
วันที่ 31 ส.ค. 69 ที่ สภ.คูคต ตัวแทนจาก มูลนิธิเป็นหนึ่ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานี (พมจ.ปทุมธานี) ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ นางเอ (นามสมมติ) มารดาและ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ผู้เสียหาย หลังจากครอบครัวต้องเผชิญกับเหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศ การทำร้ายร่างกาย และการข่มขู่คุกคามจากพ่อเลี้ยงมาเป็นเวลานาน
นางเอ ผู้เป็นแม่ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค. 2566 ขณะที่ลูกสาวคนโตอายุ 15 ปี พ่อเลี้ยงได้แอบเข้าไปในห้องนอน และพาลูกสาวลงมาบริเวณห้องน้ำชั้นล่าง ก่อนก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศต่อเนื่องถึง 2 วัน โดยมารดาคาดว่าพ่อเลี้ยงได้นำยาบางอย่างผสมลงในต้มกระดูกวัวให้รับประทาน จนทำให้ตน และลูกสาวหลับไม่ได้สติ หลังจากผ่านไปประมาณ 2 เดือน ลูกสาวจึงตัดสินใจเล่าความจริงให้ฟัง ตนจึงพาลูกเข้าแจ้งความที่ สภ.คูคต ต่อมาพ่อเลี้ยงได้ติดตามมาขอร้อง อ้างถึงความสงสารลูกคนเล็กที่เพิ่งเกิด ประกอบกับลูกสาวถูกข่มขู่ให้การกับทีมสหวิชาชีพว่าเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด ทำให้คดีต้องหยุดชะงักไป
เมื่อกลับมาใช้ชีวิตร่วมกัน พฤติกรรมของพ่อเลี้ยงกลับทวีความรุนแรงขึ้น มีการควบคุมลูกสาวอย่างเข้มงวด บังคับให้รายงานตัวตลอดเวลา และพยายามตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ ล่าสุดในปี 69 พ่อเลี้ยงเกิดความหึงหวงที่ทราบว่าลูกสาวมีคนคุยที่มหาวิทยาลัย จึงได้ลงมือทำร้ายร่างกายลูกสาว และมารดาที่เข้าไปปกป้อง พร้อมทั้งนำมีด และข่มขู่ว่าจะใช้อาวุธปืนยิงให้ตายทั้งบ้าน หากมีการรื้อฟื้นคดีเก่า ทำให้มารดาทนไม่ไหว ต้องพาลูกสาวหนีออกจากบ้านมาแล้วประมาณ 10 วัน เพื่อความปลอดภัย
นอกจากนี้ มารดายังเปิดเผยถึงพฤติกรรมที่ผิดปกติของพ่อเลี้ยงว่า ภรรยาคนแรกของเขามีอายุเพียง 13 ปี ในขณะที่เขาอายุ 24 ปี และมักมีพฤติกรรมชอบดูสื่อลามกอนาจารที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ส่วนบ้านที่อาศัยอยู่ในปัจจุบัน แม้โฉนดจะเป็นชื่อของตน แต่เงินที่นำมาซื้อด้วยเงินสดนั้นเป็นของพ่อเลี้ยง อ้างว่าได้กำไรมาจากการลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี ทั้งนี้ตนยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ด้าน ต้นอ้อ ตัวแทนมูลนิธิเป็นหนึ่ง ระบุว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้ จึงพาผู้เสียหายมาติดตามความคืบหน้า เนื่องจากผู้เสียหายยังคงถูกคุกคามและหวาดผวาอย่างหนัก ทั้งนี้พบว่าพ่อเลี้ยงมีการแอบติดตั้งแอปพลิเคชันเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของลูกสาวตลอดเวลา และเคยตามไปหาเรื่องคนคุยของลูกสาวถึงห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรังสิต จึงต้องการสอบถามแนวทางการดำเนินคดีจากตำรวจ เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความคุ้มครอง
ขณะที่ พ.ต.ท. ประสิทธิ์ สมบุญจิตร รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.คูคต เปิดเผยความคืบหน้าของคดีว่า ก่อนหน้านี้คดีต้องชะงัก เนื่องจากผู้เสียหายให้การในชั้นสหวิชาชีพว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่เมื่อทราบข้อเท็จจริงล่าสุดว่าเกิดจากการถูกข่มขู่บังคับ ทางตำรวจจึงเตรียมมอบหมายให้พนักงานสอบสวนหญิงเข้าสอบปากคำผู้เสียหายใหม่อีกครั้งอย่างละเอียด เพื่อให้ความเป็นธรรมและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ยืนยันว่าคดียังไม่ขาดอายุความเนื่องจากผู้เสียหายเป็นเยาวชน และพร้อมจะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คูคต ได้นำกำลังลงพื้นที่เข้าตรวจค้นบ้านพัก หมู่ 5 ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เพื่อค้นหาอาวุธปืนตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ได้เรียกให้คนในบ้านเปิดประตู แต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงตัดสินใจนำกำลังปีนรั้วเข้าไปตรวจสอบ และพบตัว นายปฐมพงศ์ อายุ 39 ปี พ่อเลี้ยงผู้ก่อเหตุ หลบซ่อนอยู่ภายในบ้าน จึงทำการควบคุมตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.คูคต ทันที
Advertisement