
นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความโปร่งใสของการจัดการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ตนมีข้อคิดเห็นเช่นเดียวกับประชาชนและสื่อมวลชน ที่ตั้งข้อสังเกตต่อความโปร่งใสในการทำงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ครั้งนี้
นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า กกต. จำนวน 4 คนในคณะปัจจุบัน เป็นบุคคลที่ตนเองเคยมีส่วนร่วมในการแต่งตั้งสมัยดำรงตำแหน่ง สว. อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณเข้ารับตำแหน่งแล้ว การปฏิบัติหน้าที่จะชอบหรือไม่ชอบ ย่อมมีกฎหมายกำกับควบคุมอยู่
ในอดีต กกต. ก็เคยมีกรณีถูกดำเนินคดีและติดคุกมาแล้ว เพราะฉะนั้น หากทำถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบของ กกต. ก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ถ้าทำผิด กฎหมายก็จะเป็นผู้ตัดสิน โดยเฉพาะเมื่อเป็นองค์กรอิสระก็ต้องยิ่งยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด
สำหรับกรณีการใช้บาร์โค้ดและ QR Code ในกระบวนการเลือกตั้ง นายกิตติศักดิ์ มองว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจ แต่ต้องรอการตรวจสอบอย่างชัดเจนว่า กระทบต่อหลักการลงคะแนนโดยลับ หรือไม่ หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่เป็นความลับ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำบาร์โค้ดหรือระบบดังกล่าวมาใช้ก็ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย
อดีต สว.กิตติศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเองทำหน้าที่ในสภามาเป็นเวลา 10 ปี ไม่เคยพบรูปแบบการเลือกตั้งในลักษณะเช่นนี้มาก่อน ส่วนการใส่บาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้งจะถูกต้องหรือไม่นั้น ยังไม่ขอฟันธง แต่หากพิสูจน์ได้ว่าผิดกฎหมาย ผู้ที่เกี่ยวข้องก็ต้องเตรียมติดคุก และตนเองจำได้ว่าในอดีต แค่หันคูหาเลือกตั้งผิดทิศทางก็ถือว่าผิดกฎหมายแล้ว ครั้งนี้จึงต้องพิสูจน์กันต่อไป
ในประเด็นกระแสความเคลื่อนไหวของมวลชน นายกิตติศักดิ์ มองว่าสถานการณ์ไม่น่าจะรุนแรงมากนัก แต่อยากให้จับตาปัจจัยแวดล้อมและสถานการณ์โดยรวม พร้อมเปรียบเปรยว่า “ให้ดูดินฟ้าอากาศ” หากสังคมเห็นว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใสหรือไม่ถูกต้อง ก็อาจเกิดแรงกระเพื่อมตามมา
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการวิเคราะห์กันในหลายฝ่ายถึงความเป็นไปได้ของการเลือกตั้งว่าจะมีผลเป็นโมฆะหรือไม่ ซึ่งยังต้องรอการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและกระบวนการทางกฎหมายต่อไป โดยนายกิตติศักดิ์ ย้ำว่า ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ตนก็ติดตามสถานการณ์เช่นเดียวกับสื่อมวลชนและสังคมโดยรวม
Advertisement