
วันที่ 12 ม.ค. 69 นาย รังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก “Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม” ระบุว่า [อย่าหลงกลฮุนเซน]
คำพูดของรัฐมนตรีกัมพูชาที่ออกมาชี้นำว่า ควรเลือกพรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย และไม่ควรเลือกพรรคภูมิใจไทย คือ การแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยอย่างโจ่งแจ้ง และไม่ใช่ครั้งแรกที่เครือข่ายของฮุน เซน แสดงพฤติกรรมในลักษณะนี้
ก่อนหน้านี้ ในปี 2566 ฮุน เซน เคยปล่อยข่าวเท็จว่า หากพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะมีการส่งแรงงานกัมพูชากลับประเทศ ซึ่งเป็นแท็กติกที่มุ่งสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจของไทย เพื่อบ่อนทำลายความเชื่อมั่นและสร้างความเสียหายทางการเมืองต่อพรรคประชาชน หรือพรรคก้าวไกลในขณะนั้น
แท็กติกตื้นๆ ที่คนในรัฐบาลกัมพูชานำมาใช้ คือความพยายามสร้าง “แนวร่วมมุมกลับ” ให้กับฝ่ายของฮุน เซน ในไทย เพราะฮุน เซน ย่อมรู้ดีว่า หากออกมาสนับสนุนพรรคการเมืองใดโดยตรง ประชาชนชาวไทยจำนวนมากที่ไม่ยอมรับและต่อต้านระบอบฮุน เซน จะถอนการสนับสนุนจากพรรคการเมืองนั้นทันที และหันไปสนับสนุนกลุ่มการเมืองอื่น ซึ่งฝ่ายฮุน เซน คำนวณแล้วว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเครือข่ายของตนเอง นี่คือลูกไม้การเมืองราคาถูก ที่ “บอสแก๊งสแกมเมอร์” อย่างฮุน เซน คงเชื่อว่าประชาชนชาวไทยจะหลงเชื่อได้โดยง่าย
คำถามคือ ทำไมฮุน เซน ถึงหวาดกลัวพรรคประชาชนอย่างมาก คำตอบก็เพราะระบอบฮุน เซน เป็นระบอบการปกครองที่อ่อนแอ ผูกขาดอำนาจทางการเมืองมาอย่างยาวนาน การที่พรรคประชาชนได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากคนรุ่นใหม่ในประเทศไทย คนที่มีความฝันและความหวังต่อการเปลี่ยนแปลง หากพรรคการเมืองแบบนี้สามารถชนะการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ย่อมอาจจุดประกายความหวังให้กับคนรุ่นใหม่ในกัมพูชา ให้ลุกขึ้นเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน และนั่นคือสิ่งที่จะสั่นคลอนและทำลายระบอบของฮุน เซน อย่างรุนแรงที่สุด
นอกจากนี้ ระบอบฮุน เซน ยังต้องพึ่งพาเงินสีเทา โดยเฉพาะเงินจากขบวนการสแกมเมอร์ หนึ่งในคีย์แมนสำคัญของการฟอกเงินให้แก๊งสแกมเมอร์ คือ นายเบน สมิธ หรือ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ที่ปรึกษาของฮุน เซน ซึ่งพรรคประชาชนมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ และได้เรียกร้องมาโดยตลอดให้รัฐบาลอนุทินดำเนินการออกหมายจับ ขอหมายแดงจากอินเตอร์โพล ตลอดจนยึดทรัพย์และขยายผลเพื่อจัดการเครือข่าย “กัมพูชาเทา–ไทยเทา” ให้สิ้นซาก แต่จนถึงวันนี้ รัฐบาลอนุทินยังไม่ดำเนินการใด ๆ อย่างเป็นรูปธรรม
เป็นเรื่องตลกร้ายที่ในวันนี้ ศาลของประเทศอันเป็นที่รักของผม ได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีอาญา ที่ที่ปรึกษาของฮุน เซน เป็นผู้ยื่นฟ้องต่อผม
ทั้งหมดที่ผมกล่าวมา ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยต้องไม่ตกหลุมพรางลูกไม้ตื้น ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างแนวร่วมมุมกลับให้กับฝ่ายฮุน เซน ผมขอเรียกร้องไปยังทุกฝ่ายว่า อย่านำประเด็นนี้มาใช้ดิสเครดิตพรรคประชาชน เพราะหากทำเช่นนั้น เท่ากับกำลังเดินตามเกมที่ฮุน เซน วางไว้
น่าผิดหวังอย่างยิ่งที่คุณอนุทินกลับเลือกหยิบถ้อยคำจากรัฐมนตรีกัมพูชามาใช้โหนกระแสเพื่อเรียกคะแนนนิยมให้ตนเอง ทั้งที่ในฐานะผู้นำรัฐบาล สิ่งที่ควรทำคือการออกมาประณามการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงและไม่อาจยอมรับได้ แต่ท่านกลับใช้จังหวะนี้เพื่อหวังผลทางการเลือกตั้ง คำถามคือ การกระทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกันแน่ครับ หน้าที่ของท่านนายกคือปกป้องประเทศ แต่ท่านกลับไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง ดันไปยืมคำของศัตรูมาหาคะแนน ท่านทำแบบนี้ไปเพื่อใครครับ
Advertisement