
บรรยากาศภายในงานฌาปนกิจ “เร แม๊คโดแนลด์” อดีตนักแสดงและพิธีกรชื่อดัง เต็มไปด้วยความอาลัยจากครอบครัวและบุคคลในหลากหลายวงการ โดยหนึ่งในบุคคลสำคัญที่เดินทางมาร่วมช่วยงานและแสดงความไว้อาลัยคือ “อาร์ม ศุภชัย ใจเด็ด กองหน้าทีมชาติไทยและสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงความผูกพันในฐานะ “ลูกบุญธรรม” ที่ได้รับการผลักดันและเปลี่ยนชีวิต
“อาร์ม ศุภชัย” เผยว่าตอนแรกเกือบจะไม่ได้เดินทางมาร่วมงานในวันนี้เนื่องจากติดภารกิจฝึกซ้อมกับสโมสรต้นสังกัดที่จังหวัดบุรีรัมย์ แต่ได้รับการอนุมัติและสนับสนุนจากสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ จึงอนุญาตให้เดินทางมาช่วยจัดเตรียมงานและร่วมส่ง “เร” เป็นครั้งสุดท้าย
อาร์ม : "ตอนแรกเกือบจะไม่ได้มาเพราะมีซ้อมที่บุรีรัมย์ ต้องขอบคุณสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มากๆ ที่เห็นความสำคัญและอนุญาตให้ผมได้มาส่งพี่เรในวันนี้ อะไรที่ช่วยงานได้มากที่สุดก็พยายามทำ เพื่อให้งานออกมาราบรื่นที่สุด"
ย้อนกลับไปในวัยเด็ก ขณะ “อาร์ม ศุภชัย” มีอายุเพียง 9 ขวบ และกำลังเล่นฟุตบอลอยู่ที่จังหวัดปัตตานี “เร” ได้เห็นศักยภาพผ่านรายการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน ซึ่งเป็นรายการที่เปิดโอกาสให้เด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ต่างจังหวัด ถึงแม้ในตอนนั้นศุภชัยจะต้องแบกอายุไปแข่งกับรุ่นพี่อายุ 11 ปี จนคุณเรเป็นห่วงเรื่องปะทะและอาการบาดเจ็บ แต่สุดท้ายคุณเรและทีมงานก็ตัดสินใจเลือกศุภชัยเข้ามาคัดตัวที่กรุงเทพฯ
นอกจากนี้ “เร” ยังเป็นผู้เกลี้ยกล่อมและเจรจากับครอบครัวของ “อาร์ม” ซึ่งมีฐานะยากจนในขณะนั้น จนพ่อแม่ยอมปล่อยให้เด็กชายวัย 10 ขวบเดินทางมาเผชิญชีวิตในกรุงเทพฯ เพื่อทำตามความฝัน
อาร์ม : "ถ้าวันนั้นพี่เรไม่ไปเจอผมที่ปัตตานี วันนี้คงไม่มี ศุภชัย ใจเด็ด แน่นอน ตอนนั้นบ้านผมยากจนมาก พี่เรพยายามทุกวิถีทาง คุยกับพ่อแม่ผม จนผมได้โอกาสมาเรียนและเล่นฟุตบอลที่โรงเรียนปทุมคงคา ได้ทุนนักกีฬาช้างเผือก มีที่นอน มีข้าวกิน 3 มื้อ"
“อาร์ม” เผย ว่า ตลอดเส้นทางอาชีพตั้งแต่โรงเรียนปทุมคงคา สโมสรโอสถสภา สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จนถึงทีมชาติไทยทุกชุด “เร” จะคอยสอนสั่งให้เขาเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ให้เกียรติผู้อื่น และไม่วิพากษ์วิจารณ์ใคร พร้อมทั้งคอยเตือนสติไม่ให้หยุดพัฒนาตัวเอง โดยก้าวต่อไปที่ตั้งเป้าไว้คือการรักษามาตรฐานเพื่อเล่นให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และหาโอกาสไปค้าแข้งที่ต่างประเทศตามความฝัน
เมื่อถูกถามถึงเบื้องหลังความรักที่ “เร” มีให้ “อาร์ม ศุภชัย” เล่าด้วยรอยยิ้มว่า “เร” ไม่กล้าเดินทางมาเชียร์เขาที่สนาม หรือแม้แต่เปิดทีวีดูถ่ายทอดสด เพราะเคยเปิดดูแล้วทีมแพ้ หลังจากนั้นจึงใช้วิธีรอฟังผลและตามดูไฮไลต์ย้อนหลังแทน
ส่วนกรณีที่มีภาพน่ารักและซาบซึ้งในโซเชียลมีเดีย เมื่อ "น้องอาร์เมล" ลูกชายของ "อาร์ม ศุภชัย" เดินไปจุ๊บรูปสแตนดี้ของ “เร” ภายในงาน “อาร์ม” เล่าว่า ลูกชายมีความผูกพันกับ “เร” มาก เพราะเคยไปเล่นที่บ้านกับ "น้องมิก้า" (ลูกชายของเร) บ่อยครั้ง และ “เร” เคยเดินทางไปเยี่ยมตั้งแต่ตอนที่ลูกชายของเขาเพิ่งคลอดที่โรงพยาบาล ในวันงานลูกชายเดินไปจุ๊บรูปสแตนดี้เองโดยธรรมชาติเพราะจำ "ลุงเร" ได้
ช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ “อาร์ม ศุภชัย” กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า หลังจากนี้จะหาเวลามาดูแล "พี่แหม่ม" และ "น้องมิก้า" เท่าที่จะทำได้ พร้อมส่งข้อความสุดท้ายถึงพ่อบุญธรรมว่า ขอให้เดินทางไกลอย่างมีความสุข และตนเองจะคิดถึงรวมถึงนำคำสั่งสอนของ “เร” มาใช้ในชีวิตตลอดไป
Advertisement