
ประเด็นร้อนที่หลายคนต่างจับตา กรณีข้อพิพาทของอดีตเพื่อนรัก ล่าสุด "ยัต ชัยโสโร" มาตามนัดเปิดใจครั้งแรกในรายการโหนกระแส โดยได้ย้อนเล่าตอนก่อตั้ง เฟ็ดเฟ่ ต้าถือหุ้น 98 % ยัต 1% และเพื่อนอีก 1% ต้าบอกว่า แม้จะถือหุ้นเยอะกว่าแต่จะปันผลเท่ากัน จากนั้นเกิดเรื่องเงินบริษัทหาย ต้าเบิก 6 ครั้ง 2 แสนบาท 5 เดือนติด โดยที่ไม่บอกใคร ขณะที่ต้ายอมรับ เป็นเรื่องจริง ผมถือหุ้นเยอะกว่า ผมก็มีสิทธิ์ เพราะมีภาระมาก พ่อป่วยต้องการใช้เงิน
ยัต ชัยโสโร เล่าว่า เราคุยแล้วคุยอีกว่า ต้าเป็นคนทำ บริษัทเป็นของต้า ต้าจะเอาเงินนั้นเป็นของต้าก็ได้ สุดท้ายพอคุยตกลง แบ่งทุกคนเท่ากัน ตีว่าเป็นเงินสวัสดิการ แต่ก็เหมือนผมพูดไปเป็นปากเปล่า วันหนึ่งเพื่อนผมโดนบิด สมาชิกคนอื่นอีก 7 คน แล้วผมสนิทกับต้าที่สุด ผมจะเป็นเพื่อนยังไง มึงเอาไปเลยไม่ต้องแคร์คนอื่นก็ได้ มันเป็นเงินของเขา เขามีสิทธิที่จะเบิกมา ความเข้าใจมันชัดเจน มีเอกสารด้วยครับ เป็นข้อความด้วยครับ
พอเสร็จแล้ว บัญชีมาบอกผมว่า ต้าเอาเงินไป ซึ่งผมก็รู้แล้ว และผมก็อาจจะผิดแหละว่า ผมไปรอว่า เขาจะมาบอกผมไหม พวกผมหลายคนเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว ผมให้ยืมเงินแล้วต้าก็เอาไปใช้คืนเพื่อนๆ 3 แสน ให้ยืมตอนที่ไม่ได้ทำเฟ็ดเฟ่แล้ว (แต่ไม่ได้ปิดบริษัทยังมีเงินวิ่งอยู่) แต่ไปทำชัยโสโร ซึ่งต้าคืนเงินเพื่อนๆ แล้วครับ
ผมขอย้อนเล่ากับไปนิดนึง หลังจากพนักงานบัญชีมาบอกแล้ว ผมรอ 2 สัปดาห์ต้าไม่มาบอก จนผมต้องถามเอง เขาบอกว่า พ่อป่วยต้องใช้เงิน ผมเลยถามตรงๆว่า เพื่อนกันบอกกันหน่อยก็ได้ ผมเลยถามเขาตรงๆ ว่า ต้าคิดว่าเงินของเฟ็ดเฟ่เป็นเงินของต้าไหม และเขาก็ตอบกลับมาว่าไม่ ผมเลยบอกว่าทำไมไม่ไปเอาเงินชัยโสโร เขาก็ตอบว่า ไม่เคยคิดว่า ชัยโสโรเป็นของเขา
เรื่องเอาเงินถอนไปเรื่อยๆ คือ เกิดขึ้นช่วงที่เปิดชัยโสโรแล้ว แต่หลังจากที่ผมคุยกับเขาแล้ว ก็มีน้องมาบอกว่าเงินของเฟ็ดเฟ่หายไปอีกเป็นครั้งที่ 6 ทั้งที่เคลียร์กันแล้วว่า มีอะไรให้บอกตรงๆ เอาจริงๆ มีน้องๆ หลายคนในเฟ็ดเฟ่มายิมเงินผม หลายคนลำบากกู้เงิน ใช้เงินสวัสดิการรัฐ เขาเดือดร้อน แต่ไม่เคยมารอปันผล ไปจัดการตัวเอง
ตอนที่ยังทำเฟ็ดเฟ่ ตอนนั้นผมอยากออกมาทำบริษัทของตัวเอง ผมก็เลยไปบอกต้าว่า จะออกจากเฟ็ดเฟ่ ต้าก็บอกว่า ถ้ามึงไป กูไปด้วย ก็ไปเลยคุยกับเพื่อนๆว่าจะออก คุยกันไปกันมา ก็ไม่ได้ไป อยู่กันต่อ กระทั่งซื้อบ้านหรืออย่างอื่นก็ขอมาอยู่ด้วยกัน
จำนวนเงินที่เคยลงกัน มันจะเป็นแค่เงินเปิดบัญชี 999 บาทออกกันคนละครึ่ง บริษัทนี้เป็นบริษัทพี่สาวของน้องแอมแล้วเอามาเปิด ซึ่งมาเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทชัยโสโร ผู้ถือหุ้นต้าถือ 49 ยัต 49 แอม 2
สาเหตุที่ตอนนั้นมีผู้ถือหุ้น 3 คนเพราะกฏหมายบังคับ ซึ่งทนายอาร์มยืนยันว่า ยังไม่เป็นทนายความปรึกษา อำนาจในการเซ็นชื่อเป็นกรรมการคนใดคนหนึ่งลงนาม และประทับตาบริษัท กรรมการตอนนั้น 2 คน คือ ต้ากับยัต การตกลงตอนนั้นคือต้าดูแลเรื่องเงิน เบิกจ่าย ส่วนยัตคิดคอนเทนต์ บริหารทั้งหมด
เรื่องบ้านที่ซื้อมาทำออฟฟิศ สาเหตุที่ซื้อแล้วใส่ชื่อของยัต เพราะผมยืมเงินบริษัทไปซื้อ ยืนยันว่า มีการถาม และคุยกับต้าแล้ว และพอผมขายบ้านเสร็จเงินก็กลับไปอยู่ในบัญชีผม เพราะผมเป็นคนยืม รถก็เหมือนกันครับ โดยเงินเข้าบัญชียัต 10 ล้านเป็นเงินที่ขายบ้านได้
เงินไปไหน หลังขายบ้าน พอเสร็จแล้วผมก็มาซื้อคาเฟ่หรือออฟฟิศใหม่ อันนี้ใส่เป็นชื่อของยัต ตอนนั้นคิดแค่ว่าจะซื้อที่ใหม่ เลยไม่ได้เคลียร์เงินกับออฟฟิศ
แอม ภรรยาของยัต เสริมว่า ช่วงหลังๆ เรามีความไม่เสถียร เรื่องการจ่ายเงินพนักงาน พี่ยัตก็จะโอนเงินในบัญชี 10 ล้านนี้เข้าไปที่ละนิด เป็นแสน เป็นล้านบ้าง เงินในบัญชี 10 ล้าน 1.ซื้อบ้าน 2.ซื้อรถบ้าน ส่วนรถอื่นๆที่เป็นประเด็น คือช่วงแรกๆ ที่เปิดบริษัท มีการนำเงิน 1.3 ล้านบาท มาซื้อนิสสันโน็ต 3 แสน จีทีโอ 1 ล้าน และบริษัทโอนมาให้แอม ซื้อจริง
ต้า เผยว่า ประมาณปี 63 เขาโอนมาให้แบ่งกันเป็น 1.2 ล้านเพราะโอนปุ๊บเขาก็ยืมไป 5.5 แสน ปัจจุบันยังไม่คืน และทุกปีเขาจะนำเงินออฟฟิศไปซื้อรถทุกปี และหลังจากนั้นผมก็ไม่เคยได้ ออกมาเท่าไหร่ก็โอนให้ต้าด้วย จนเมื่อปี 64 เขาก็เอาเงินออฟฟิศ 3 ล้านไปซื้อรถ 2 คัน
Advertisement