
เวลา 14.30 น. (7 ก.พ. 2569) ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกของพรรค พร้อมด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายก, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ผู้ช่วยหาเสียง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง แถลงยุติการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยขอยุตติการหาเสียงเลือกตั้ง ตั้งแต่เย็นวันนี้เป็นต้นไป ตนขอบคุณประชาชนทั่วประเทศที่ให้การต้อนรับ ตอบรับ และมีปฏิสัมพันธ์ ด้วยความเป็นกันเอง ความอบอุ่น ในช่วงประมาณ 5 สัปดาห์ ที่พรรคภูมิใจไทยไม่ว่าจะเป็นสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยทุกคน ผู้สมัคร ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้ช่วยหาเสียง ที่ได้ร่วมกันลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เที่ยวนี้เราได้ทั้งการไปนำเสนอนโยบายของพรรคภูมิใจไทยให้ประชาชนรับทราบอย่างใกล้ชิด ในการที่เราได้ลงพื้นที่ด้วยตัวเองที่เรียกว่าแบบออร์แกนิค ทำให้เราสามารถรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ จากประชาชน ตลอดจนถึงความต้องการและปัญหาที่ประชาชนต้องการให้พรรคภูมิใจไทยได้เข้ามาแก้ไข หากเราได้รับเลือกให้กลับเข้ามาเป็นรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ในภาพรวมพวกเราทุกคนมีความเห็นตรงกันว่าประชาชนมีความพึงพอใจกับผลงานของรัฐบาล ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย และมีความพึงพอใจกับนโยบายพรรคภูมิใจไทยที่ได้นำเสนอ เช่น นโยบายคนละครึ่งพลัส ซึ่งทุกคนก็เรียกร้องให้มีการเร่งนำโครงการคนละครึ่งเฟส 2 มาให้กับประชาชนอีกครั้งหนึ่ง
วันนี้ตนถือโอกาสมาแถลงการยุติการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันนี้เป็นต้นไป ซึ่งก็เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว พวกเราทุกคนก็ลงพื้นที่กันจนถึงวินาทีสุดท้าย และคิดว่าพรุ่งนี้คงจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ตามที่เราได้นำเสนอสิ่งที่เราจะปฏิบัติ พร้อมเชิญชวนประชาชนทุกคนได้ออกมาใช้สิทธิ์ของท่านอย่างเต็มที่ในวันพรุ่งนี้ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. จนถึง 17.00 น. และหวังว่าจะได้รับผลลัพธ์ที่ดี ไม่ว่าผลการนับคะแนนจะออกมาเป็นอย่างไร ก็พอจะเห็นแนวทาง แนวโน้ม ในช่วง 20.00 น. เป็นต้นไป พอจะเห็นทิศทางผลลัพธ์ของการเลือกตั้งแล้ว ซึ่งพวกเราทุกคนจะมาคอยติดตามให้กำลังใจผู้สมัครทุกคนกันที่นี่ พร้อมที่จะตอบคำถามเมื่อถึงช่วงจังหวะที่มีความชัดเจนเกิดขึ้น
สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้โอกาสพรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอนโยบาย ให้โอกาสพรรคภูมิใจไทยได้ทำงานรับใช้ประชาชน และขอโอกาสรับใช้ประชาชนต่อไป ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ผู้ช่วยหาเสียง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนที่ทุ่มเท เสียสละทำงาน เคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกเราทุกคน ทั้งผู้สมัคร ตลอดจนสื่อมวลชน ที่ช่วยกันกระจายข่าวการดำเนินกิจกรรมการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยมาตลอดในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เพราะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดียิ่งจากการกระจายข่าวของสื่อมวลชน
เมื่อถามถึงกรณีที่ผลโพลของพรรคภูมิใจไทยจะมาเป็นอันดับหนึ่ง นายอนุทิน กล่าวว่า ใครบอก สาธุ
เมื่อถามว่า นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ได้มีการปราศรัยบอกว่ามีทฤษฎีสมคบคิดให้นางสาวแพทองธาร ต้องลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและนายอนุทิน ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน นายอนุทิน กล่าวว่า ตนคิดว่าเราจะไปให้ความสนใจในความคิดของแต่ละคนคงไม่ไหว ขอยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยดำเนินการทางการเมืองทุกอย่าง ตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าตนจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือเสียงข้างมาก ตนก็ได้รับการขานชื่อให้มาเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยคะแนนที่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนที่ได้ให้ความไว้วางใจและได้เสนอชื่อ ขานชื่อให้ตนได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามว่าจะมีกระแสข่าวการจับขั้วกันระหว่างส้มแดงฟ้า เพื่อรุมน้ำเงิน นายอนุทิน บอกว่า ตนเห็นแต่น้ำเงิน คนเดียวรุม ส้ม แดง ฟ้า เมื่อสองวันก่อน และน้ำเงินเป็นผู้หญิงด้วย
เมื่อถามว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลเลยหรือไม่ หลังทราบผลการเลือกตั้ง นายอนุทิน เผยว่า ตนยังยึดอยู่กับเจตนารมย์ของตนว่าจะต้องรอผลของการเลือกตั้งก่อน เพราะการตัดสินใจนั้นมาจากประชาชนอย่างเดียว ฉะนั้นเราจะไปพูดอะไรก่อนไม่ได้ พรรคภูมิใจไทยฟังประชาชนเสมอ และให้ความเกรงใจเคารพต่อเสียงของประชาชนเสมอ ก็ขอยึดแนวทางและเจตนารมย์นี้ต่อไป
เมื่อถามว่าเมื่อวานนี้ นายอนุทิน ประกาศบนเวทีว่าหากได้เป็นรัฐบาลจะจองเก้าอี้ รองนายกฯ ให้กับ นายสีหศักดิ์ศักดิ์ นายเอกนิติ และนางศุถจี ได้มีการเปรยให้พรรคร่วมรัฐบาลเดิมทราบแล้วหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า เป็นเงื่อนไขของพรรคภูมิใจไทย ถ้าเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลมีคณะรัฐมนตรีได้ 36 คน แต่จะมีกี่ตำแหน่งก็ได้ไม่ได้ผิดกฎหมาย ไม่ได้ผิดรัฐธรรมนูญอะไร ขอให้คณะรัฐมนตรีอย่าเกิน 36 คน รวมนายกรัฐมนตรีด้วย
เมื่อถามว่าจะรีบจัดตั้งรัฐบาลเลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รอให้มีความชัดเจนก่อน ใจเย็นๆ ต้องมีขั้นตอนที่หนึ่งก่อน คือการรับรองสถานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีต้องได้รับการขานชื่อให้ได้รับเสียงข้างมาก แต่การประสานหรือการพูดคุยต่างๆ ยังมีเวลา ตนก็พูดมาตลอดว่าหลังเลือกตั้งแล้วทุกคนแทบจะเดาได้ว่าจะออกไปในแนวทางไหน ก็ให้ประชาชนได้ตัดสินใจให้เรียบร้อยก่อน แล้วเราจะเอาความต้องการของประชาชนมาดำเนินการให้ถูกใจประชาชนมากที่สุด
เมื่อถามว่าจะมีอะไรที่แปลกใหม่ในการจัดตั้งรัฐบาลหรือครั้งนี้หรือไม่หากได้เป็นแกนนำ นายอนุทิน เผยว่า จะใหม่ได้อย่างไร ก็มีพรรคอยู่แค่นี้ ก็ต้องไปดูที่จำนวนสมาชิกของแต่ละพรรคที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาอยู่ดี มีปัจจัยที่ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกของแต่ละพรรคด้วย สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยได้ปฏิบัติมาโดยตลอดคือเราฟังเสียงของประชาชนเป็นหลัก
เมื่อถามว่าไม่ปิดประตูร่วมรัฐบาลกับทุกพรรคการเมืองใช่หรือไม่ นายอนุทิน เผยว่า ถามมาต้องการคำตอบอย่างไร พรรคภูมิใจไทยมีเงื่อนไขคือเคารพซึ่งกันและกัน นโยบายต้องไม่เป็นที่เคลือบแคลงสงสัยผิดต่อศีลธรรมอันดีของสังคม วัฒนธรรมของประเทศไทย อย่างเช่นนโยบายคาสิโน และอย่ามาแตะต้อง หมวดหนึ่งหมวดสอง ของรัฐธรรมนูญและการแก้ไขเรื่องของมาตรา 112 จริงๆ มีกรอบเล็กมาก เราไม่จำเป็นต้องพูดว่าจะจับมือหรือจับมือกับใคร เพราะพรรคการเมืองทุกอย่างต้องออกมาจากคณะกรรมการบริหารพรรค
Advertisement