
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รับฟังปัญหาจากประชาชนที่สะท้อนถึงวิกฤตระบบบัตรทอง โดยมีกรณีสลดคนไข้เสียชีวิตจากการเกี่ยงรับตัวระหว่างโรงพยาบาลเนื่องจากปัญหาปมงบประมาณ
คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่าปัจจุบันระบบ 30 บาทกำลังเข้าสู่ภาวะ “วิกฤต” และกลายเป็นระบบ “Sick Care” หรือเน้นการรักษาหลังจากเจ็บป่วย
แทนที่จะเป็น Healthcare ที่เน้นการดูแลสุขภาพ ไม่ให้คนป่วย เพราะการจัดงบประมาณที่ผิดหลักการ และส่อแววไม่โปร่งใส
จากการตรวจสอบข้อมูลสถิติงบประมาณรายหัวปีล่าสุดประมาณ4,100 บาท นั้น คุณหญิงสุดารัตน์ชี้ให้เห็นความผิดปกติในการจัดสรรงบประมาณที่ทำให้โรงพยาบาลเดินหน้าต่อไม่ได้ ดังนี้
งบผู้ป่วยนอก (OPD)จ่ายให้โรงพยาบาลจริงเพียงประมาณ 400 กว่าบาท
งบส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค ประมาณ 600 กว่าบาท ถูกเก็บกองไว้ที่ส่วนกลาง
งบผู้ป่วยใน (IPD) โรงพยาบาลต้องสำรองจ่ายไปก่อนแล้วรอเบิกคืน ซึ่งมีความล่าช้าและยุ่งยาก
ดังนั้นจะเห็นว่างบประมาณถูกดึงไว้ที่ส่วนกลางถึง 90% ในขณะที่โรงพยาบาลได้รับงบตรงเพียง 10% ทำให้หน่วยบริการขาดสภาพคล่องอย่างหนัก
โรงพยาบาลขาดทุนซ้ำซาก เพราะการได้รับงบเบื้องต้นเพียง 10% ทำให้โรงพยาบาลไม่มีเงินหมุนเวียนเพียงพอ จนเสี่ยงต่อสภาวะ “ล่มสลาย”ของระบบ30บาท ใช้งบประมาณมหาศาล แต่โรงพยาบาลเจ๋ง คนไข้ตาย บุคลากรรับภาระหนักจนถอดใจ เงินไม่พอ คนไม่พอ ทำให้หมอและพยาบาลต้องทำงานหนักเกินขีดจำกัด ส่งผลให้มีการลาออกจากระบบเป็นจำนวนมาก
วิกฤตนี้ส่งผลให้โรงพยาบาลรัฐกว่า 326 แห่ง ประสบภาวะเงินบำรุงติดลบรวมกว่า 8,287 ล้านบาท และโรงพยาบาลเอกชนจำนวนมากต้องตัดสินใจถอนตัวออกจากระบบเนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระการขาดทุนได้
คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่าหากโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณยังเป็นเช่นนี้ โรงพยาบาลเกี่ยงกันรับเคสเพราะกลัวค่าใช้จ่ายบานปลายจนเบิกไม่ได้ ดังเช่นกรณีที่มีประชาชนมาร้องเรียนว่าพี่สาวเสียชีวิตจากการส่งตัวที่ล่าช้า
"สุดารัตน์" พรรคไทยสร้างไทย ขออาสาเข้าไปปรับรื้อระบบงบประมาณ 30 บาท โดยเฉพาะระบบการ เก็บงบไว้ที่ส่วนกลางถึง 90% ซึ่งต่างจากสมัยที่ตนเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่กระจายงบ 90% ให้โรงพยาบาลโดยตรงเพื่อประสิทธิภาพในการรักษา ที่มีคุณภาพ และจะช่วยลดภาระการขาดทุนของโรงพยาบาล และหยุดยั้งการล่มสลายของระบบ 30 บาทรักษาทุกโรคได้
Advertisement