
สถานการณ์อุทกภัยยังคงวิกฤตและขยายวงกว้าง ล่าสุด “บุ๋ม ปนัดดา” พร้อมด้วย “อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม” ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนหลังลุยลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างหนักหน่วงจนถึงช่วงตี 3 ตี 4 ของเมื่อคืนที่ผ่านมา(29/09/2569) โดยสะท้อนเสียงจริงจากหน้างานถึงอุปสรรคการทำงาน ปัญหาของบริจาคถูกขโมย พร้อมจี้ภาครัฐเร่งจัดทำแผนเผชิญเหตุและมาตรการเยียวยาที่เป็นรูปธรรม พร้อมกันนี้ยังได้พูดถึงประเด็นดรามาที่นายกฯ ลงพื้นที่แจกเงินสด 1,000 บาท ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
หลังลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย "บุ๋ม ปนัดดา" เผยว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่อพยพประชาชนในพื้นที่องครักษ์ จ.นครนายก ซึ่งมีน้ำเข้าหมู่บ้านตั้งแต่ช่วงเช้า และมีประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก รวมถึงสัตว์เลี้ยงที่ติดค้างอยู่ภายในบ้าน ทำให้ทีมกู้ภัยต้องเร่งเข้าช่วยเหลือตลอดทั้งวัน กว่าจะเสร็จภารกิจและเดินทางกลับถึงนนทบุรีก็เป็นเวลาประมาณตี 3
สำหรับกรณีที่ประชาชนบางส่วนออกมาร้องเรียนเรื่องความล่าช้าของหน่วยงานรัฐ "บุ๋ม ปนัดดา" บอกว่า ไม่สามารถพูดแทนหน่วยงานได้ แต่ในส่วนของทีมกู้ภัยก็ทำหน้าที่ช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง พร้อมอธิบายว่า ปีนี้เกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดก่อนกรุงเทพฯ ทำให้ทีมกู้ภัยจำนวนมากกระจายกำลังไปช่วยเหลือพื้นที่ต่างจังหวัด เมื่อสถานการณ์กรุงเทพฯ รุนแรงขึ้น จึงไม่สามารถดึงกำลังกลับมาได้ทันที ส่งผลให้ต้องมีการปรับกำลัง โดยดึงทีมจากพื้นที่ภาคเหนือและจังหวัดอื่นๆ เข้ามาช่วยในกรุงเทพฯ
ขณะนี้ทีมของตนยังคงติดตามระดับน้ำและประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า โดยรับข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐมาประกอบการวางแผนว่าแต่ละพื้นที่จำเป็นต้องใช้กำลังอพยพมากน้อยเพียงใด รวมถึงยังเดินหน้าโรงครัวเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังและไม่สามารถประกอบอาหารเองได้ ขณะที่ภารกิจอพยพยังคงดำเนินต่อในจุดที่จำเป็น แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานภาครัฐประสานมายังทีมของตนโดยตรง
ส่วนสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังนั้น "บุ๋ม ปนัดดา" มองว่า ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดยังน่าเป็นห่วงพอ ๆ กัน โดยเฉพาะช่วงวันที่ 5-8 ตุลาคม ที่มีการคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักในกรุงเทพฯ อีกระลอก จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ทางด้าน “อาจารย์เบียร์” เผยว่า หลังจากลงพื้นที่ช่วยเหลือ พบว่า ความต้องการของผู้ประสบภัยเริ่มเปลี่ยนจากอาหารไปเป็นยา นมผงสำหรับเด็กแรกเกิด และผ้าอ้อม เนื่องจากบางครอบครัวไม่สามารถออกจากพื้นที่ไปหาซื้อของเองได้ พร้อมเตือนว่าขณะนี้อากาศเริ่มร้อน น้ำเริ่มเน่าเสีย และมีผู้ประสบภัยบางส่วนเริ่มมีอาการเจ็บป่วย จึงจำเป็นต้องเร่งนำยาและสิ่งของจำเป็นเข้าไปช่วยเหลือ
นอกจากนี้ “อ.เบียร์” ยังเปิดเผยถึงเหตุการณ์น้ำดื่มที่นำไปช่วยผู้ประสบภัยถูกขโมยนำออกไปจากจุดแจกจ่าย เจ้าตัวเล่าว่า น้ำดื่มบางส่วนที่นำไปจำนวนมากกลับหายไป โดยเฉพาะน้ำดื่มที่เป็นแพ็กมีลวดลายคิตตี้ ขณะที่มีผู้ส่งภาพมาให้เห็นว่าน้ำลักษณะดังกล่าวไปกองอยู่ที่ร้านค้าแห่งหนึ่ง จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น และใครเป็นผู้ขนย้ายออกไป
ทั้งนี้ “อ.เบียร์” ยังขอความร่วมมือผู้ที่ต้องการบริจาคสิ่งของว่า หากนำอาหารหรือของช่วยเหลือมาส่ง ควรประสานกับทีมอาสาหรือเจ้าหน้าที่และฝากให้ทีมดำเนินการนำเข้าไปแจกจ่าย เพราะการนำคนจำนวนมากลงเรือพร้อมสิ่งของจำนวนไม่มาก อาจทำให้พื้นที่บนเรือไม่เพียงพอสำหรับการขนของหรืออพยพประชาชน หากต้องการเป็นอาสาสมัคร ควรช่วยอำนวยความสะดวกให้ทีมกู้ภัยมากกว่าการเข้าไปถ่ายทำคอนเทนต์ในพื้นที่
ในสถานการณ์ที่ทรัพยากรมีจำกัด ทีมจำเป็นต้องเลือกช่วยเหลือพื้นที่ที่มีประชาชนจำนวนมากก่อน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้รายวันหรือแรงงานที่ไม่สามารถออกไปทำงานได้และไม่มีรายได้เพียงพอสำหรับซื้ออาหาร โดยยอมรับว่า แม้จะมีผู้ประสบภัยจำนวนมาก แต่กำลังคนและสิ่งของมีจำกัด จึงต้องจัดลำดับความเร่งด่วน
ถามถึงกระแสข่าวจี้ปลดผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทั้งคู่บอกว่า ไม่ทราบรายละเอียดเพราะไม่ได้ทำงานร่วมกับทีมผู้ใหญ่หรือฝั่งการเมือง โดยเน้นทำงานร่วมกับทีมกู้ภัยเป็นหลัก และพยายามหลีกเลี่ยงดรามา ถามว่ามองว่าภาครัฐบกพร่องหรือไม่ “อ.เบียร์” ได้เผยว่า บกพร่อง ไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงหน่วยงานใด แต่เรียกร้องให้ทุกหน่วยงานมีแผนรับมือภัยพิบัติที่ชัดเจน เพราะที่ผ่านมาแม้จะมีการพูดถึงการถอดบทเรียน หลังเกิดภัยพิบัติหลายครั้ง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ใหม่ก็ยังพบปัญหาเดิม
ด้าน “บุ๋ม” มองว่าภาครัฐควรมีแผนที่ชัดเจน หากเกิดน้ำท่วมในระดับต่าง ๆ จะมีศูนย์พักพิงอยู่ที่ใด ใครเป็นผู้ประสานงาน ใครรับผิดชอบพื้นที่ไหน และหน่วยงานใดจะเข้ามาดำเนินการอย่างไร โดยภาคเอกชนและทีมอาสาควรทำหน้าที่เป็นกำลังเสริม ไม่ใช่ต้องเข้าไปทำหน้าที่แทนหน่วยงานหลักทั้งหมด
สำหรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณี นายกอนุทิน ชาญวีรกูล มีการแจกเงิน 1,000 บาทให้ผู้ประสบภัย ทั้งคู่มองว่า หากตัดประเด็นว่าใครเป็นผู้แจกออกไป การให้เงินถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการช่วยเหลือ เพราะความต้องการของแต่ละครอบครัวแตกต่างกัน บางบ้านมีเด็กเล็กต้องการนม บางบ้านมีผู้ป่วยต้องการผ้าอ้อม หรือบางคนไม่มีรายได้ในช่วงที่ไม่สามารถออกไปทำงานได้ เงินจึงอาจช่วยให้ผู้ประสบภัยนำไปจัดการกับความจำเป็นเฉพาะหน้าของตัวเองได้ แต่สิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บริหารประเทศ คือการใช้อำนาจหน้าที่ในการสั่งการและประสานหน่วยงานต่าง ๆ ให้เข้ามาช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ มากกว่าการมุ่งให้ความสำคัญกับการแจกเงิน โดยยกตัวอย่างปัญหารถที่จมน้ำและขวางเส้นทางกู้ภัย ซึ่งหากภาครัฐเข้ามาเคลื่อนย้ายรถออกจากพื้นที่ได้ ก็จะช่วยให้ทีมกู้ภัยสามารถนำอาหาร น้ำ และเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้า-ออกพื้นที่ได้สะดวกขึ้น
ส่วนประเด็นมาตรการเยียวยา 9,000 บาท และมาตรการประกันภัยที่เริ่มวันที่ 1 ตุลาคมว่าประชาชนต้องการความชัดเจนว่าเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในช่วงนี้จะเข้าหลักเกณฑ์การเยียวยาหรือไม่ เพราะผู้ประสบภัยมีค่าใช้จ่ายจำนวนมากหลังน้ำลด ทั้งการซ่อมรถ ระบบไฟฟ้า บ้านเรือน และการสูญเสียรายได้ จึงอยากเห็นมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมและชัดเจน
ถามถึงการเฝ้าระวังหลังจากนี้ “บุ๋ม” บอกว่า หากมีประกาศให้อพยพ ขอให้รีบออกจากพื้นที่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ และเด็กเล็ก เพราะหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น การเคลื่อนย้ายจะทำได้ยากและอันตรายมาก พร้อมยกตัวอย่างภารกิจเมื่อคืนที่ทีมกู้ภัยต้องอุ้มผู้สูงอายุข้ามกำแพงและลอยน้ำออกจากพื้นที่ ถ้าอพยพได้ อพยพเถอะ เอาชีวิตก่อนดีที่สุด พร้อมขอให้ประชาชนอย่ารอจนสถานการณ์รุนแรงในช่วงกลางคืน เพราะจะทำให้การทำงานของทีมกู้ภัยยากขึ้น และในสถานการณ์ที่มวลน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กำลังเจ้าหน้าที่อาจไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือทุกคนพร้อมกัน
ด้าน “อ.เบียร์” กล่าวถึงเสียงสะท้อนเรื่องหน่วยงานรัฐเข้าช่วยเหลือล่าช้าว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงระบบการทำงานราชการที่อาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ภัยพิบัติ เนื่องจากประชาชนยังได้รับผลกระทบและต้องการความช่วยเหลือแม้ในช่วงวันหยุดราชการ โดยเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานสามารถขยับกำลังและเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
Advertisement