
นักร้องสาวมากความสามารถ “พลอยชมพู” ได้ออกมาเปิดใจถึงการตัดสินใจครั้งใหญ่ในการเปลี่ยนชื่อทางการแสดงเป็น "เจเน่" (JANEY) หลังผ่านการคิดและทบทวนอย่างถี่ถ้วนมานานกว่า 6–8 เดือน ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา เพื่อพร้อมเริ่มต้นใหม่ในเส้นทางสายดนตรีอย่างเต็มตัว
“พลอยชมพู” เผยว่า เหตุผลสำคัญของการเปลี่ยนชื่อ เกิดจากการที่ชื่อเดิมซึ่งใช้ในวงการมานานกว่าสิบปีเป็นเหมือนสิ่งที่แบกรับเรื่องราว มรสุม และบาดแผลไว้มากมาย จึงรู้สึกว่าถึงเวลาที่ต้องรีเซ็ตชีวิตใหม่แบบ Clean Slate เพื่อมุ่งหน้าทำงานเพลงได้อย่างเต็มที่ ส่วนที่มาของชื่อ JANEY (เจเน่) เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวกับการมูเตลูหรือการเปลี่ยนดวง แต่เกิดจากความประทับใจคำภาษาฝรั่งเศสอย่าง "Je ne sais quoi" หมายถึง เสน่ห์เฉพาะตัวที่มีเอกลักษณ์และอธิบายเป็นคำพูดได้ยาก ที่ได้ฟังจากพอดแคสต์ เมื่อนำมาปรับใช้ นอกจากจะออกเสียงไพเราะแล้ว ยังมีความใกล้เคียงกับชื่อจริงอีกด้วย
สำหรับการประกาศชื่อใหม่กลางคอนเสิร์ตที่ผ่านมา "พลอยชมพู" เผยว่าน้อมรับทุกฟีดแบ็กทั้งบวกและลบ รวมถึงคอมเมนต์ติติง เพราะถือว่าการสื่อสารประสบความสำเร็จในการเรียกร้องความสนใจและส่งต่อเรื่องราวไปยังกลุ่มคนที่อาจไม่ได้ติดตามตนโดยตรง ส่วนเรื่องการปรับตัวของคนรอบข้างและแฟนคลับ แม้จะยังมีความเขินเวลาถูกเรียกชื่อใหม่ แต่ไม่ได้ซีเรียสหากใครยังติดปากเรียก "พลอยชมพู" เพราะเข้าใจในความคุ้นเคย และขอบคุณบทเรียนจากชื่อเดิมที่สอนให้ตนมีความอดทน แพสชัน และการไม่ยอมแพ้
ด้านเส้นทางอาชีพนักร้องในปัจจุบัน “พลอยชมพู” ได้เซ็นสัญญาร่วมงานกับค่ายเพลง Double Mass บริหารงานโดยนักร้องหนุ่ม “สงกรานต์ รังสรรค์” โดยตนประทับใจในความตั้งใจและสปอร์ตของ “สงกรานต์” ที่เข้ามาช่วยดูแลคอนเสิร์ตใหญ่ตั้งแต่ยังไม่ได้เซ็นสัญญา ซึ่งการทำงานร่วมกันเป็นไปได้ด้วยดีเนื่องจากมีนิสัยคล้ายกัน นอกเหนือจากงานเพลงแล้ว ตนยังพร้อมเปิดรับโอกาสในงานแสดงและบทบาทใหม่ ๆ ตามความเหมาะสม
ส่วนประเด็นคดีความเกี่ยวกับสัญญาของค่ายเพลงเก่านั้น “พลอยชมพู” เผยว่าปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการทางกฎหมายในชั้นศาล ซึ่งปล่อยให้เป็นหน้าที่การเจรจาของทนายความทั้งหมด โดยคดีดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบหรือเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน และตนเองไม่ได้มีความกังวลอีกต่อไป พร้อมเดินหน้าทำผลงานในฐานะ “เจเน่” ให้ดีที่สุด
Advertisement