
(8 ก.พ. 2569) เวลา 13.30 น. ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วย ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ร่วมแถลงข่าวถึงภาพรวมการเปิดหน่วยเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติทั่วประเทศ ภายหลังมีข้อร้องเรียนและรายงานความผิดปกติเกิดขึ้นในหลายพื้นที่
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ระบุว่า ภาพรวมการเปิดหน่วยเลือกตั้งในช่วงครึ่งวันแรกเป็นไปด้วยความคึกคัก ประชาชนทยอยออกมาใช้สิทธิ์อย่างต่อเนื่อง แต่อาจมีบางกระบวนการที่เกิดความไม่สะดวกหรือคลาดเคลื่อน เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้มีหน่วยเลือกตั้งเกือบ 100,000 หน่วยทั่วประเทศ และกรรมการประจำหน่วยส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัคร หากประชาชนพบความผิดพลาดในหน่วยใด สามารถร้องเรียนหรือแจ้งเข้ามาได้ทันที เพื่อให้ กกต. ประสานหน่วยหรือจังหวัดที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขตามขั้นตอน
รองเลขาธิการ กกต. กล่าวต่อว่า เบื้องต้นมีรายงานการฉีกบัตรเลือกตั้งในบางพื้นที่ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ผู้มาใช้สิทธิ์มีอาการมึนเมาสุราและฉีกบัตรเลือกตั้ง โดย กกต. ได้มอบหมายให้กรรมการประจำหน่วย (กปน.) แจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการติดป้ายประชาสัมพันธ์ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนในบางหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้สั่งการให้แก้ไขโดยทันที เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน
สำหรับกรณีที่เป็นที่จับตาใน จ.น่าน ซึ่งพบว่ามีการฉีกบัตรเลือกตั้งผิดวิธี โดยฉีกตาม "รอยพับ" แทน "รอยปรุ" ส่งผลให้บัตรเลือกตั้งชำรุดถึง 69 ใบ และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่านมีคำสั่งเปลี่ยนตัวกรรมการประจำหน่วยทันที ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่า กปน. รายดังกล่าวไม่ได้ตรวจดูด้านหน้าของบัตรเลือกตั้ง แต่ไปตรวจสอบด้านหลัง ทำให้เข้าใจผิดและฉีกบัตรในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ย้ำว่า ตามกฎหมายเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานหรือประชาชนผู้มาใช้สิทธิ์ หากผู้ใดทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุดเสียหาย จะต้องมีการแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งกรณี จ.น่าน สำนักงานได้รับรายงานแล้ว และได้ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการแจ้งความเรียบร้อย
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามย้ำว่า การฉีกบัตรผิดจำนวนมากถึง 69 ใบ จะส่งผลต่อผลการเลือกตั้งหรืออาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่เฉพาะหน่วยนั้นหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ระบุว่า ต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียดจาก จ.น่าน ก่อนว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงใด มีผลกระทบต่อกระบวนการเลือกตั้งมากน้อยเพียงใด พร้อมขอรับเป็นข้อมูลไว้ก่อน ส่วนการเลือกตั้งในหน่วยดังกล่าวยังคงต้องดำเนินการต่อไปตามปกติ โดยย้ำว่าการฉีกบัตรต้องฉีกออกจากต้นขั้วเท่านั้น
รองเลขาธิการ กกต. ยังกล่าวถึงกรณี อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ที่มีการร้องเรียนว่าหน่วยออกเสียงประชามตินอกเขตบัญชีรายชื่อหายไปทั้งหน่วย ว่า ได้ประสานผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงใหม่ตรวจสอบแล้ว พบว่า หน่วยออกเสียงนอกเขตดังกล่าวมีผู้ลงทะเบียนจากหลายจังหวัด ทำให้บัญชีรายชื่อแยกเป็นรายจังหวัด อาจทำให้ประชาชนบางส่วนเข้าใจว่าไม่มีรายชื่อครบถ้วน แต่ข้อเท็จจริงพบว่ามีการติดบัญชีรายชื่อครบทุกจังหวัด รวมถึงบัญชีหมายเหตุการลงคะแนนครบถ้วนแล้ว
ขณะที่ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เปิดเผยความคืบหน้าการปราบปรามการซื้อเสียง ว่า ขณะนี้มีการจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมในหลายพื้นที่ โดย จ.นครศรีธรรมราช จับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมเงินสด 2,000 บาท จ.ราชบุรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองร่วมกับตำรวจจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมเงินสด 83,000 บาท และ จ.สุราษฎร์ธานี จับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 1 ราย รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 6 ราย พร้อมโพยรายชื่อและเงินสด 100,000 บาท ส่วน จ.สกลนคร อยู่ระหว่างการติดตามข้อมูลเพิ่มเติม
รองเลขาธิการ กกต. ระบุว่า ทุกคดีอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนและขยายผล และยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ กกต. กำลังเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด หลังได้รับเบาะแสจากประชาชน คาดว่าจะสามารถจับกุมเพิ่มเติมได้อีก
ในส่วนกรณีร้องเรียนที่ จ.ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยที่ 3 มีประชาชนแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ไม่ให้เซ็นชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิ์ แต่ให้เซ็นรับบัตรเพียงอย่างเดียว ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ระบุว่า ได้ตรวจสอบกับ จ.ชลบุรี แล้ว ไม่พบกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบว่ามีการกระทำผิดจริง กกต. จะสั่งการให้แก้ไขทันที เนื่องจากอาจนำไปสู่ปัญหาบัตรเขย่ง ซึ่งต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ
สำหรับกรณีหน่วยเลือกตั้งที่ 20 แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน ที่มีการร้องเรียนว่าไม่ติดรายชื่อผู้สมัครแบบแบ่งเขตบริเวณหน้าหน่วย แต่ไปติดป้ายไวนิลด้านหลังหน่วย ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ชี้แจงว่า บริเวณหน้าหน่วยมีการติดรายชื่อและหมายเลขผู้สมัครครบถ้วนแล้ว ขณะที่ป้ายไวนิลด้านในเป็นเพียงป้ายอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน อย่างไรก็ตาม ได้ประสานสำนักงานเขตให้ดำเนินการติดป้ายให้มีความชัดเจนและครบถ้วนยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานจาก จ.ปัตตานี ว่า เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยมีการประชาสัมพันธ์กับประชาชนว่า หลังใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. แล้ว ไม่จำเป็นต้องลงประชามติ เนื่องจากแถวยาว ส่งผลให้ประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เดินออกจากหน่วยไปโดยไม่ได้ใช้สิทธิ์ประชามติ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ระบุว่า กรณีลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้น และจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงจากจังหวัดปัตตานีโดยด่วน
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งวันแรก ส่วนหนึ่งมาจากจำนวนหน่วยเลือกตั้งที่มีจำนวนมาก และการเลือกตั้ง สส. ควบคู่กับการออกเสียงประชามติถือเป็นครั้งแรก อาจทำให้กระบวนการยังไม่คล่องตัว แม้จะมีการอบรมและกำชับเจ้าหน้าที่ไปแล้ว พร้อมขออภัยประชาชน และย้ำว่าหากพบข้อผิดพลาดสามารถแจ้งเข้ามาได้ทันที เพื่อให้ กกต. แก้ไขได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ยังมีกรณีร้องเรียนจาก จ.หนองบัวลำภู เขตเลือกตั้งที่ 1 เรื่องป้ายไวนิลรายชื่อผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตของพรรคประชาชน ปรากฏชื่อพรรคภูมิใจไทย ซึ่ง กกต. รับเรื่องไว้และอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงกรณีประชาชนที่มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร แต่ไปทำงานที่จังหวัดขอนแก่น และประสบปัญหาไม่สามารถใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติได้ โดย กกต. อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบกับจังหวัดขอนแก่น เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิ์
ในส่วนกระแสข่าวการซื้อเสียงที่ จ.พิษณุโลก ร.ต.อ.ชนินทร์ ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามอย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้ ขณะที่กรณีการให้สัมภาษณ์ของนักการเมืองหลังการเลือกตั้ง ต้องพิจารณาถ้อยคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่
รองเลขาธิการ กกต. ยืนยันว่า จะเร่งตรวจสอบทุกข้อร้องเรียนให้กระจ่างโดยเร็วที่สุด และจะแจ้งความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบเป็นระยะ พร้อมระบุว่าภาพรวมการซื้อเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีจำนวนใกล้เคียงกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา
Advertisement