
กลายเป็นประเด็นที่แฟนคลับและชาวเน็ตต่างแสดงความห่วงใยกันอย่างล้นหลาม สำหรับดาราสาวและคุณแม่ลูกหนึ่ง "แป้ง อรจิรา" หลังมีคลิปจากไลฟ์สดที่เจ้าตัวกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ และร้องไห้ออกมากลางโซเชียล จนหลายคนกังวลถึงสภาพจิตใจ ล่าสุด เจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจอย่างหมดเปลือกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ยอมรับว่า ช่วงนั้นเผชิญกับภาวะหมดไฟ วิตกกังวล และความเปราะบางทางอารมณ์ของวัยกลางคน จนต้องตัดสินใจเข้าพบจิตแพทย์ และนักจิตบำบัด เพื่อหาทางออก
วันนี้ (28 สิงหาคม 2569) "แป้ง อรจิรา" ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เพื่อเปิดใจถึงสาเหตุอารมณ์ดิ่งกลางไลฟ์ โดยเล่าว่า เกิดจากภาวะเหนื่อยล้าสะสมจากการทำหลายหน้าที่พร้อมกัน ทั้งการเป็นแม่และภรรยา ประกอบกับเป็นคนมีนิสัย Perfectionist ที่พยายามพะวงและควบคุมทุกสิ่งให้ออกมาดีที่สุด พอเจอมรสุมความเครียดสะสม แล้วมีคำถามเข้ามาจี้ใจในไลฟ์พอดี อารมณ์ที่เคยพยายามเข้มแข็งจึงพรั่งพรูออกมาจนหยุดไม่ได้ และดิ่งต่อเนื่องยาวนานถึง 2 สัปดาห์
หลังเกิดเหตุได้เข้าพบจิตแพทย์ถึง 2 ท่าน ผลวินิจฉัยพบว่ามีภาวะวิตกกังวลและเครียดสะสม แต่ไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า ทั้งนี้หมอแนะนำให้ทานยาปรับอารมณ์ แต่เจ้าตัวปฏิเสธการใช้ยาเพราะกังวลเรื่องผลข้างเคียง และเกือบกระทบกับการเตรียมตัวแข่งกีฬา จึงตั้งใจบำบัดจิตใจด้วยตัวเองร่วมกับการกดจุดบำบัด
ถามถึงคนในครอบครัวอย่างสามี ตนยอมรับว่า ช่วงอารมณ์บอบบางกระทบกระทั่งกับสามีบ่อยครั้ง เพราะรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจ จนกระทั่งได้พาสามีไปพบนักจิตบำบัดร่วมกัน เพื่อให้คนกลางช่วยขุดต้นตอและปรับมุมมองความคิด นอกจากนี้ยังขอแยกตัวไปเที่ยวต่างประเทศคนเดียว 4-5 วัน เพื่อชาร์จพลังชีวิตและกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง
เปลี่ยนมุมมองชีวิตเพื่อลูกสาว บทเรียนครั้งนี้ทำให้เรียนรู้การปล่อยวาง จากเดิมที่เคยยึดติดและไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนมาเป็นคนยืดหยุ่นให้เหมือนน้ำ และตระหนักว่ารักลูกมากเกินไปจนกดดันตัวเอง ปัจจุบันจึงพยายามปรับสมดุลอารมณ์เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อลูก
สุดท้ายตนได้เตือนสติทุกคนว่า หากสังเกตเห็นอารมณ์ตัวเองผิดปกติ อย่ามัวแต่ตกใจ การไปพบจิตแพทย์ไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นโรคจิต แต่เป็นทางเลือกและช่องทางรับฟังที่ดีมากในยุคที่สังคมเต็มไปด้วยความเครียด ซึ่งปัจจุบันตนยืนยันว่า สภาพจิตใจและพลังชีวิตกลับมาสมบูรณ์เกิน 80-85% พร้อมกลับมาใช้ชีวิตและดูแลครอบครัวด้วยความเข้าใจตัวเองที่มากขึ้น
Advertisement