
บรรยากาศการปราศรัยใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ ช่วงที่นาย นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคใต้ กล่าวช่วงหนึ่งในการปราศรัยว่ามีโหรทำนายว่านายกรัฐมนตรีคนต่อไปชื่อขึ้นต้นด้วย "อ." พร้อมกล่าวติดตลกว่า "อนุ" จะมาใหญ่กว่าอภิได้อย่างไร ดังนั้น นายกรัฐมนตรีต่อคนต่อไป ตั้งชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แน่นอน พร้อมฝากบอกไปถึงคนกรุงเทพฯ ว่าคนมหาชัยตัดสินใจเลือกประชาธิปัตย์ทั้งจังหวัดแล้ว
โดยระหว่างที่นายชัยชนะ ขึ้นปราศรัย นายอภิสิทธิ์ ได้เดินทางมาถึง ทำให้ประชาชนพากันกรูเข้าไปหานายอภิสิทธิ์ ทั้งมอบดอกไม้ให้กำลังใจ และขอถ่ายรูปเซลฟี่อย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมกับบอกกับ นายอภิสิทธิ์ ว่าเป็นแฟนคลับของประชาธิปัตย์มาอย่างยาวนาน
ก่อนที่นางการดี เลียวไพโรจน์ แคดิเดตนายกรัฐมนตรี จะขึ้นเวที่ปราศรัย พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นในวัยเด็กที่อยากเป็นนายกรัฐมนตรี และย้ำว่าภูมิใจที่เป็นอคดิเดตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของพรรค และกล่าวว่าประชาธิปัตย์ทำนโยบายอย่างรอบคอบ
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคขึ้นเวทีปราศรัยในเวลา 19.20 น. โดยกล่าวว่า ขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้พรรคประชาธิปัตย์ ตนจำได้ว่าเมื่อตอนอายุ 27 ซึ่งไม่นานมานี้ปี 2535 พร้อมยอมรับว่าเป็นสส.เขตครั้งแรก ออกมาหาเสียงต่างจังหวัดครั้งแรกก็ไม่อยากออกจากพื้นที่ เพราะกลัวเสียคะแนนเสียง และลงพื้นที่โดนชาวบ้านจับมือหอมแก้ม แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วแต่ต้องมีคนคอยประคองหลังเพราะกลัวตกเวที
พร้อมเล่าย้อนถึงการลงพื้นที่สมัยก่อน ว่ามีประชาชนตะโกนว่า ฟื้นแล้ว ฟื้นแล้ว ตนก็หันไปดูว่า คำว่าฟื้นแล้วหมายความว่าอะไร ท่านบอกว่าอภิสิทธิ์มา ประชาธิปัตย์ฟื้นแล้ว วันนี้ชายหนุ่มท่านนั้นอยู่ตรงนี้อายุ 97 ปี และคุณยายวัย 92 ปี และวันที่ตนตัดสินใจกลับมาด้วยความผูกพันกับคำในวันที่ถูกสบประมาทว่าพรรคจะสูญพันธุ์ ตนเติบโตมากับพรรคการเมืองนี้มีโอกาสจะไปทำงานเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ก็เพราะพรรคการเมืองนี้ เป็นไปไม่ได้ที่ตนจะปล่อยให้พรรคประชาธิปัตย์มีอันเป็นไปต่อหน้าต่อตา และมีคนบอกว่าเอาแค่ให้รอดก็พอ แต่หาเสียงไปหาเสียงมา ตนบอกตอนนี้ไม่ยอมให้แค่รอดแล้ว นี่คือกำลังใจแต่เมื่อกลับมาตนตั้งโจทย์ไว้ 2 ข้อสำหรับตัวเอง แต่ต้องเข้มแข็งไปที่จะเดินไปในอนาคต เป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวว่า วันนี้อยากมาสมุทรสาคร แต่ไม่อยากมาเพราะถนนพระราม 2 เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่โยงใยถึงการทุจริตคอรัปชัน เกิดแล้วเกิดอีก แต่ไม่เคยชัดเจนว่า ใครต้องรับผิดชอบ แต่ก็ไม่ใช่แค่ถนนพระราม2 ยังมีตึก สตง. ที่ถล่ม รวมถึงเหตุเครนถล่มทับรถไฟที่ นครราชสีมา ล้วนแล้วแต่มาจากการคอรัปชันทั้งสิ้น ซ้ำร้ายยังสงสัยว่า เงินที่จะเอามาซื้อเสียง จะมีธุรกิจอะไรที่มีเงินมากนอกจากธุรกิจสีเทา ปล่อยต่อไปไม่ได้ ต้องรู้ว่าในขณะที่ทั่วโลกกำลังปราบปรามยึดทรัพย์คดีเหล่านี้ แต่ประเทศที่มีประเทศเหล่านี้รายล้อมกลับนิ่ง อาจเป็นเพราะบุคคลที่มีอำนาจไม่ทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง อาจเพราะมีความสัมพันธ์หรือผลประโยชน์ร่วมกันกับเครือข่ายเหล่านี้ ดังนั้นต้องมาต่อสู้เพื่อการสร้างการเมืองที่สุจริตอีกครั้ง หลายปีที่ผ่านมาหลายพรรคที่อยู่ในอำนาจไม่ได้เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ แต่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต เพราะมุ่งเน้นการเมืองที่สุจริต
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ 4 คนที่ผ่านมามีใครบ้างที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทุจริตคอรัปชั่น ไม่มีเพราะอุดมการณ์ของประชาธิปัตย์ประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2,489 ว่าเราจะทำการเมืองด้วยวิถีสุจริต 30 ปีในทางการเมืองมีตำแหน่งทั้งในฝ่ายปฏิบัติและฝ่ายบริหารไม่เคยมีข้อกล่าวหาเลยว่าตนเอาตำแหน่งเอาอำนาจไปเอื้อประโยชน์และแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตัวเอง นี่คือหลักประกันถ้าตนไม่ทำตอนอายุ 27 หรือ 40 กว่าตนคงไม่ทำตอนอายุ 61 เพราะอยู่ไม่นานแล้ว
นายอภิสิทธิ์ ยังย้ำถึง ความซื่อสัตย์ สุจริตในการปราบปรามการทุจริต ผู้นำสำคัญที่สุดถ้าส่งสัญญาณชัดสิ่งเหล่านี้ก็จะเกิดขึ้นได้ยาก วันนี้ตนก็มีการประชุมกับกรรมการบริหารพรรค และได้มีมติอย่างน้อยเริ่มต้นที่การเลือกตั้ง ถ้ามีคนของประชาธิปัตย์ไปทุจริตเราก็จะจัดการ มีมติไว้ล่วงหน้าไม่ต้องรอให้มีเหตุการณ์ เพราะมีมติไว้ล่วงหน้า
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวอีกว่า การทุจริตที่เริ่มต้นจากการซื้อขายตำแหน่งของราชการ เงินก็มาจัดการรีดไถประชาชน เราบอกว่าเข้าจะต้องไปสะสาง แต่กระบวนการแต่งตั้งนักการเมืองอาจมีส่วนอยู่ แต่ต้องสามารถชี้แจงได้ว่าใครสามารถอยู่ในเครือข่ายที่ถูกรับเลือก เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและหากเราไม่เริ่มทำจากเรื่องนี้จะไม่มีใครมั่นใจไว้วางใจประเทศไทยและจะมาลงทุนคบค้าสมาคม
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวว่า มั่นใจที่บอกว่าไม่ทนทุน ประชาธิปัตย์จะไม่ทำให้พี่น้องต้องทนทนเทาอีกต่อไป ลำพังเรื่องนี้ไม่พอ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนจากปัญหาอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาปากท้อง ที่ผ่านมาเรื่องของประมงกลายเป็นปัญหาใหญ่ ที่มีการวางแนวทางหลายอย่าง โดยไม่ให้ประชาชนทุกกลุ่ใได้แสดงความคิดเห็น จึงทำให้หลายครั้งเดินพลาดไป และทำให้เราสูญเสียโอกาส ขณะนี้กฎหมายประมงฉบับใหม่ออกมาแล้ว แต่พอแก้ปัญนึงก็เป็นปัญหาอีกกลุ่มนึง เพราะไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่ายให้เกิดความสมดุลย์ ปัญหาแบบนี้ต้องบอกว่าประชาธิปัตย์เรามีประสบการณ์การบริหาร เรายึดมั่นในการบริหารที่รับฟังการมีส่วนร่วมของประชาชน ต้องหาทางออกร่วมกัน ปลาหมอคางดำก็ยังเป็นปัญหาอยู่ มาตรการที่รัฐทำอยู่ก็ไม่ตอบโจทย์ บอกมารับซื้อจากชาวบ้านแต่ราคาต่ำมาก สุดท้ายมีการปล่อยกลับลงไป จริงๆตนเพิ่งได้กินปลาหมอคางดำตั้งแต่เกิดปัญหา ก็พยามจะซื้อจะได้ช่วยกำจัดปลาหมอคางดำ
ขณะเดียวกันยังพูดถึงค่าตอบแทน อสม .ว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้ริเริ่ม ให้ตอบแทน แต่ไม่เคยบอกว่าต้องให้มาเป็นหัวคะแนน รวมถึงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่เริ่มขึ้นในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย
ส่วนเบี้ยชีพพี่ว่าเดือนละ 3000 ทำไม่ได้หรือถ้าทำได้ ก็ยกเลิกภายในปีสองปี ซึ่งไม่ใช่ประขาธิปัตย์ แต่ประชาธิปัตย์จะดำเนินนโยบายอะไร ต้องศึกษารับผิดชอบต่ออนาคต เพราะพรรคนี้ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเมื่อวานนี้ เพื่อให้ผมเป็นนายกแล้วหายตัวไปเป็นอะไรก็ได้ แล้วเปลี่ยนชื่อพรรค แต่พรรคนี้ต้องรับผิดชอบต่ออนาคต เหมือนผู้ก่อตั้งพรรคที่ต้องรับผิดชอบต่อหลายสิ่งหลายอย่างที่ตามมา และถ้าตนเหลวไหลหลายคนจะเดือดร้อน เพราะต้องมาแบกรับความไม่รับผิดชอบ นั่นไม่ใช่ประชาธิปัตย์ เพราะประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคของตน แต่เป็นพรรคของทุกคน และเป็นพรรคของประชาชน ตนอยากให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าเลือกประชาธิปัตย์แล้วสิ่งที่ได้คือต้องมาเข้าไปต่อสู้กับบ้านเมืองสุจริตทำให้เศรษฐกิจดีและได้คนที่มีหัวใจในการดูแลมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนถึงตาย
นายอภิสิทธิ์ ยังย้ำว่าเรา ไม่ใช่พรรคใหญ่แต่ถ้าเลือกเรามากพอเราจะเป็นตัวแปรในการจัดตั้งรัฐบาล เชื่อว่าไม่มีพรรคไหนได้เสียงเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจะต้องมาชวนเรา แต่ถ้าเลือกประชาธิปัตย์มากพอเราจะดูแล ไปแก้ปัญหาแก้ไขปัญหาเรื่องทุนเทา ไม่ให้และไม่ให้เกิดความแตกแยก ในนโยบายที่ไปแตะต้องกับเรื่องละเอียดอ่อนจะต้องไม่เกิดขึ้น
เราจึงเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย ท่านมั่นใจวางใจไว้ใจได้สำหรับประชาธิปัตย์
นาย อภิสิทธิ์ ยังกล่าวว่า เหลือเวลาไม่ถึง 20 วัน เข้าสู่ช่วงที่คนที่ไม่สนกระแส แต่หันมาสนกระสุน เข้าใจหรือไม่ ที่บอกกับตนตะโกนไม่เอาทุนเทาพอกระสุนสีเทามาเอาหรือไม่เอา หากแบงค์เทามาใบเดียวขอให้ไปบอกเขาไหว้มาย้อนดูเวทีปราศรัย ว่าคนเยอะแบบนี้ใบเดียวไม่พอ ก่อนจะเก่าแซวว่าถ้าเอามา 2 ใบก็ให้ไปดูโพลภาคใต้ ที่จะผุดขึ้นมาจากชุมพรผ่านประจวบถึงเพชรบุรีสมุทรสงครามสมุทรสาคร ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ประชาชนตะโกนส่วนขึ้นมาว่าจะเอาเงินแต่ไม่เลือก
ด้าน นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตผู้ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตนเดินทางจากเพชรบุรีไม่ได้มองถนน แต่ต้องมองการก่อสร้างด้านบน เพราะการก่อสร้าง 7 ชั่วโคตรและอาจไปถึง 10 ชั่วโคตร พร้อมกับกล่าวว่าไม่ต้องพูดถึงถนนพระราม 2 มี ทั้งความเสี่ยงปัญหาและโอกาสแต่จังหวัดเล็กๆอย่างนี้ สมุทรสาครสร้างรายได้รวมทั้งจังหวัดสูงกว่าจังหวัดเชียงใหม่ สงขลา ขอนแก่น เหมือนยักษ์หลับ เบอร์ใหม่ศักยภาพและความหลากหลาย มีรวมกันสร้างเมืองใหม่ สัญลักษณ์อุบัติเหตุเกิดขึ้น 2,000 กว่าครั้ง ตลอดระยะเวลา 10 ปีก่อสร้างในระยะหลัง ท่ามกลางการทุจริตรับเหมาช่วง การปิดตาข้างเดียว วัสดุไม่ได้มาตรฐาน เครื่องจักรกลไม่ได้มาตรฐาน รับช่วงกันจนไม่รู้ว่าบริษัทที่ช่วงสัญญาจากรัฐและผู้รับเหมาปัจจุบันไม่รู้จักกัน มีโครงการใดบ้างที่เป็นมูลค่าหลายหมื่นล้าน แต่เอาชีวิตของประชาชนไปเสี่ยง เครนรถไฟตกที่สีคิ้วนครราชสีมา ถัดมา 2 วัน Launcher ตกที่พระราม 2 อีก และ 2 วันไล่หลังมีหลุมยุบ ถ้าการเมืองเก่า รัชการเก่า เป็นอย่างนี้ การฉ้อฉลยังมีอยู่ บนความเสี่ยงของชีวิตประชาชน ถึงเวลาที่เราจะต้องเปลี่ยนสมุทรสาคร ไม่มีใครเปลี่ยนได้ นอกจากประชาชน ที่จะใช้สิทธิ์ของความเป็นเจ้าของประเทศสร้างอนาคตของประเทศไทย สร้างอนาคตของสมุทรสาครทวงคืนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและทวงคืนอนาคตของลูกหลาน
พร้อมกับกล่าวว่าตนสัญญากับประชาชน ไม่เคยไปไหน เกิดที่พรรคนี้ ตายที่พรรคนี้ นี่คือสถาบันทางการเมือง ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ แต่เป็นของประชาชน ประชาธิปัตย์ยุคใหม่จะนำประเทศไปสู่บ้านเมืองสุจริต จะไม่ยอมให้เกิดการก่อสร้าง เมื่อมีการทุจริตแล้วลอยหน้าลอยตาอยู่ได้เหมือนทุกวันนี้ การเมืองสีเทา การทุจริตคอรัปชั่น นั่นคือปัญหาใหญ่ที่สุดทุกปัญหาแก้ได้ด้วยการขจัดการคอรัปชั่น
โดยนายอลงกรณ์ยังย้ำว่า พรรคได้ก็ตามที่เคยเป็นแกนนำขณะนี้ และเคยเป็นแกนนำต้องรับผิดชอบเพราะการบริหารประเทศยุคใหม่ ที่เป็นการเมืองสีขาว ประชาธิปไตยสุจริต ให้ประชาชนจะมอบให้กับพรรคประชาธิปัตย์ของเราทุกเขตเลือกตั้ง
Advertisement