
แฟนๆ ต่างคิดถึงกันเป็นอย่างมาก สำหรับนางเอกสาว "วาววา ณิชชา" ที่ห่างหายจากวงการบันเทิงไปนานกว่า 3 ปี เพื่อไปลุยทำธุรกิจที่เขาหลัก จ.พังงา ทั้งคาเฟ่ คลินิกความงาม และที่พัก กับสามีต่างชาติ งานนี้ตนได้เปิดใจถึงผลกระทบทางธุรกิจ กระแสข่าวนักท่องเที่ยวต่างชาติ แพลนการกลับมารับงานแสดง และอัปเดตชีวิตครอบครัวในอนาคตที่วางแพลนจะมีลูกปีหน้าด้วย
วันนี้ (29 สิงหาคม 2569) ทีมข่าวได้พูดคุยกับ "วาววา ณิชชา" เพื่ออัปเดตชีวิตของเธอเอง โดยเผยว่า ปัจจุบันยังคงทำธุรกิจอยู่ที่เขาหลัก จ.พังงา มีทั้งคาเฟ่ คลินิกเสริมความงาม และที่พัก แต่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในต่างประเทศ เนื่องจากเขาหลักพึ่งพานักท่องเที่ยวชาวยุโรปเป็นหลัก ซึ่งต้องเดินทางต่อเครื่องผ่านดูไบ ทำให้การท่องเที่ยวภาคใต้และยอดจองห้องพักลดลงไปถึง 80% การรับมือในขณะนี้คือการปรับตัวแบบเรียนรู้หรือประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด และชะลอการลงทุนขยายธุรกิจใหม่ๆ เพื่อรอดูทิศทางและสถานการณ์โลกก่อน
สำหรับงานในวงการบันเทิง หลังจากห่างหายไปทำธุรกิจเต็มตัวประมาณ 3 ปี เจ้าตัวแย้มว่าเร็วๆ นี้น่าจะมีผลงานออกมาให้ติดตามกัน เนื่องจากวางแผนไว้ว่าปีหน้าอยากจะมีลูกกับสามี ซึ่งหากตั้งครรภ์ก็ต้องพักงานยาวไปทำหน้าที่คุณแม่ จึงอยากใช้ช่วงเวลาก่อนถึงปีหน้ากลับมารับงานแสดงทิ้งท้ายก่อน
ส่วนแพลนครอบครัวและอนาคต อย่างเรื่องงานแต่ง ตนบอกว่า ยังไม่มีแพลนจัดงานแต่งงานเป็นทางการ ตอนนี้ชีวิตคู่อยู่ตัวและมีความสุขดีแล้ว แต่อาจจะรอให้มีลูกจนโตพอจะเดินถือแหวนหรือจูงมือมาร่วมงานได้ค่อยว่ากันอีกที สำหรับเรื่องการมีบุตร ตนตั้งใจปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ทั้งตนและสามีไม่ได้ซีเรียส หากมาก็ยินดี ถ้ายังไม่มาก็ไม่กดดัน ตอนนี้หลงรักชีวิตที่เขาหลักและตั้งใจจะอยู่ยาว ส่วนในอนาคตถ้าลูกโตขึ้น อาจจะพิจารณาเรื่องการส่งไปเรียนต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์ เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมและระบบการศึกษาที่เหมาะสมกับเด็ก
ทั้งนี้ก็ได้ถามถึงประเด็นสังคมเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เป็นกระแส เช่น นักท่องเที่ยวอิสราเอล ในพื้นที่ภาคใต้ ตนมองว่า วัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน เราไม่สามารถไปตัดสินเขาได้ 100% เพราะบางครั้งเขาอาจไม่ได้ตั้งใจ คนไทยเราเป็นสังคมขี้เกรงใจ อาจจะมีเอาไปพูดคุยกันบ้างแต่ต่อหน้าก็จะเกรงใจกัน
ส่วนดรามาที่เคยเจอที่ร้านคาเฟ่ เกิดจากเรื่องกฎ ต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าร้าน เนื่องจากร้านไม่ได้ใหญ่มาก มีโซนเบาะนั่ง และมีเด็กเล็กเยอะ จึงต้องรักษาความสะอาดจากทรายทะเล นักท่องเที่ยวบางคนที่ไม่เข้าใจอาจมีอารมณ์เสียบ้าง แต่ทางร้านเลือกวิธีรับมือโดยไม่มีการติดป้ายปฏิเสธนักท่องเที่ยวชาติใดชาติหนึ่ง แต่ใช้วิธีติดป้ายแจ้งกฎกติกาการถอดรองเท้า รวมถึงเมนูและราคาไว้อย่างชัดเจนที่หน้าร้าน เพื่อให้ลูกค้าพิจารณาก่อน หากแฮปปี้และยินดีปฏิบัติตามกฎก็พร้อมยินดีให้บริการ
Advertisement