
วันที่ 29 ม.ค. 69 ที่จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพหลักฐานส่วนหนึ่งจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในศาลาหมู่บ้านใน ต.สระแก้ว ต.ตลิ่งชัน เขตเลือกตั้งที่9นครศรีธรรมราช ขณะเกิดเหตุมีการโจรกรรมบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ถูกกรรมการเลือกตั้งประจำเขต9 นำมาติดบนกระดานประชาสัมพันธ์หน้าหน่วย เพื่อให้ประชาชนได้ตรวจสอบรายชื่อ ในภาพเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการตระเวนก่อเหตุมากกว่า 10 หน่วยเลือกตั้งใน 2 ตำบล ผู้ก่อเหตุเป็นชุดเดียวกันทั้งหมด
โดยผู้ที่ลงมาจากรถนั้น บางจุดเป็นหญิงสาว บางจุดเป็นชาย พบว่าภายในรถคันนี้มีผู้ร่วมก่อเหตุด้วยกัน 3 ราย มีผู้ขับขี่ 1 ราย น่าเชื่อว่าเป็นหญิงผู้โดยสาร ด้านหน้าเป็นหญิงวัยรุ่นอีก 1 ราย ตามปรากฏในภาพ ส่วนผู้ที่อยู่ด้านหลังมีพยานยืนยันว่าเป็นชาย
ภาพนี้เป็นเพียงบางส่วนจากหลักฐานที่พนักงานสอบสวน และชุดสืบสวน สภ.ท่าศาลาได้รวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ตลอดเส้นทางที่ผู้ก่อเหตุชุดนี้เข้าโจรกรรมทั้งหมดมากกว่า 10 หน่วยเลือกตั้งใน 2 ตำบล ซึ่งอยู่บนเส้นทางเดียวกัน และเป็นผู้ก่อเหตุชุดเดียวกัน ทุกจุดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงวันของวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมาหลังจากที่กรรมการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่9 ได้เข้าติดตั้งได้ไม่นานนัก
นายวุฒิกร อินทร์คง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช นายสมศักดิ์ แสงแก้ว ผู้อำนวยการคณะกรรมการเลือกตั้งประจำเขต9 นครศรีธรรมราช พร้อมตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้เข้าตรวจสอบด้วยตัวเอง และเร่งให้มีการตรวจสอบทุกหน่วยเลือกตั้งที่มีการติดตั้งบัญชีรายชื่อไว้บนป้ายประกาศประจำหน่วย พบว่าเกิดเหตุการณ์ในหลายหน่วยเลือกตั้งใน ต.สระแก้ว ต.ตลิ่งชัน หลังจากนั้นได้มอบให้กรรมการประจำเขตเลือกตั้งเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ท่าศาลานครศรีธรรมราชเรียบร้อยแล้ว อยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ สภ.ท่าศาลา
ส่วนข้อมูลจากการสืบสวนสอบสวนไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่พบข้อมูลการสืบสวนเชิงลึก พบว่ารถยนต์คันที่ก่อเหตุคันนี้เป็นรถของครอบครัวนักการเมืองรายหนึ่งมีชื่อของคนใกล้ชิด เป็นผู้ครอบครอง มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับพรรคการเมือง และการเลือกตั้งครั้งนี้ เบื้องต้นนั้นตำรวจสามารถระบุตัวผู้ขับขี่ผู้โดยสารและผู้นั่งตอนหลังได้ครบทั้ง 3 คนแล้ว แต่กลับยังไม่มีความคืบหน้ามากนักในการดำเนินการ
ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องในการสืบสวนยืนยันว่ าการนำเอาบัญชีรายชื่อไปในทำนองนี้ ไม่น่าจะมีเหตุผลเป็นอย่างอื่น อาจเป็นการนำไปลวงต้มเครือข่ายนักการเมือง หรืออาจเป็นผู้สมัครบางคนที่อยู่ในเครือข่ายการเมืองเดียวกัน หากได้ค่าตอบแทนมาแบบรายหัวจากต้นทาง แต่กลับไม่นำไปใช้จ่ายค่าตอบแทนรายหัวจริงในภาษาถิ่นเรียกว่า “ต้มวัว” หากมีการจ่ายเงินออกมาจากฝ่ายนักการเมืองจะเข้ากระเป๋าของคนหรือ กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดแบบง่ายๆ โดยไม่ได้ซื้อเสียงจริง หรืออาจะจะเป็นการซื้อเสียงได้จริง โดยการลดขั้นตอนการเจรจานำรายชื่อที่ได้จากการโจรกรรมแล้วนำไปติดต่อตรงกับเป้าหมายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้เช่นกัน
Advertisement