
ที่ จ.ภูเก็ต บริเวณปลายแหลมสะพานหิน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำในพื้นที่ภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย นำ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยแรกในภาคใต้ เพื่อช่วย น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ ผู้สมัคร เขต 1, นายรองชัย นายษณกร กี่สิ้น ผู้สมัคร เขต 2 และนายวิวัฒน์ จินดาพล ผู้สมัคร เขต 3 หาเสียง โดยมี นายศุภชัย ใจสมุทร และนายชลัฐ รัชกิจประการ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมด้วย
นางศุภจี กล่าวเริ่มการปราศรัยทักทายชาวภูเก็ต เป็นสำเนียงใต้ ว่า “สวัสดีค่ะ ศุภจีค่ะ บายดีม่าย” ดีใจ ปลื้มใจ และดีใจอยู่กับชาวภูเก็ต ตนมาภูเก็ตบ่อย ไม่ใช่เพิ่งเคยมา แต่ไม่มีวันไหนที่รู้สึกว่าดีใจและชื่นใจเท่ากับวันนี้ ตั้งใจมาอย่างเต็มที่
วันนี้เป็นตัวแทนของพรรคภูมิใจไทย ที่จะมาเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่เราจะทำ ซึ่งคนที่ทราบปัญหาและคนที่จะแก้ปัญหาให้ที่นี่ได้ ก็คือบรรดาผู้สมัครสส.ทั้ง 3 เขตของพรรคภูมิใจไทย ที่จะตอบสนองความต้องการให้กับพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต
นางศุภจี กล่าวว่า เรื่องแรกได้ยินมาว่า ภูเก็ตมีปัญหาอยู่บ้าง อย่างโครงสร้างพื้นฐาน การจราจร จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่ที่เจริญ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาเยือนก็ประสบกับปัญหาการจราจร ดังนั้นเราจะเข้าไปทำอุโมงค์ทำให้เสร็จเสียที ซึ่งจะช่วยเรื่องการจราจรในภูเก็ตได้เป็นอย่างมาก และอีกหนึ่งสิ่งที่ตนเห็นจากการเดินทางมาจากสนามบิน พบกับเส้นทางคอขวด บริเวณ“อนุสาวรีย์เกาะแก้ว” จำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาการจราจร โดยการทำสะพานข้ามในช่วงนั้นเพื่อลดปัญหาคอขวด
นางศุภจี กล่าวต่อว่า ยังมีเรื่องน้ำประปา ช่วงฤดูแล้ง ชาวภูเก็ตก็เดือดร้อน เป็นปัญหาที่จะต้องเร่งแก้ไข ต่อมาปัญหาขยะ เตาเผาขยะที่ภูเก็ตมีไม่เพียงพอ วิธีแก้คือเราต้องยกระดับจังหวัดภูเก็ตขึ้นมาเป็น “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” เป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยมีความตั้งใจที่จะทำในเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยจะทำให้รายได้ของจังหวัดภูเก็ต แข็งแรงพอ และรัฐบาลมองว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น พร้อมย้ำว่า จะต้องยกเมืองภูเก็ตเป็นเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษ พร้อมขอเลือก พรรคภูมิใจไทยทั้ง 3 เขต
นางศุภจีกล่าวอีกว่า ภูเก็ตสามารถเป็น World-Class Destination (สถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกที่มีมาตรฐานสากล) ซึ่งภูเก็ตอย่างเดียวอาจจะไม่พอ ซึ่งเราต้องเชื่อมอันดามัน กับพังงาและกระบี่ให้กลายเป็นริเวียร่าของอันดามัน (โครงการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันตก) หรือ (โครงการอันดามันริเวียร่า) โดยที่ภูเก็ตเป็นสมาร์ทซิตี้ ให้กระบี่ทำ
การท่องเที่ยวแบบเวลล์เนส (Wellness Tourism) บ่อน้ำพุร้อนเค็มคลองท่อม เป็นน้ำพุร้อนเค็มที่เดียวในประเทศไทย ส่วนจังหวัดพังงา ให้เขาเป็นจังหวัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเชิงธรรมชาติ หรือ การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) ซึ่งต้องเชื่อมทั้ง 3 จังหวัดนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวอยู่กับเราได้มากขึ้น ให้เงินงอกมากขึ้น ที่จะทำให้ภูเก็ตแข็งแรงมากขึ้น มีเม็ดเงินลงมายังจังหวัดภูเก็ตมากขึ้น
นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ตยังไม่มีสถานที่การประชุมขนาดใหญ่ เพื่อเป็นสถานที่จัดงานประชุมระดับโลก ซึ่งเราเสียโอกาสจากเรื่องนี้ไปเยอะมาก ซึ่งหากเรามีสถานที่ที่รองรับคนเป็นจำนวนมากกว่า 700 - 800 คน เงินก็จะไหลมายังจังหวัดภูเก็ตอีกมาก
นางศุภจี กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งปัญหาของจังหวัดภูเก็ต มีธุรกิจที่ต่างชาติเข้ามาแย่งงานคนไทยทำ ซึ่งตนอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ เราได้จับมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ในการกวาดล้างนอร์มินี ซึ่งเราต้องดูว่า จะจัดการกับธุรกิจที่ผิดกฎหมายในภูเก็ตอย่างไร เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถทำงานได้อย่างเต็มไม้เต็มมือ เพราะทำแบบนี้แล้ว จะช่วยบรรเทาปัญหาเรื่องของค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชนอีกด้วย ซึ่งเรื่องปากท้องและเรื่องรายได้ ขอเอา “โครงการคนละครึ่ง พลัส” มาให้อีกสักรอบจะได้หรือไม่
นางศุภจี กล่าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมช่วยคนตัวเล็กตัวน้อย ยังมีโครงการพักหนี้สำหรับคนที่ไปต่อไม่ไหว และปลอดดอกเบี้ยอย่างน้อย 3 ปี วงเงินไม่เกินหนึ่งล้านบาท และโครงการที่จะหาทุนใหม่เข้าไปช่วยหารายได้เพิ่มเติม เป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยมีความตั้งใจที่จะทำ
ดังนั้นภูเก็ตคือไข่มุกเม็ดงามของอันดามัน และเป็นไข่มุกเม็ดงามของประเทศไทย ขอโอกาสให้ทีมงาน ของพรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงานให้กับชาวภูเก็ต ขอเเค่บอกมาว่าปัญหาคืออะไร หากเราได้กลับเข้ามาเป็นรัฐบาล จึงขอให้ประชาชนชาวภูเก็ตช่วยผู้สมัครทั้ง 3 เขตของพรรคภูมิใจไทย ให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้ามารับใช้พี่น้องชาวภูเก็ตพร้อม พร้อมเลือกพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนให้ความสนใจกับเวทีปราศรัยนี้เป็นจำนวนมาก ได้มารายล้อมขอถ่ายรูปกับนางศุภจี ทั้งนี้ ช่วงภายหลังการปราศรัย มีประชาชนคล้องพวงมาลัยดาวเรือง พร้อมมอบดอกกุหลาบให้ นางศุภจี ท่ามการบรรยากาศ ที่ประชาชนใช้มือถือทำทะเลดาว ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก อย่างไรก็ตามในวันนี้นางสุภาจีได้สวมชุด ผ้าปาเต๊ะแบรนด์ Yayee เป็นแบรนด์พื้นเมืองของจังหวัดภูเก็ต
Advertisement