
วันที่ 6 ก.พ. เวลา 17.35 น.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ได้ขึ้นปราศรัยใหญ่ ที่จัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยได้เปิดใจ ว่า ตนเคยชินจากการเป็นนักการทูตมืออาชีพ คิดไม่ถึงว่าจะได้มารับหน้าที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกด้วย สิ่งที่อยู่ในใจตลอดเวลา ตอนที่เป็นเอกอัครราชทูต สิ่งที่ยู่ในใจตลอดเวลา คือตนเป็นผู้แทนประเทศไทย ตนมีพระราชสาส์น จากสมเด็จพระพระเจ้าอยู่หัวฯ ดังนั้นในการทำงานของตนผลประโยชน์ของประเทศไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด”
ทั้งนี้ที่ผ่านมาประเทศไทยอยู่กับที่ และบางครั้งถอยหลัง สถานะหายจากจอเรดาร์เวทีโลก เพราะการเมืองของเราไม่นิ่ง เศรษฐกิจเราไม่ดี และการทูตต้องตั้งรับอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นหน้าที่ของทุกท่านที่จะเลือกพรรคที่มีความสามารถ ในการขับเคลื่อนประเทศไทย ซึ่งตนคิดว่าสิ่งที่ประชาชนคาดหวังมากกว่านั้น คือต้องการเห็นการเมืองใหม่ การเมืองที่มีมาตรฐานสูงขึ้น อยากเห็นผู้บริหารรัฐบาลที่มีความสามารถมีมืออาชีพ การเมืองที่โปร่งใสตรวจสอบได้
พร้อมฉายผลงานการทำงานตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศวันแรก ที่ต้องรับมือกับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ซ้ำเติมทั้งการท่องเที่ยว หุ้น และนักลงทุนต่างประเทศ จนสามารถพลิกเกม เอาพื้นที่อธิปไตยคืนมา และได้เปรียบในเวทีโลก
ปัจจุบันทุกคนอยากให้มีการสร้างรั้วแต่ตนคิดว่ารั้วที่ดีที่สุด ต้องมี 3.ชั้นคือ 1.ความเข้มแข็งของทหารไทย 2.ความเข้มแข็งทางการทูต เราไม่ยอมเสียเปรียบเด็ดขาด 3.ความเข้มแข็งของผู้นำไทย ที่นำพาเรามาสู่ปัจจุบัน
อย่างไรก็ตามเรื่องการต่างประเทศไม่ได้มีกัมพูชาเพียงอย่างเดียว ต้องนำความเชื่อมั่นกลับมาสู่ประเทศไทย ซึ่งเชื่อว่า 4 เดือนที่ผ่านมา เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสถานะของประเทศไทยเป็นอย่างไร ผมอยากพูดว่า “yes , we can เราทำได้" ขอให้มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย และมั่นใจในความเป็นมืออาชีพของเรา จาก4 เดือนนั้น ขอเป็นสี่ 4 ได้หรือไม่ ซึ่งใน 4 ปีนี้เชื่อว่าจะนำประเทศไทยไปสู่เวทีโลกอย่างแท้จริง และ 4 ปีต่อไปนี้การทูตของเราต้องมีชั้นเชิงมากยิ่งขึ้น พร้อมให้คำมั่นหากได้กลับมาเป็นรัฐบาล จะนำประเทศไทยกลับสู่เวทีโลกอย่างมีเกียรติภูมิ มีศักดิ์ศรี ผลประโยชน์ของประเทศก็มาก่อน และประเทศไทยต้องเป็นไทย (ไท)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เดินทางมา ร่วมฟังปราศรัยในวันนี้ด้วย โดยไม่ได้ไปนั่งอยู่ด้านหน้าเวทีร่วมกับแกนนำของพรรคภูมิใจไทย
เช่นเดียวกับ นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยา นายอนุทิน มาร่วมฟังการปราศรัยในวันนี้ โดยนั่งฟังบริเวณสแตนร่วมกับนางสาวศุภมาส อิสรภักดี แม่ทัพหาเสียงกทม.และแกนนำพรรคภูมิใจไทย
Advertisement