
วันที่ 16 ก.พ. ที่อาคาร Saint Louise-Marie Memorial Building โรงเรียนอัสสัมชัญ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานฉลองครบรอบ 141 ปี โรงเรียนอัสสัมชัญ โดยมีคณะภราดา คณะผู้บริหาร คณะครู นักเรียน อัสสัมชนิกอาวุโส ผู้แทนสมาคมอัสสัมชัญ และผู้แทนสมาคมผู้ปกครอง เข้าร่วมงาน
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียืนถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมรับชมการแสดงโขนเฉลิมพระเกียรติ จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณที่ให้เกียรติ “อัสสัมชนิก รุ่น 98” มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานฉลองครบรอบ 141 ปี โรงเรียนอัสสัมชัญในวันนี้ พร้อมระบุว่าเป็นศิษย์เก่าคนหนึ่งที่โชคดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสกลับมาเยี่ยมโรงเรียนอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ได้กลับมาถือเป็นช่วงเวลาแห่งการรำลึกถึง “ที่มา” ของชีวิต
นายกรัฐมนตรีกล่าวเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าจะทำหน้าที่การงานหรือดำรงชีวิตอยู่ ณ แห่งหนใด สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่ลืม “ราก” ของตนเอง ในฐานะคนไทยก็ต้องไม่ลืมสิ่งที่บรรพบุรุษได้สั่งสมไว้ ทั้งวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม เพื่อธำรงรักษาอัตลักษณ์ของชาติไว้ ขณะเดียวกัน เมื่อเติบโตในหน้าที่การงาน ก็ต้องไม่ลืมว่ามีที่มาอย่างไร และมีใครบ้างที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทุกย่างก้าวแห่งความสำเร็จ
“ทุกครั้งที่ได้กลับมายังรั้วอัสสัมชัญ จึงเปรียบเสมือนโอกาสให้ได้หวนคิดถึงรากฐานชีวิต และประสบการณ์อันล้ำค่าที่มาสเตอร์ มิส และเพื่อน ๆ ได้มอบไว้ในวัยเด็ก ซึ่งหล่อหลอมให้เติบโตเป็น “นายอนุทิน” อย่างทุกวันนี้ และ การที่โรงเรียนอัสสัมชัญดำเนินมาจนครบรอบ 141 ปี สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญในการ “บ่มเพาะ” และสร้างรากฐานชีวิตให้แก่ “สุภาพบุรุษอัสสัมชัญ” กว่า 140 รุ่นที่ผ่านมา โดยผลงานและคุณูปการของศิษย์เก่าเหล่านั้น ได้มีส่วนสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่ประเทศไทยในหลากหลายมิติและทุกวงการ ซึ่งบุคคลผู้ทรงคุณค่าจำนวนหนึ่งก็ได้มาร่วมอยู่ในงานแห่งความภาคภูมิใจครั้งนี้ด้วย”
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้แสดงความยินดีกับอัสสัมชนิกดีเด่นทั้ง 12 คน รวมถึงผู้ได้รับรางวัล AC Rising Star ประจำปี 2569 และสุภาพบุรุษอัสสัมชัญทุกคน โดยระบุว่า บุคคลเหล่านี้ถือเป็นแบบอย่างของอัสสัมชนิกที่กระจายตัวไปสร้างคุณค่าให้แก่สังคมไทยอย่างกว้างขวาง รางวัลที่ได้รับในวันนี้ ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จส่วนบุคคลเท่านั้น หากยังสะท้อนถึงคุณค่าของการบ่มเพาะจากสถาบันแห่งนี้ ที่ปลูกฝังความซื่อสัตย์ ความกตัญญู ความรับผิดชอบ และความมีวินัยไว้ในหัวใจของลูกอัสสัมชัญทุกคน ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้เองที่ทำให้สามารถก้าวเดินในเส้นทางชีวิตได้อย่างมั่นคง
“ในฐานะศิษย์เก่าคนหนึ่ง อยากบอกกับน้อง ๆ ว่า วันหนึ่งเมื่อเราก้าวออกจากรั้วอัสสัมชัญไป จะยิ่งตระหนักว่าโชคดีเพียงใดที่ได้เติบโตจากสถาบันแห่งนี้ และไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เราจะกลับมาด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความกตัญญู ความภาคภูมิใจ และแรงบันดาลใจในการทำความดี เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของโรงเรียนอัสสัมชัญ ดังเช่นความรู้สึกที่ทุกคนมีร่วมกันในวันนี้” นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำ
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณคณะผู้จัดงานอัสสัมชนิกรุ่น 101 และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานครั้งนี้ พร้อมอวยพรให้สายใยแห่งความผูกพัน “รุ่นสู่รุ่น หัวใจเดียวกัน” ยังคงถักทออย่างแน่นแฟ้น เพื่อร่วมกันสืบสานและสร้างแรงบันดาลใจในการทำความดี ส่งต่อคุณค่าอันงดงามสู่อัสสัมชนิกรุ่นต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด
จากนั้น นายกรัฐมนตรีร่วมทำพิธีเปิด โดยนำสัญลักษณ์ครบรอบ 141 ปี เสียบลงบนแท่น และร่วมร้องเพลง “สดุดีอัสสัมชัญ” พร้อมทั้งร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีประกาศเกียรติคุณอัสสัมชัญดีเด่น ประจำปี 2568 พิธีประกาศรางวัลและมอบรางวัล AC Rising Star 2569 และพิธีประกาศรางวัลสุภาพบุรุษอัสสัมชัญ ก่อนจะรับชมการแสดงและร่วมแสดงดนตรี โดยวง AC Band ร่วมกับ ACP Band และนักขับร้องหมู่จากนักเรียนมัธยมและประถม
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้เข้ากราบ ภราดาวิริยะ ฉันทวโรดม เพื่อแสดงความเคารพ พร้อมทั้งร่วมส่งมอบ “IConic” สัญลักษณ์แห่ง Home Coming Day และธงการจัดงานให้แก่รุ่นถัดไป เพื่อสืบสานเจตนารมณ์และส่งต่อสายใยความผูกพันจากรุ่นสู่รุ่นอย่างต่อเนื่อง
Advertisement