
(8 ม.ค. 2568) ที่ กระทรวงการต่างประเทศ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ประเด็นแรก กรณีกองกำลังกัมพูชายิงเข้ามายังพื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศมีความจำเป็นต้องออกแถลงการณ์ประณามการยิงเข้ามาโดยกองกำลังกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
อย่างที่ทุกท่านทราบ ฝ่ายไทยได้ใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างเต็มที่และไม่ได้ใช้อาวุธกลับ แต่เราตอบโต้ด้วยการติดต่อไปยังฝ่ายกัมพูชาโดยทันที เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามช่องทางสื่อสารต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามถ้อยแถลงร่วมที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้ลงนามร่วมกัน ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ GBC
นอกจากนี้ ไทยยังได้มีหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการแล้ว โดยเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาแสดงความรับผิดชอบขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด อย่างจริงใจ โดย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ได้ส่งข้อความไปยังนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา
นานนิกรเดช กล่าวต่อว่า ล่าสุด ฝ่ายกัมพูชาโดยภูมิภาคทหารที่ 4 และกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ได้มีหนังสือถึงฝ่ายไทย ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นเหตุระเบิดของกระสุนที่ตกค้างอยู่ในกองขยะ ขณะกองกำลังกัมพูชากำลังจัดระเบียบและทำความสะอาดพื้นที่ พร้อมทั้งได้แสดงความเสียใจต่ออุบัติเหตุครั้งนี้ ซึ่งทำให้ทหารบาดเจ็บ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมและระหว่างมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีกในอนาคต
"ฝ่ายไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำรงช่องทางสื่อสารโดยตรง ทั้งในระดับส่วนกลางและพื้นที่เช่นกรณีนี้ ซึ่งเป็น 1 ในข้อกำหนดของถ้อยแถลงร่วม จะช่วยให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที เพื่อลดความตึงเครียดและความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะกัน สอดคล้องกับเจตนารมย์ที่จะมุ่งหาทางออกร่วมกันโดยสันติวิธี" นายนิดรเดช กล่าว
นายนิกรเดช ระบุต่อว่า ประเด็นที่สอง คือกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาประท้วงว่าฝ่ายไทยได้เข้ายึดครองและปฏิบัติการทางทหารในหลายพื้นที่ของกัมพูชานั้น ศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารร่วมไทย-กัมพูชา โดยความมั่นคงได้ชี้แจงไปแล้วในเบื้องต้น
ประเทศไทยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมที่ทั้ง 2 ฝ่ายลงนามเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2568 อย่างเคร่งครัด การคงกำลังทหารของทั้งสองฝ่ายที่มีอยู่ในปัจจุบันภายหลังการหยุดยิงถือเป็นการปฏิบัติตามข้อ 2 ของถ้อยแถลงร่วม ถือเป็นมาตรการลดความตึงเครียดที่ได้ตกลงร่วมกัน และไม่ได้ตีความเป็นการยึดครองดินแดนแต่อย่างใด
"ดังนั้น ฝ่ายไทยจึงขอปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลของฝ่ายกัมพูชา ว่าไทยผวกดินแดนกัมพูชาโดยมิชอบ และเรียกร้องให้กัมพูชายุติการเผยแพร่ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวโดยทันที เนื่องจากเป็นการบ่อนทำลายบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาโดยสันติ ขอยืนยันว่าฝ่ายไทยได้ดำเนินมาตรการด้านความมั่นคงภายในพื้นที่ของฝ่ายไทยหลังการหยุดยิงและเป็นไปตามข้อ 6 ของถ้อยแถลงร่วมที่กำหนดให้ต้อง 2 ฝ่ายละเว้นจากการดำเนินการยั่วยุใดๆ ที่อาจจะนำไปสู่ความเครียดที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการปฏิบัติการทางทหารหรือรุกล้ำเขตแดน หรือที่ตั้งของอีกฝ่าย" นายนิกรเดช กล่าว
นายนิกรเดช กล่าวว่า ฝ่ายไทยยังคงยึดมั่นในกระบวนการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดงทางบกร่วมกับฝ่ายกัมพูชา โดยมีกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC อย่างไรก็ดี การดำเนินการเรื่องเขตแดนไม่ควรอยู่ภายใต้บรรยากาศที่ตึงเครียด ควรบนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ไทยจึงขอเรียกร้องให้กัมพูชาดำเนินมาตรการลดความเครียดต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในถ้อยแถลงร่วม โดยเฉพาะซึ่งการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาทวิภาคีมาโดยตลอด และพร้อมกับขับเคลื่อนกลไกคณะกรรมการเขตแดนร่วมโดยเร็ว ฝ่ายไทยอยู่ระหว่างการดำเนินกระบวนการภายใน ซึ่งต้องรอจนกว่าการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปจะแล้วเสร็จ โดยจะเสนอวันจัดประชุมJBC ครั้งต่อไป พร้อมร่างระเบียบวาระการประชุมให้ฝ่ายกัมพูชาทราบ
นานนิกรเดช กล่าวทิ้งท้ายว่า ฝ่ายไทยขอยืนยันความมุ่งมั่นและความจริงใจในการหาทางออก การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย เพื่อสันติภาพ ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองที่ยั่งยืนร่วมกันของทั้งสองประเทศ
Advertisement