
จากประเด็นดรามาร้อนแรง กรณีของนักร้องและนางงามสาว “หนิง ปัทมา” ที่ถูกกระแสสังคมและเกรียนคีย์บอร์ดโจมตีอย่างหนักจากการถูกโยงว่าเป็นมือที่สาม ล่าสุด “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าทิศทางคดีความว่า ขณะนี้เตรียมดำเนินคดีฟ้องร้องผู้กระทำผิดเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมาก
“บอสณวัฒน์” เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้มีการฟ้องร้องล็อตแรกไปแล้วจำนวน 5 ราย ทางด้าน “หนิง ปัทมา” ได้ส่งข้อความมาอัปเดตว่า ทีมทนายความสามารถรวบรวมหลักฐานข้อความหมิ่นประมาทได้ทั้งหมด จึงเตรียมดำเนินคดีเพิ่มอีกกว่า 30–40 ราย ซึ่งเมื่อรวมกับล็อตแรกแล้วจะมีผู้ถูกฟ้องสูงถึง 41 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นข้อความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและสภาพจิตใจอย่างหนัก เช่น การกล่าวหาว่าเป็น "เมียน้อย" หรือคำว่า "ชั่ว"
โดย “ณวัฒน์” เผยว่า "ตอนแรกผมไม่ได้เห็นด้วย 100% ที่จะให้ฟ้องเยอะขนาดนี้ เพราะเกรงว่าน้องจะยุ่งและเครียด แต่หนิงยืนยันว่าสภาพจิตใจพร้อมเต็มที่ และมีทีมงานรวมถึงทนายความดูแลโดยเฉพาะ จึงปล่อยให้จัดการตามความประสงค์"
สำหรับเป้าหมายสำคัญของการฟ้องร้องครั้งนี้ “บอสณวัฒน์” ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องเงินหรือต้องการเรียกร้องค่าเสียหายเพื่อความร่ำรวย เนื่องจากตัว “หนิง” ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องฐานะ แต่สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือ "ศักดิ์ศรี" และคำขอโทษที่เป็นทางการผ่านสื่อ เพื่อให้สังคมได้รับรู้ความจริงทั้งหมด เช่นเดียวกับตอนที่คนเหล่านั้นโพสต์ต่อว่าในพื้นที่สาธารณะ นอกจากนี้ “หนิง” ยังได้เดินทางไปสาบานที่วัดพระแก้วเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจทั้งทางกฎหมายและทางไสยศาสตร์
พร้อมกันนี้ ยังได้ฝากเตือนไปยังชาวเน็ตว่า การมีความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องระมัดระวังการใช้ถ้อยคำที่เข้าข่ายหมิ่นประมาท และอย่าสนุกกับการรุมทึ้งคนอื่น รวมถึงเตือนไปถึงครอบครัวของผู้ที่เข้ามาใส่ความว่า ให้ระวังเพราะเวรกรรมอาจตกไปถึงคนในครอบครัว ทั้งลูกและพ่อแม่ เนื่องจาก “หนิง” เป็นคนที่แช่งหรือพูดอะไรแล้วมักจะเป็นจริง จึงอยากให้คิดให้ดีก่อนจะพิมพ์ด่าทอใคร
ส่วนกระแสข่าวลือเรื่องคลิปเสียงหรือหลักฐานลับนั้น ยืนยันว่า “หนิง” ไม่มีความกลัวใด ๆ และท้าว่าหากใครมีหลักฐานจริงก็ให้นำออกมาเปิดเผยได้ทันที ไม่ต้องนำมาขู่ลอย ๆ เพราะความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
ขณะเดียวกัน ในส่วนของฝั่งแฟนเก่า เมื่อเห็นท่าทีการลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องสิทธิ์อย่างจริงจัง ก็ได้รีบดำเนินการโอนเงินคืนให้เป็นที่เรียบร้อยเพื่อขอจบปัญหา ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า หากลุกขึ้นสู้ด้วยความถูกต้อง ก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวใคร
Advertisement