล้าธรรม จะต้องรออย่างเดียวให้เขามาพูดจะไม่จะไม่ไปพูดก่อนใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า เราอยู่ในรัฐบาล 2 พรรคคือพรรคภูมิใจไทย กับพรรคกล้าธรรม ส่วนพรรคอื่นไม่ได้นั่งอยู่ในรัฐบาล หลักการมีแค่นี้เอง สิ่งสำคัญสิ่งสำคัญที่สุด ณ เวลานี้อยากให้สื่อมวลชนสนใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้น ในการเลือกตั้งครั้งนี้กรรมการคือ กกต. จะแก้ไขปัญหาอย่างไร ทั้งเรื่องบัตรเขย่ง เรื่องบาร์โค้ด ที่สังคมให้ความสนใจ เราน่าจะสนใจมากกว่าเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล รัฐบาลจะมีไวมีช้า เวลานี้ก็มีรัฐบาลบริหารบ้านเมืองอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าการที่ร้อยเอกธรรมนัส ตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศในช่วงนี้ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่าเป็นการตัดสินใจล่วงหน้าวางแผนมาเป็นปี จะไปดูแสงสีเขียวกับครอบครัว
เมื่อถามต่ออีกว่าสถานการณ์การเมืองขณะนี้มันยังไม่นิ่ง ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า “ ผมไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้ จะสังเกตว่าเวลาผมให้สัมภาษณ์ผมจะชิลล์ๆไม่ได้เอะอะโวยวายเหมือนสมัยก่อน ”
ส่วนที่หลายคนแซวว่าการเดินทางไปยุโรปอาจจะเป็นการเดินทางไปพักใจ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ผมเดินทางไปทุกปีช่วงนี้เป็นการไปพักผ่อนแพลนล่วงหน้าอยู่แล้ว
และเมื่อถามว่าร้อยเอกธรรมนัส เป็นผู้นำพรรคขณะที่สถานการณ์ยังไม่นิ่ง ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวพรุ่งนี้จะเป็นการประชุมพรรค เป็นการประชุมปกติหลังเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่ได้แสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง และผู้สมัครแถวสองแถวสาม ก็ต้องพบกับทุกคน พรรคนี้ไม่มีทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ใช่สอบไม่ผ่านแล้วทิ้งเลย ไม่ใช่สไตล์ของพรรคกล้าธรรม สิ่งสำคัญพรุ่งนี้ตนจะพูดคุยกับ สส.ก่อนเดินทาง
และเมื่อถามถึงเสียงสะท้อนจากว่าที่ สส. อยากให้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ร่วม ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่คุย พรุ่งนี้จะเป็นการคุยเรื่องของการเลือกตั้งที่ต้องใช้ระยะเวลา 60 วันในการพิจารณารับรอง สส. และจะเป็นการให้ความรู้ สส.ใหม่ว่า ต้องระวังจะทำอะไรก็ตามในการลงพื้นที่เพราะว่าหลายคนดีใจเกินไป พอผ่านการเลือกตั้งแล้วก็ลืม กฎระเบียบหรือกติกา ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ว่าสิ่งไหนที่ต้องห้ามสิ่งไหนที่ทำได้เป็นเรื่องสำคัญ
เมื่อถามว่านโยบายสำคัญของพรรคกล้าธรรม คือเรื่องการปฏิรูปที่ดิน เรื่อง สปก. ถ้าสมมติว่าไม่ได้อยู่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะกระทบกับการทำงานของพรรคกล้าธรรม ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า “ เพราะว่าเราเอาใจไปผูกจะต้องอยู่ตรงนั้นตรงนี้ทำให้คิดมากแต่การเป็น สส. การเป็นสถาบันการเมือง เราสามารถขับเคลื่อนได้ตลอดเวลา ผมอยู่รัฐบาลในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาผมก็เคยเป็นฝ่ายค้านมาก่อน และทำได้ดีด้วย ”
และเมื่อถามย้ำว่า ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาล เป็นฝ่ายค้านการทำงานของพรรคกล้าธรรมจะกระทบหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า สิ่งสำคัญการเป็นนักการเมืองความสำเร็จอยู่ที่การเลือกตั้ง เลือกตั้งวางเท่าไหร่เราทำได้เท่านั้น ผมพูดเสมอว่าขอเป็นส่วนหนึ่ง 10-15% ของคนฐานราก ขับเคลื่อนให้สส.เข้าไปพูดในสภา ถ้ามีโอกาสเป็นรัฐบาลก็จะนำสิ่งที่ที่ตนหาเสียงรับปากประชาชนไว้ นำนโยบายขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม แต่ว่าวันหนึ่ง ถ้าเราไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลได้ เราก็ขับเคลื่อนโดยใช้สภา ซึ่งสภามีคณะกรรมาธิการต่างๆในการทำหน้าที่ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ทำได้หลายอย่างแต่
ถ้าเราอยู่ในรัฐบาลสมมตินะครับ เดี๋ยวไปตีความว่าเตรียมตัวเป็นฝ่ายค้านอีก นี่สามวันตื่นเช้ามาดูโทรศัพท์ มีแต่โน่นนี่ สามกระทรวงสี่กระทรวง ซึ่งเราไม่เคยคุยนะ อย่าเอาข่าวไปตีแบบนั้น ไม่ทราบว่าเอาแหล่งข่าวจากไหน แต่สำหรับผมไม่มี
จากนั้นร้อยเอกนัสธรรมนัส ได้ถามผู้สื่อข่าวว่าวันนี้จะจะถามอีกไหมเช้าสายบ่ายเย็น ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่า เอา เผื่อสัญญาณเปลี่ยน มีการยกหูโทรศัพท์ ทำให้ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาว่า สัญญาณโทรศัพท์เปิดตลอดเวลา ไม่ได้เปลี่ยนไปไหน
ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่าสัญญาณเปิดทุกเบอร์ใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่าพรุ่งนี้หลังประชุมพรรคคงปิดทุกเบอร์ เพราะว่าไปอยู่ยุโรปแล้ว
ทำให้ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจะไม่ได้เจอกับนายอนุทิน แล้วใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่น่าจะจะได้เจอเพราะประชุมเสร็จตนก็ไปแล้ว
ส่วนจะมีโอกาสโทรศัพท์พูดคุยกับนายอนุทิน ก่อนเดินทางไปหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า “โทรคุยกันมันไม่เหมือนกับเห็นหน้ากัน”
ผู้สื่อข่าวจึงถามต่ออีกว่าจะเดินทางไปกี่วัน ร้อยเอกธรรมนัส จึงถามสื่อว่าอยากให้เดินทางไปกี่วัน
Advertisement