
นักแสดงสาว “ยิปซี คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์” ออกมาเปิดใจอัปเดตชีวิตและสุขภาพจิตล่าสุด หลังหายหน้าหายตาไปจากพื้นที่สื่อและโซเชียลมีเดีย เผยต้องกลับมารักษาภาวะซึมเศร้าและแพนิคอีกครั้ง พร้อมปรับวิถีชีวิตให้สมดุลมากขึ้น ทั้งเรื่องการออกกำลังกาย งานบันเทิง และวางแผนชีวิตคู่
“ยิปซี” เผยว่า ปัจจุบันยังคงออกกำลังกายอยู่ แต่ลดความหักโหมลงจากเดิมถึง 50% โดยเปลี่ยนมาเน้นการดูแลจิตใจและความบาลานซ์ จากเดิมที่เคยออกกำลังกาย 5–6 วัน/สัปดาห์ ลดเหลือประมาณ 3 วัน/สัปดาห์ หันมาสนใจการเล่นพิลาทิส (Pilates) มากขึ้น ส่วนการออกกำลังกายหนักๆ อย่าง ไฮร็อกซ์ (Hyrox) มองว่ายังไม่เหมาะกับตนเองในตอนนี้ เนื่องจากเป็นคนสุดโต่งและเสี่ยงต่อการบาดเจ็บสูง เคยประสบอาการบาดเจ็บหนัก เช่น สันหลังคดทับเส้นประสาทจนร้าวลงขา รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตและฮอร์โมนเปลี่ยน จึงตั้งใจดูแลให้ร่างกายแข็งแรงโดยไม่ยึดติดกับเรื่องรูปร่าง
“ยิปซี” เปิดเผยว่า สุขภาพจิตตอนนี้ดีขึ้นประมาณ 80% หลังจากไปตรวจและกลับมารับการรักษาได้ประมาณเดือนกว่า หลังจากหมอให้ค่อย ๆ ถอยยาและหยุดยาได้ครึ่งปี อาการเดิมก็เริ่มกลับมา สัญญาณที่สังเกตได้คือ พฤติกรรมเริ่มเปลี่ยนไป การนอนผิดปกติ ไม่มีความอยากอาหาร เก็บตัว ไม่มีความสุขกับสิ่งที่เคยชอบ และลุกออกจากเตียงไม่ไหว
เจ้าตัวเผยว่ารอบนี้อาการยังไม่หนักเท่าครั้งก่อน เพราะรู้ตัวไวและรีบกลับไปกินยารักษาทันเวลา นอกจากทานยาแล้ว ยังปรับ Mindset ใช้ธรรมะและปฏิบัติธรรมเข้ามาช่วย รวมถึงปรึกษานักจิตบำบัดและทำ Healing ช่วงที่แย่เคยลงภาพร้องไห้เพื่อโชว์ด้านที่อ่อนแอ เพราะมองว่าการเสพสื่อที่แสดงแต่ความสุขเพียงด้านเดียวอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของผู้เสพ
“ยิปซี” ได้แชร์ข้อความถึงผู้หญิงที่กำลังเผชิญภาวะ PMDD (โรคอารมณ์แปรปรวนรุนแรงก่อนมีประจำเดือน) ว่าเป็นเรื่องของเคมีและฮอร์โมนที่อยู่เหนือการควบคุม อยากให้ทุกคนเข้าใจและอย่าโทษตัวเอง หากไม่ไหวให้รีบปรึกษาแพทย์
ในส่วนของชีวิตคู่กับสามีชาวต่างชาติ “ยิปซี” ระบุว่า ฝ่ายชายเข้าใจและซัพพอร์ตมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่คบกัน สื่อสารกับสามีตรง ๆ ว่าไม่ต้องทำตัวเป็น "ผู้กอบกู้" เพราะเป็นหน้าที่ของแพทย์และการดูแลตัวเอง แต่ขอเพียงการเป็นเพื่อนและคอยให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ
ส่วนเรื่องการมีลูกเจ้าตัวเผยว่าปัจจุบันต้องทานยารักษาอาการป่วยซึ่งไม่เหมาะกับการตั้งครรภ์ จึงเลือกปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่กดดันตัวเอง ซึ่งสามีก็แฮปปี้แม้ในอนาคตจะไม่มีลูกด้วยกัน
“ยิปซี” เผยว่ายังคงคิดถึงการแสดง แต่ลังเลเพราะบทดรามาที่เล่นกับอารมณ์มีผลต่อระดับฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) โดยตรง หากมีโอกาสรับงานในอนาคต อาจมองเป็นโปรเจกต์สั้น ๆ หรือแนวคอมเมดี้ที่เหมาะกับสภาพร่างกายช่วงนั้น
สุดท้าย “ยิปซี” ได้ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งเข้ามา และฝากเตือนทุกคนให้หมั่นดูแลสุขภาพจิตของตนเองในยุคที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็ว
Advertisement