
ความคืบหน้ากรณีคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่และถูกตั้งข้อสังเกตว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ในพื้นที่อำเภอหนองหาน เขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดอุดรธานี
ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดอุดรธานี ชาวบ้านจากหลายตำบล ในอำเภอหนองหาน ได้เดินทางเข้าติดตามความคืบหน้า ภายหลังสื่อมวลชนนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง
บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองดูแลความปลอดภัยพร้อมมีการบันทึกภาพผู้ที่เดินทางมาติดต่อราชการทั้งบุคคลและยานพาหนะตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของหน่วยงาน
ด้านความคืบหน้าทางคดี ว่าที่ร้อยตรีศุภวัชช ชุญชัย พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการสำนักงาน กกต.จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่าจากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่าพฤติการณ์ตามที่ปรากฏในคลิปมีเค้าโครงความเป็นจริงและมีผู้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่แล้ว จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาก่อนมีคำสั่งยกระดับจากขั้น “ตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรับเรื่องร้องคัดค้านเพื่อดำเนินการไต่สวนอย่างเป็นทางการ
ขณะเดียวกันนายสายัณห์ สายแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักงานกกต.จังหวัดอุดรธานี ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้ตั้งสำนวนสอบสวนเป็นที่เรียบร้อย โดยดำเนินการควบคู่กัน 2 ส่วน คือการสอบสวนตามข้อเท็จจริงในคลิปวิดีโอ และการรวบรวมพยานหลักฐานจากกรณีที่ผู้สมัครรายหนึ่ง เข้าแจ้งความไว้ที่สภ.หนองหาน ซึ่งได้รวมเข้าเป็นสำนวนเดียวกันแล้ว เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบด้านและเป็นธรรม
เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ปากคำเปิดโอกาสให้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามกระบวนการ โดยตั้งเป้าสรุปสำนวนภายในไม่เกิน 1 สัปดาห์ ก่อนส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งส่วนกลางทั้ง 7 คน พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดต่อไป
หนึ่งในตัวแทนชาวบ้านที่เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคือนางผลิศพร หงส์ธนาธร อายุ 61 ปี ซึ่งสะท้อนความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้คนในพื้นที่รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก
“อุดรไม่เคยมีแบบนี้นะคะ เราทราบดีว่าที่ผ่านมาอาจมีเรื่องแบบนี้บ้าง แต่ก็เป็นลักษณะแอบๆไม่ได้โจ่งแจ้งขนาดนี้ แต่กรณีที่เกิดขึ้นมันเหมือนผู้สมัครไม่ให้เกียรติจังหวัดอุดร ไม่ให้เกียรติคนอุดร รู้อยู่แล้วว่าจังหวัดอุดรเป็นจังหวัดของคนเสื้อแดง ถึงเขาไม่ได้แสดงตัวมากแต่เขาก็ทำงานอยู่เงียบๆ เพราะฉะนั้นพอทำแบบนี้มันเหมือนเราไม่ได้รับเกียรติ คนเสื้อแดงไม่ได้รับเกียรติ ประชาชนคนอุดรไม่ได้รับเกียรติ เรารับไม่ได้ค่ะ”
นางผลิศพร กล่าวด้วยว่าการเดินทางมาครั้งนี้เป็นการมาเรียนถามความคืบหน้ากับผู้อำนวยการกกต.จังหวัด ไม่ได้มีเจตนาจะกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่ต้องการให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามพยานหลักฐาน“ถ้าผิดจริงก็ต้องเอาผิดให้ท่านทำงานได้เต็มที่”
อะไรก็ดีตัวแทนชาวบ้านคือไม่พอใจต่อพฤติการณ์ที่มองว่าเป็นการกระทำอย่างเปิดเผยเกิน ควรแตกต่างจากอดีตที่อาจเกิดขึ้นในลักษณะหลบซ่อน ความรู้สึกว่าศักดิ์ศรีของคนอุดรธานีและคนเสื้อแดงในพื้นที่ถูกละเมิดและข้อเรียกร้องให้กกต.ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา หากพบความผิดต้องดำเนินการตามกฎหมาย
ทั้งนี้อำนาจวินิจฉัยขั้นสุดท้ายจะอยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งส่วนกลาง ซึ่งจะพิจารณาจากพยานหลักฐานในสำนวนอย่างรอบคอบต่อไป
Advertisement