
วันที่ 5 ก.พ. ที่ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงแนวคิดการผลักดันโครงการเมกะโปรเจกต์ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made Destination) ในประเทศไทยว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีดำริว่าพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีศักยภาพและพื้นที่จำนวนมาก ควรพัฒนาให้เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเอ่ยชื่อโครงการเฉพาะเจาะจง เช่น ไม่ควรระบุชื่อเฉพาะอย่างดิสนีย์แลนด์ หรือยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เนื่องจากบริษัทระดับโลกเหล่านี้ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ และพิจารณาปัจจัยหลายด้าน สิ่งที่รัฐบาลควรดำเนินการคือเตรียมความพร้อมของประเทศให้ดีที่สุด ทั้งด้านคมนาคม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว เพื่อให้เมื่อมีนักลงทุนเข้ามา ประเทศไทยสามารถรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้กลับไปเป็นรัฐบาล จะไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยอีกต่อไป และจะเดินหน้าศึกษาโครงการที่เกิดขึ้นแล้วหรือโครงการที่มีศักยภาพในพื้นที่อีอีซี เพื่อนำมาพัฒนาและสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยให้มากขึ้น โดยต้องเป็นประโยชน์ร่วมกัน วิน-วิน ทั้งนักลงทุน และประเทศชาติ
เมื่อถูกถามว่า โครงการอีอีซีโครงการเมกะโปรเจกต์ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made Destination) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่า เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่จำกัดเฉพาะพื้นที่อีอีซีเท่านั้น หากพรรคภูมิใจไทยได้กลับไปเป็นรัฐบาลจะทำให้เกิดความมั่นใจ ว่าประเทศไทยที่มีความมั่นคงสงบสุข และมีความมีความยั่งยืน พร้อมที่จะพัฒนาทุกภาคของประเทศไทย
นายอนุทิน ย้ำว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งด้านวัฒนธรรม ประเพณี แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และศาสนา ที่ผสมผสานกับความร่วมสมัย รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติอย่างภูเขาและทะเล จึงต้องนำศักยภาพเหล่านี้มาพัฒนาและต่อยอด เพื่อสร้างแรงจูงใจสูงสุดให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Advertisement