
นักแสดงและนางงามสาวมากความสามารถ “ชาล็อต ออสติน” ได้ออกมาเปิดใจอัปเดตชีวิตและเรื่องราวจิตใจแบบไม่มีหมกเม็ด ทั้งการรักษาสภาพจิตใจจากโรคแพนิคจนสามารถหยุดยาได้สำเร็จ รวมถึงประเด็นร้อนเรื่องการตัดสินใจเตรียมออกมาดูแลตัวเองเป็นอิสระหลังจบสัญญาค่ายต้นสสังกัด
“ชาล็อต” ได้เผยถึงเรื่องราวที่มีคนในวงการบันเทิง รวมถึงนักแสดงรุ่นพี่อย่าง “เป๊กกี้ ศรีธัญญา” เข้ามาปรึกษาเรื่องโรคแพนิค โดยยอมรับว่าเคยร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ซึ่ง "เป๊กกี้" กังวลว่าการทานยาอาจทำให้การทำงานและสมองช้าลง ด้าน “ชาล็อต” ให้มุมมองว่า การกินยามีส่วนทำให้ร่างกายและสมองประมวลผลช้าลงจริง แต่งานในวงการบันเทิงมักต้องการเอ็นเนอร์จี้สูง หากยังไม่อยากพึ่งยาก็ยังมีวิธีทางเลือกอื่น หรือหากไม่ไหวจริง ๆ การพบแพทย์ก็ยังเป็นทางออกที่ดีที่สุด
สำหรับตนเอง ขณะนี้ไม่ได้พึ่งยามาประมาณปีกว่าแล้ว แม้จะไม่รู้ว่าหายขาด 100% หรือไม่ แต่สามารถควบคุมตัวเองได้ดี ไม่วิตกกังวลหรือตื่นตระหนกกับสิ่งเร้าเหมือนเมื่อก่อน เจ้าตัวเผยวิธีช่วยฮีลใจด้วยการฟังธรรมะ เข้าวัด สวดมนต์ และทำบุญ พยายามพาตัวเองออกจากสถานที่แออัด เช่น ห้างสรรพสินค้า เพื่อให้จิตใจผ่อนคลาย หยุดโฟกัสคอมเมนต์ลบ ๆ หันมารักตัวเอง มองดูรอยยิ้มของตัวเองและกำลังใจจากแฟนคลับ จนทำให้มีพลังอยากกลับมาสดใสอีกครั้ง.
ส่วนประเด็นเรื่องสัญญาการทำงาน “ชาล็อต” เปิดเผยชัดเจนว่า ตัดสินใจเรียบร้อยแล้วว่าจะไม่ต่อสัญญากับต้นสังกัด (มิสแกรนด์) ซึ่งปัจจุบันเหลือสัญญาอีกประมาณ 8-9 เดือน (สิ้นสุดประมาณปลายเดือนเมษายน)
เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นกระบวนการตัดสินใจที่ยาก ใช้เวลาทบทวนและปรึกษาครอบครัวนานกว่า 4-5 เดือน รวมถึงมีการเปิดอกพูดคุยกับทางค่ายและ “บอส ณวัฒน์” มาแล้วประมาณ 3-4 รอบ
"ชาล็อต" ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการทิ้งบ้านหลังนี้ ยังคงรักและเคารพผู้ใหญ่ รวมถึง "บอสณวัฒน์" เหมือนเดิม และพร้อมจะกลับมาร่วมงานหรืออวยพรในโอกาสต่าง ๆ เสมอ ส่วนทิศทางในอนาคต เตรียมพร้อมออกมาดูแลตัวเอง 100% พร้อมแย้มให้แฟน ๆ รอติดตามโปรเจกต์ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้
สำหรับเรื่องความสัมพันธ์และงานคู่กับ “อิงฟ้า วราหะ” เจ้าตัวย้ำชัดว่า การไม่ต่อสัญญาไม่ใช่การปิดด้อมจิ้นอย่างแน่นอน ความสัมพันธ์แบบพี่น้องที่สร้างร่วมกันมากว่า 5 ปี ยังคงแน่นแฟ้นเหมือนเดิม แม้ในอนาคตเรื่องงานคู่อาจมีข้อจำกัดเรื่องเงื่อนไขเวลาและสัญญาที่ไม่ตรงกันบ้าง แต่โดยส่วนตัวแล้วยินดีที่จะร่วมงานกันต่อเสมอ ไม่ว่าจะเป็นอีเวนต์ ซีรีส์ หรือแฟนมีตติ้ง นอกเหนือจากเรื่องงานก็ยังสามารถนัดเจอและกินข้าวกันได้ตามปกติ
Advertisement