
วันที่ 9 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวได้รับคลิปวิดีโอจากชาวบ้านในพื้นที่อำเภอหนองหาน เขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดอุดรธานี ซึ่งบันทึกภาพเหตุการณ์ที่อ้างว่าเป็นการแจกเงินของหัวคะแนนพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง โดยภายในคลิปปรากฏภาพหัวคะแนนรายดังกล่าว กำลังแจกเงินให้กับชาวบ้าน พร้อมเอ่ยชื่อและหมายเลขผู้สมัครอย่างชัดเจน
รายงานระบุว่าคลิปดังกล่าวเป็นภาพที่ชาวบ้านบันทึกไว้ด้วยตนเอง และแม้หัวคะแนนจะรับรู้ว่ามีการถ่ายวิดีโออยู่ แต่ก็ยังคงแจกเงินต่อไป โดยไม่หยุดยั้ง สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ โดยประชาชนจำนวนมากตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของพฤติกรรมดังกล่าว และมองว่าอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง สะท้อนถึงความไม่เกรงกลัวต่อกติกาและกฎหมายบ้านเมืองของผู้เกี่ยวข้อง
ล่าสุดนางสาวสมิหรา เดชะอังกูร ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งและชุดเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนแล้ว แม้ยังไม่มีผู้ใดเข้ามายื่นคำร้อง หรือแจ้งความอย่างเป็นทางการแต่กกต.ได้ถือเอา “กรณีความปรากฏ” จากสื่อและโลกออนไลน์มาเป็นข้อมูลตั้งต้น เพื่อสืบสวนหาพิกัดสถานที่และตัวบุคคลที่ปรากฏในคลิป
ผอ.กกต.อุดรธานี ย้ำว่าตามกฎหมายการเลือกตั้งผู้ที่แจกเงินและผู้ที่รับเงินถือว่ามีความผิดทั้งคู่ อย่างไรก็ตามกฎหมายยังเปิดช่องให้ผู้ที่รับเงินหากยินยอมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนจนสามารถเอาผิดกับตัวการสำคัญได้กกต.สามารถกันตัวไว้เป็นพยานโดยไม่ต้องรับโทษ พร้อมมีมาตรการคุ้มครองพยานอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้หากการตรวจสอบพบว่ามีการแจกเงินจริง และส่งผลให้การเลือกตั้งไม่สุจริต แม้หลักฐานจะสาวไปไม่ถึงตัวผู้สมัครโดยตรงกกต.ก็มีอำนาจสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้ หากมีพยานหลักฐานเพียงพอ
สำหรับภาพรวมการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในจังหวัดอุดรธานีครั้งนี้ผอ.กกต.อุดรธานี ระบุว่า มีผู้มาใช้สิทธิลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยปี 2566 มีผู้มาใช้สิทธิประมาณ 67% ขณะที่ปี2569ลดลงเหลือราว 55% สาเหตุคาดว่าประชาชนจำนวนมากเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด และต่างประเทศ แม้ยังมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน แต่ไม่ได้กลับมาใช้สิทธิในวันเลือกตั้ง
ในส่วนของการนับคะแนนนางสาวสมิหรา ยืนยันว่าผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการผ่านระบบECTReportได้รับข้อมูลครบถ้วน100%แล้ว
อย่างไรก็ตามการประกาศผลอย่างเป็นทางการยังต้องรอการพิจารณาจากกกต.กลาง เพื่อสอบข้อร้องเรียนทุจริตต่างๆให้แล้วเสร็จภายในกรอบกฎหมายไม่เกิน 60 วัน แต่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด
Advertisement