
วันที่ 13 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้งสส. และการออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันที่ 8 ก.พ.นั้น เกิดกระเเสวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการเลือกตั้งต่อสำนักงาน กกต.หลายกรณี เเละเกิดการปลุกกระเเสกดดันการทำงานของ กกต. รวมทั้งเรียกร้องให้ กกต.ลาออกเเสดงความรับผิดชอบกับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในกรณีต่างๆ โดยเปรียบเทียบงบประมาณกว่า 8.9 พันล้านบาทที่ใช้ไปในวันที่ 8 ก.พ. 69 ว่าไม่คุ้มค่าและไม่โปร่งใสนั้น
เเหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต.เปิดเผยว่า ข้อวิจารณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นทราบว่าที่ประชุมคณะกรรมการ กกต.ได้หารือกันเเล้วตั้งเเต่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคณะกรรมการกกต.ได้กำชับเร่งรัดการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.จังหวัด กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ข้อร้องเรียนต่างๆใน400เขต ข่าวสารที่สื่อมวลชนเเละสังคมออนไลน์เผยเเพร่ทุกกรณีนั้น กกต.รับมาตรวจสอบ เเละจะต้องชี้เเจงต่อสังคมโดยเร็วที่สุด ไม่ให้สถานการณ์บานปลายจนบางฝ่ายนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองต่อไป
เเหล่งข่าวกล่าวว่า ที่ผ่านมากกต.ทำงานเชิงรุกในหลายพื้นที่ก่อนการเลือกตั้ง จะพบว่า ได้สกัดกั้นเเละจับกุมผู้กระทำผิดในการซื้อเสียงใน.จ.เชียงราย จ.ราชบุรี จ.สุราษฎร์ฯ เเละสกัดการเตรียมการทุจริตได้หลายพื้นที่ ทั้งนี้ยอมรับว่าการทุจริตเลือกตั้งของผู้สมัคร สส.บางรายยังเกิดขึ้น เเต่จำนวนบุคลากรของสำนักงานกกต.ที่สนธิกำลังกับตำรวจนั้น ยังทำงานสืบสวนกันอย่างเต็มที่
เช่นหีบบัตรเลือกตั้งที่จำหน่ายในสังคมออนไลน์นั้น กกต.กำลังตรวจสอบเอกชนที่ประมูลการผลิตหีบบัตรเลือกตั้งว่าได้ละเมิดสัญญากับ กกต.ในเรื่องนี้หรือไม่ หรืออาจมีบางฝ่ายลักลอกผลิต เเละออกเเบบหีบบัตรเลือกตั้งขึ้นเอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกกต. โดยได้ตรวจสอบกับผู้ค้าออนไลน์ในเรื่องนี้เเล้วเช่นกัน
ส่วนเบาะเเสการทุจริตที่เกิดขึ้นนั้นกกต.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประสานไปยังสำนักงานตำรวจเเห่งชาติให้ช่วยตรวจสอบเบาะเเส จับกุมกรณีการซื้อสิทธิขายเสียงทั่วประเทศไว้ก่อนการเลือกตั้งเเล้วเเละกำลังสืบสวนทางลับหลายเขต ดงนั้นข้อร้องเรียน ข้อสังเกตต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 8 ก.พ. จนถึงปัจจุบันนั้น กกต.เเละสำนักงานตำรวจเเห่งชาติเร่งรัดการตรวจสอบข้อมูลทุจริตต่างๆ เเละจะเเจ้งต่อสังคมโดยเร็วที่สุดเมื่อได้ข้อยุติ” เเหล่งข่าวกล่าว เเละว่า ส่วนการดำเนินคดีผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เช่น จ.ชลบุรี เขต1 และจ.ปทุมธานี เขต7 นั้น กกต.จังหวัดต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ไม่เช่นนั้นกกต.จังหวัดจะต้องรับผิดทางกฎหมายเสียเอง
เเหล่งข่าวกล่าวว่า ข้อวิจารณ์การใช้งบประมาณจัดการเลือกตั้งเมื่อเทียบกับผลของการบริหารจัดการเลือกตั้งครั้งนี้นั้น ขอเรียนว่าการจัดการเลือกตั้ง-ประชามติครั้งนี้นั้น มติครม.วันที่ 23 ธ.ค. 68 ได้อนุมัติในหลักการให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 8,978,267,690 บาท ประกอบด้วย 1. ค่าใช้จ่ายที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการเอง จำนวน 7,276,423,790 บาท 2. ค่าใช้จ่ายของหน่วยงานสนับสนุนที่ร่วมดำเนินการ จำนวน 1,701,843,900 บาท
เเหล่งข่าวกล่าวว่า ขอเรียนว่าจำนวนบุคลากรของสำนักงาน กกต. ที่ปฏิบัติงานอยู่ ณ ปัจจุบันรวมผู้บริหารและพนักงาน มีจำนวนทั้งสิ้น 2,196 คน ส่วนหน่วยงานสนับสนุนการเลือกตั้งใน 400 เขต เเละกระจายไปใน 99,480 หน่วยเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 มีผู้ปฏิบัติหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) หน่วยละ 15 คน แบ่งเป็น 1.ประธานกรรมการประจำหน่วย 1 คน 2.กรรมการประจำหน่วย สส. และ ออกเสียงประชามติ รวมหน่วยละ 12 คน 3.เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน่วยละ 2 คนรวม กปน. ทั้งหมด 1,492,200 คน
“ดังนั้นปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น การทุจริตของกปน.ที่เกิดขึ้นบางหน่วยนั้น ตรงนี้ได้กำชับการสอบสวนข้อเท็จจริง ขยายผลก่อนที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนสิ่งที่ผิดพลาดในการทำหน้าที่ของ กปน.บางหน่วย กกต.ยอมรับ กำลังสอบสวนข้อเท็จจริงเเละอาจมีการลงโทษตามกฎหมาย ปรับปรุงการทำหน้าที่ของบุคลากร กกต. กปน.ให้ดีขึ้น” เเหล่งข่าวกล่าว และว่า ปัญหาระบบรายงานผลการเลือกตั้งจากหน่วยเลือกตั้ง กกต.จังหวัดเเบบออนไลน์นั้น รายงานดังกล่าวเป็นรายงานขั้นต้นเเละกกต.ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนที่จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง คะเเนนของผู้สมัครสส.เเละพรรคอย่างเป็นทางการภายใน 60 วัน กกต.ยอมรับข้อบกพร่องนี้ เเละจะนำไปปรับปรุง
“เพราะกกต.จังหวัด เเละ กปน.บางหน่วยกรอกคะเเนนคลาดเคลื่อนอาจมาจากการเหนื่อยล้าในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะ กกต.จังหวัดเเละ กปน.ต้องเริ่มทำงานตั้งเเต่เช้ามืดวันที่ 8 ก.พ. เพื่อไปรับบัตรเลือกตั้งก่อนไปหน่วยเลือกตั้ง เเละปฏิบัติหน้าที่จนการนับคะเเนน การรายงานผลการเลือกตั้ง การจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งไปยังสถานที่ที่กำหนดเสร็จสิ้น บางหน่วย กปน.เสร็จภารกิจในเวลา 03.00 น. วันที่ 9 ก.พ.” เเหล่งข่าวระบุ
เเหล่งข่าวรายเดิม กล่าวว่า เเต่การสร้างข่าวเท็จ เฟคนิวส์ ความเห็นของฝ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากบางกลุ่ม-บางพรรคที่เผยเเพร่ในสังคมออนไลน์ และสื่อมวลชนในเชิงสร้างความเข้าใจผิดโดยการใช้ข้อความอันเป็นเท็จ เเละคลาดเคลื่อน เช่น กกต.กับบางพรรคร่วมกันโกง,จัดการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส,บัตรเขย่ง,QR Code -Bar Code บนบัตรเลือกตั้งที่อาจสืบค้นได้ว่าบัตรนั้น ใครคือผู้ลงคะเเนนเเละไม่เป็นความลับ,การขู่เอาผิดกับสำนักงานกกต.นั้น ความเห็นของฝ่ายต่างๆที่ออกมาเเสดงทัศนะเหล่านี้หากกระทำโดยชอบนั้นดำเนินการได้ เเต่ความเห็นเหล่านั้นหากมีการบิดเบือน ยั่วยุ ควรยุติเพราะอาจผิดกฎหมายหลายมาตรา
“อย่าลืมว่า กฎหมายให้เวลา 60 วันในการรับรองการเลือกตั้ง ดังนั้นควรให้เวลา กกต.ปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย เเละกฎหมายเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายใล้สิทธิตรวจสอบการทำงานของ กกต.ไว้เเล้ว หากมองว่า กกต.ปฏิบัติหน้าที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากการให้ข้อมูลดังกล่าวของฝ่ายต่างๆ อาจสร้างความสับสน บิดเบือน ดิสเครดิต กกต. จนเกิดการสร้างกระเเสความไม่ยอมรับผลคะเเนนใน 400 เขต เเม้การรายงานผลการเลือกตั้งส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหาก็ตาม ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายรอการเเถลงข่าวของ กกต.ที่จะชี้เเจงสังคมโดยเร็วที่สุดในประเด็นข้างต้นจะเหมาะสมที่สุด”
Advertisement