
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 7 มกราคม ที่ตลาดบางใหญ่ จ.นนทบุรี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นายพงษ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รอง หัวหน้าพรรคและผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ นายสรวงศ์ เทียนทอง ผู้สมัครสส.สระแก้ว และนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค พร้อมด้วยผู้สมัครสส.นนทบุรี เดินทักทายประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดบางใหญ่ โดยมีประชาชนให้ความสนใจขอถ่ายรูปและมอบดอกกุหลาบให้เป็นจำนวนมาก
โดยช่วงหนึ่งประชาชนได้สอบถามนายยศชนัน ว่า “พรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชนใช่หรือไม่ หากเมื่อไหร่ที่จริงใจกับประชาชนอย่างไรก็อยู่ได้ ไม่ต้องสนใจผลโพลที่ออกมา เพราะของจริงอยู่ที่ใจ ทุกอย่างหากเราเสมอต้นเสมอปลาย ซึ่งขณะนี้รัฐบาลเป็นสีเทาและสีดำ จึงอยากให้นำสีขาวเติมเข้าไป“ พร้อมอวยพร ”ขอให้โชคดี ขอให้พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน เพราะมีคนชั่วเยอะแล้ว อินเนอร์มันอยู่ข้างใน คนจะเลือกยังไงก็เลือกอยู่แล้ว ขอให้มุ่งหน้าต่อไป ไม่ต้องไปสนใจโพลที่ออกมาในเวลานี้ เพราะคะแนนมันมุดดินอยู่เยอะ“
นอกจากนี้ มีประชาชนกอดพร้อมตบไหล่ให้พรนายยศชนันว่า จะทำอะไรขอให้สมปรารถนา เพราะเชื่อว่าทำได้อยู่แล้ว ขณะที่มีชาวบ้านบางคนบอกว่าอยากได้หนึ่งคะแนน ขอให้เดินมาหา
ต่อมานายยศชนันและคณะ เดินทางมาสักการะ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
โดยนายยศชนัน กล่าว่า เรามองว่าจังหวัดนนทบุรี โดยเฉพาะโซนบางใหญ่ตรงนี้สามารถพัฒนาให้ดีกว่านี้ได้อีกเยอะ เราพยายามที่จะผลักดันเรื่องการคมนาคมขนส่ง และการทำให้พื้นที่นี้เป็นศูนย์รวมของสินค้าเกษตร อาหาร และศิลปวัฒนธรรม เพื่อให้ผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวสามารถแวะพักที่นี่ได้ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าดีขึ้นตามไปด้วย วันนี้เราตั้งใจอยากจะทำเต็มที่ให้นนทบุรีเป็นเมืองที่สวยงาม เป็นเมืองที่เป็นหน้าเป็นตา โดยได้คัดสรรผู้สมัครที่เหมาะสมลงสู้ศึกเลือกตั้งในทุกเขต และทุกคนก็ได้มารวมตัวกันที่นี่
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า จากการที่เราได้มาดูเรื่องข้าว สินค้าเกษตรและผลไม้ เรามั่นใจว่านนทบุรีสามารถเป็นเมืองตัวอย่าง และเป็นเมืองที่รองรับการขยายตัวของเมืองได้ ในส่วนของรถไฟฟ้าซึ่งมีเส้นทางมาถึงนนทบุรีนั้น ในช่วงที่เราบริหารเราเคยทำราคาไว้ที่ 20 บาท แต่ปัจจุบันราคาปรับสูงขึ้น หากเราได้กลับมาบริหารอีกครั้ง ราคาก็จะกลับมาอยู่ที่ 20 บาทเหมือนเดิม และเราจะพยายามจัดหาระบบ Feeder เข้ามาเสริมในจุดนี้ด้วย ฝากถึงพี่น้องชาวนนทบุรีว่านนทบุรีจะดีขึ้นกว่านี้ได้แน่นอน ขอฝากพรรคเพื่อไทยไว้ด้วย เลือกทั้งคนทั้งพรรค
จากนั้นเวลา 10.00 น. นายยศชนัน และคณะ ลงพื้นที่พบปะผู้นำชุมชนและพูดคุยประเด็นปัญหาการจราจร ที่มัสยิดอัลอิสติกอมะห์ เขตทุ่งครุ โดยทันทีที่นายยศชนันและคณะเดินมาถึง มีประชาชนมอบดอกกุหลาบ รวมถึงคล้องพวงมาลัยดาวเรืองให้กับนายยศชนัน พร้อมแซวว่า “เอาคนหล่อมา ใจจะสลาย“ ทำให้นายยศชนัน ตอบกลับว่า ”ตอนกลับขอถ่ายรูปอีกรอบ“ ก่อนที่จะเดินชมประวัติมัสยิดอัลอิสติกอมะห์
โดยฮัจญีศุกรีย์ สะเร็ม เลขาธิการมัสยิดอัลอิสติกอมะห์ มอบหมวกกะปิเยาะห์ ให้กับนายยศชนัน
จากนั้น นายยศชนัน กล่าวว่า เราให้ความสำคัญเกี่ยวกับพหุวัฒนธรรม จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เดินทางมาถึงที่นี่ กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ของทุกคนต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม รวมถึงการเข้าถึงอาหารฮาลาล หรือการทำสถานที่ราชการให้เหมาะกับทุกคนทุกวัฒนธรรม เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องให้ความสำคัญ ปัจจุบันเรื่องการท่องเที่ยวของชาวมุสลิม ต้องได้รับความเท่าเทียมทางวัฒนธรรม ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีแนวทางที่จะทำการท่องเที่ยวเชิงกลุ่ม การเดินทาง การคมนาคมต่างๆ ต้องสามารถทำได้ และหลังรับฟังเรื่องราวจากนิทรรศการ คิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรเก็บไว้ที่นี่ที่เดียว ควรเผยแพร่ไปในส่วนกลางของกรุงเทพมหานครด้วย ซึ่งได้พยายามหาพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้แต่ละคนรับรู้ประวัติศาสตร์ต่างๆ ของชาวมุสลิม พร้อมอยากสนับสนุนเรื่องพิธีกรรม พิธีการต่างๆ แม้ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่มาจำกัดความเท่าเทียมทางศาสนา ต้องเปิดรับอย่างเต็มที่ ซึ่งพรรคเพื่อไทยพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ ที่จะเป็นแนวนโยบายทำให้กับชาวมุสลิม หากมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประเมินกระแสหรือทำโพลสำรวจของพรรคในพื้นที่กรุงเทพมหานครหลังลงพื้นที่ต่อเนื่อง ว่า มีตลอด เพราะพรรคมีข้อมูลของคนในพื้นที่นั้น ปัจจุบันมีการลงพื้นที่มาโดยตลอด ซึ่งพบว่าเป็นไปในแนวทางที่ดีขึ้นมาก ทำให้มีกำลังใจในการลงพื้นที่และจะสังเกตได้ว่าตนจะเดินไปแต่พื้นที่ที่สะท้อนถึงเรื่องนโยบาย ซึ่งการที่มาเขตทุ่งครุ เพื่อมารับฟังความเห็นจากพี่น้อง เพื่อนำไปสะท้อนนโยบายของเราเอง
เมื่อถามว่าได้มีการประเมินไปถึงเรื่องตัวบุคคล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผู้สมัคร นโยบายหรือไม่ว่าคะแนนนิยมพรรคที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ มาจากปัจจัยใด นายยศชนัน กล่าวว่า ปัจจุบันบ้านเมืองต้องการไปข้างหน้า ดังนั้น การที่เราไม่ไปทะเลาะเบาะแว้งกับใคร ไม่ไปพูดถึงคนอื่นในทางที่ไม่ดี แต่เราพยายามพูดถึงนโยบายที่นำไปสู่พี่น้องประชาชนแบบลงรายละเอียด ซึ่งทำให้ทุกคนเริ่มกลับมามองเรา เข้าใจในแนวทางของเรา เพราะเรามีคนที่พร้อมจะทำ และมีประชาชนที่พร้อมจะสอดรับนโยบายเรา ทำให้ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา คะแนนนิยมเพิ่มขึ้น และเราลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าจะเลือกตั้งแล้ว เราลงพื้นที่ ฉะนั้น ความเข้าใจปัญหาในพื้นที่ของผู้สมัครของเรามีค่อนข้างสูง ซึ่งการไปลงพื้นที่ของเราก็เพื่อไปสอบถาม เช่น มาที่ทุ่งครุ ซึ่งเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมก็ต้องมารับฟังปัญหา และกลับไปแก้ไขให้เท่าเทียม เช่น การเดินทางไปพิธีฮัจญ์ ซึ่งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เรารับประเด็นมาเพื่อนำไปแก้ไขและปรับปรุงปัญหาต่างๆ รวมถึงต้องแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติด และการคมนาคม
เมื่อถามว่า นโยบายใดที่จะนำมาพิชิตใจคนกรุงเทพฯ นายยศชนัน กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร มีปัญหาที่หลากหลาย ฉะนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด ตนพยามทำให้ทุกนโยบายมีความเป็นรูปธรรม ซึ่งปัญหาที่เราจะทำได้หรือไม่ได้กับที่ประชาชนต้องการ อยากให้แยกประเด็น ซึ่งวันนี้ค่าครองชีพสูง ประชาชนเดินทางไม่ได้ ต้องใช้รถทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งหน้าที่รัฐบาล ก็ต้องไปทำให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก เชื่อว่า นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทุกคนเห็นด้วย และวันนี้ได้ออกเครือข่ายแผนที่ขึ้นมา รวมไปถึงทำการสื่อสาร
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีเรื่องค่าไฟฟ้าที่เรากำลังมองหาพลังงานทดแทน เพื่อทำให้ค่าไฟฟ้าลดลงซึ่งเราเคยทำมาแล้ว จาก 4 บาท เหลือ 3 บาทกว่า รวมไปถึงการเพิ่มโอกาส เช่น การท่องเที่ยว เพราะถ้าการท่องเที่ยวดี นักท่องเที่ยวก็เข้ามา ซึ่งก็มาจากหลากหลายวัฒนธรรม ดังนั้น การที่เรามองว่าการลดรายจ่าย การปลดหนี้และเพิ่มรายได้ให้ประชาชน และคิดว่าจำนวนนโยบายไม่ได้สำคัญเท่ารูปธรรมที่จะทำให้เกิดขึ้นจริง
เมื่อถามว่า การปราศรัยใหญ่วันที่ 8 มกราคม ที่ลานคนเมืองกรุงเทพมหานคร จะมีอะไรเด็ดบ้าง นายยศชนัน กล่าวว่า ขอพูดทีเซอร์ก่อน ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับสังคม ความเหลื่อมล้ำ จะสังเกตได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา เราจะลงพื้นที่ส่วนนี้เยอะมาก โดยในวันที่ 8 มกราคม จะเป็นการเปิดนโยบายเกี่ยวกับเชิงสังคม และความเหลื่อมล้ำ
เมื่อถามถึง กรณีพรรคเพื่อไทย ถูกจ้องจับผิดและโจมตี มองว่าเป็นการดิสเครดิตจะทำให้เสียสมาธิในช่วงหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่ นายยศชนัน ว่า เรื่องนี้ถ้าเรานั่งอยู่กับที่ แน่นอนว่าถ้าฟังก็ไม่สบายใจ แต่กลายเป็นว่าเราลงพื้นที่ ประชาชนให้กำลังใจบอกว่าทำอย่างนี้ดีแล้ว เดี๋ยวเขาก็หยุดไปเอง เดี๋ยวเขาก็แพ้ภัยตัวเอง ตนมองว่าเป็นสิ่งสำคัญเพราะทำให้เราอยากลงพื้นที่มากขึ้น และการลงพื้นที่ของเราเป็นการลงไปเพื่อสื่อสารนโยบาย ไม่ใช่แค่การลงพื้นที่ให้คนเห็นหน้า เพราะการเห็นหน้า สส.เขตลงพื้นที่อยู่แล้ว แต่การลงไปแล้วสื่อสารตรงๆ แล้วดูว่าสิ่งที่สื่อสาร เราแตะกับประชาชนหรือไม่ สามารถจำนโยบายเราได้หรือไม่
เมื่อถามถึง กรณีที่พรรคภูมิใจไทย ออกมาตั้งคำถามถึงนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สามารถทำได้ทันทีได้จริงหรือ เพราะตอนเป็นรัฐบาลไม่ทำ ว่า เรื่องนี้ทำงานร่วมกับเอกชน การคุยเกี่ยวกับสัมปทานรถไฟฟ้าและมีการบริหารที่ไม่ได้กระทบกระเทือน การเงินภาครัฐบาล จึงมั่นใจว่า เราทำได้ จริงๆ แล้วเราต้องทำสำเร็จตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เกิดประเด็นทางการเมืองไม่ได้ทำต่อ แต่ตอนนี้เตรียมพร้อมที่จะทำต่อแล้วภายใน 3-6 เดือน สามารถเห็นตรงนี้ได้แน่
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า เรื่องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม เราเดินหน้าไปเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะทำ ส่วนเรื่องงบประมาณถ้าเป็นเรื่องของเงินของภาครัฐแน่นอนว่าน่าจะลำบาก แต่ตรงนี้ได้มีการเจรจาพูดคุยกันไว้แล้ว รถไฟฟ้า 20 บาทไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นเรื่องที่ทำให้คนเข้าถึงระบบคมนาคม-ขนส่ง วันนี้ชาวทุ่งครุ่ก็มีข้อเสนอเพิ่มเติมขึ้นมาว่า เรามีการท่องเที่ยวทั้งทางน้ำ ซึ่งตรงนี้เปรียบเหมือนเวนิสของกรุงเทพฯ เราน่าจะสนับสนุนเรื่องคมนาคม ขนส่ง ทั้งการสัญจรและการท่องเที่ยวทางน้ำขึ้นมาบนบก เชื่อมต่อด้วยรถไฟ ที่จะทำให้รายได้พื้นที่ ตั้งแต่ทุ่งครุ่ บางขุนเทียนขึ้นไปเป็นที่ที่น่าท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้ประชาชน
เมื่อถามว่า รัฐจะไม่ต้องใช้งบประมาณเลยใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า กรณีเฟสแรกที่มีการพูดคุยกัน สามารถทำได้ จะเหลือกรณีที่หากต้องมีจุดเชื่อมต่อเพื่อให้คล่องก็มีประเด็นตรงนี้
Advertisement