
จากกรณีมหากาพย์ความขัดแย้งเรื่องเงินและธุรกิจระหว่างสองเพื่อนรักยูทูบเบอร์ชื่อดัง “ยัต เฟ็ดเฟ่” และ “ต้า เฟ็ดเฟ่” ที่ได้เปิดใจเผชิญหน้ากันในรายการโหนกระแส ล่าสุด “ทนายอาร์ม” ทนายความของฝั่ง “ยัต” ได้ออกมาเปิดใจสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอย่างละเอียด ถึงบรรยากาศหลังจบรายการ รวมถึงประเด็นร้อนเรื่องคดีความและข้อสงสัยเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์
“ทนายอาร์ม” ได้เปิดเผยถึงบรรยากาศหลังจบรายการว่า “ยัต” มีอาการอึดอัดและกดดันอย่างมาก จนถึงขั้นร้องไห้ออกมาหลังจบการถ่ายทำ เนื่องจากได้ระบายความจริงที่อุดอู้มานาน และได้พูดคุยกับเพื่อนรักโดยตรง
ทนายอาร์ม : "จบรายการก็คือมันกดดันจริง ๆ นะ คนที่นั่งอยู่คือระหว่างเพื่อนรักกันแท้ ๆ แล้วพอดีคุณก็ดูคอมเมนต์ คือบางทีเราไม่ได้เป็นอย่างนั้น พอได้คุยโดยมีพี่หนุ่มเป็นประธาน ทำให้ทั้งสองคนเหมือนได้พูดกันออกมาทั้งสองฝ่าย แนวโน้มถือว่าประสบความสำเร็จไป 70% แล้ว เหลือเรื่องเดียวที่ไม่ประสบความสำเร็จคือเรื่องยอด ยังไงก็ต้องจ่าย"
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นภรรยาของ “ยัต” (หุ้นส่วน 2%) ที่ถูกสังคมจับจ้องว่าเข้ามามีบทบาทมากเกินไป “ทนายอาร์ม” ได้ชี้แจงว่า ไม่เกี่ยวกับการตั้งใจโกง แต่เพราะ “ยัต” ไม่ถนัดงานระบบและโซเชียล ภรรยาจึงต้องเข้ามาดูแลเอกสารภายในบริษัท
ทนายอาร์ม : "เรื่อง 2% คนไม่ทำธุรกิจก็พูดไปเรื่อยเปื่อย เขาเป็นพนักงานคนหนึ่งในบริษัท ทำหน้าที่ดูแลระบบ เขาก็เลยรู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่เกี่ยวกับ 2% หรือมีขบวนการตั้งใจโกง คนโกงอะไรจะโอนเงินเข้าบัญชีตัวจริง เมียเขาก็ไม่ได้ออกตัวว่าต้องไม่คืนพี่ต้า ผมยืนยัน"
ในส่วนของตัวเลขเงินผลประโยชน์บริษัทที่ต้องนำมาจัดสรรคืนให้แก่นายอภิสิทธิ์ (ต้า เฟ็ดเฟ่) รวมถึงเรื่องช่องทางสื่อโซเชียล “ทนายอาร์ม” ระบุว่าตัวเลขล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 19 ล้านบาท
ทนายอาร์ม : "คำว่าคืนในที่นี้ คือส่วนที่เป็นผลประโยชน์เราก็จะมาคืนกัน คือคุยตัวเลขกันล่าสุดคือ 19 ล้าน ส่วนเรื่องช่อง แนวโน้มก็คือถ้าคืนไปหมด ก็คือทางนู้นเอาไปทั้งหมด 19 ล้านได้ ทางนี้เอาช่องไปทำต่อ หรือไม่ก็อาจจะเป็นทางนู้นเอาไปทั้งหมด"
พร้อมยืนยันว่า หากการชำระเงินและข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินลงตัว ทั้งสองฝ่ายเตรียมที่จะดำเนินการถอนฟ้องคดีความทั้งหมดที่มีต่อกัน ทั้งในชั้นศาลและสถานีตำรวจ เพื่อต่างฝ่ายต่างจะได้แยกย้ายไปดำเนินชีวิตต่อไป
ประเด็นที่สร้างความฮือฮาที่สุด คือกรณีที่ “ทนายอาร์ม” เคยออกมาเปิดโพสต์ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ ซึ่ง “ทนายอาร์ม” ได้ขยายความถึงที่มาของหลักฐานดังกล่าวว่า เกิดจากการที่ตนไปทำคดีให้ดาราท่านหนึ่ง กรณี AI Generate ภาพลักษณะเดียวกับ “ฮาย อาภาพร” แล้วบังเอิญไปตรวจพบเส้นทางการเงิน
ทนายอาร์ม : "ด้วยความที่ถูก เจน (Generate) ภาพขึ้นมา ผมก็ไปดำเนินคดี พอไปดำเนินคดีเราก็ดันไปเจอชื่อหนึ่งที่เป็นบัญชีรับเงินเว็บพนัน มันดันเสือกไปตรงกับชื่อที่รับเงินเพจขายเสื้อของพี่ต้า แต่พอได้พูดในรายการกับต้าตรง ๆ ผมยืนยัน 100% ว่าอภิสิทธิ์ไม่ได้โปรโมทแน่นอน ไม่มีหลักฐานตรงนั้นเลยว่าโปรโมท แต่มีหลักฐานว่าเล่นแน่นอน 100%"
“ทนายอาร์ม” ยังได้ระบุเพิ่มเติมว่า หลังจากจบรายการ ต้าได้ชี้แจงว่าอาจจะเป็นเรื่องบัญชีปลอม หรือถูกนำชื่อและเพจไปแอบอ้าง ซึ่งหลังจากนี้ตนได้ส่งมอบพยานหลักฐานทั้งหมดให้แก่ตำรวจ สอท. (ตำรวจไซเบอร์) เพื่อนำไปสืบสวนสอบสวนต่อตามกระบวนการทางกฎหมายแล้ว
สุดท้าย “ทนายอาร์ม” ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาจากสังคมออนไลน์ที่มองว่าตนเข้ามาทำคดีเพื่อ "หาแสง" หรือเป็นการ "รีดเงิน/ตบทรัพย์" เว็บพนัน โดยยืนยันว่าเป็นกระบวนการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งและอาญาตามสิทธิ์ของผู้เสียหายปกติ
ทนายทาร์ม : "จุดเริ่มต้นแค่ผมโพสต์ว่าผมเป็นทนายให้พี่ยัต ตื่นเช้ามาทัวร์ถล่มยับ หาว่าเป็นทนายคนโกง... ส่วนเรื่องรับเงินเว็บพนัน มันไม่ใช่เรื่องรีดเอาเงิน การรีดเอาเงินหมายถึงเขาไม่ได้ทำความผิดแล้วเราไปเอาตังค์เขา แต่เรามีหน้าที่ไปเรียกค่าเสียหาย เมื่อเราถูกทำละเมิด ตำรวจไม่ทำคดี ผู้เสียหายก็มีสิทธิ์เรียกค่าเสียหายจากคนที่ทำละเมิด"
Advertisement