
กลายเป็นประเด็นร้อน หลังจาก "กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์" ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับทัศนคติของคนไทยว่า "ต้องหยุด mindset ที่ไม่พัฒนา แบบนี้ครับ มิเช่นนั้น ประเทศชาติจะมีแต่ของแย่ๆ ห่วยๆ เต็มประเทศไปหมด" พร้อมกับแนะนำให้สนับสนุนผู้ที่สร้างสรรค์ของดีมีคุณภาพแม้จะราคาสูง
ล่าสุด "กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์" ได้ร่อนจดหมายเชิญสื่อเตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงทุกกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกี่ยวกับแบรนด์ PARAMETER Gelato เพื่อสร้างความชัดเจนต่อข้อเท็จจริง โดยงานนี้เจ้าตัวเผยว่า กระแสข่าวที่ว่าทางร้านสั่งห้ามลูกค้าเคี้ยวและห้ามถ่ายรูปนาน โดยระบุว่า คำแนะนำที่บอกว่าไม่อยากให้เคี้ยว อยากให้ตักคำเล็กควรกินตอน-7 องศา และห้ามถ่ายรูปนานเพราะจะละลาย เกิดจากความปรารถนาดีที่อยากให้ลูกค้าได้ลิ้มรสเจลาโต้ในจุดที่ดีที่สุด เนื่องจากตัวเจลาโต้มีความเข้มข้น (Intense) สูงมาก การตักคำเล็กจะช่วยให้ลิ้มรสชาติได้อย่างพอดีและสมบูรณ์แบบที่สุด ประกอบกับราคาเจลาโต้ของทางร้านอยู่ที่ถ้วยละ 200-500 บาท อยากให้ลูกค้าได้รับประทานในขณะที่เนื้อสัมผัสยังไม่ละลาย เพื่อให้คุ้มค่าเงินมากที่สุด
"ผมอยากให้ลูกค้ารับไปแล้ว และได้กินแบบไม่ละลาย ทุกช้อนที่เอาเข้าไป อร่อยทุกช้อน สมบูรณ์แบบทุกช้อน"
ทั้งนี้ เจ้าตัวยืนยันว่าเป็นการอธิบายตามหลักความจริงทางวิทยาศาสตร์ของอาหาร ไม่ได้มีกฎหมายหรือคิดจะไปบังคับลูกค้าแต่อย่างใด และที่หน้าร้านก็ยังคงต้อนรับและถ่ายรูปเล่นกับลูกค้าตามปกติ อย่างเรื่องคลิปวิดีโอที่มีเด็กเคี้ยวเจลาโต้หน้าร้านจนถูกวิจารณ์ โดยยืนยันว่าคลิปดังกล่าวเป็นเพียงคอนเทนต์ที่ นัดกันเล่นๆ กับน้องครีเอเตอร์หน้าร้านเท่านั้น ไม่ได้มีการแบนหรือโกรธเคืองกันจริงๆ ตามที่เข้าใจ
ส่วนประเด็นเดือดเรื่องการใช้คำว่า "กะลา" หรือวิจารณ์ว่า "คนไทยมายด์เซ็ตไม่พัฒนา" จนสร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวเน็ตนั้นขอแจงว่า เจตนาที่แท้จริงคือการเปรียบเทียบเพื่อหวังให้เกิดการพัฒนา โดยต้องการสื่อสารว่า หากสังคมหรือประเทศมีแต่คนที่ตั้งใจทำของที่มีคุณภาพและมีรายละเอียดสูงๆ สังคมนั้นก็จะเจริญขึ้น เหมือนกับที่ตนได้ไปเห็นโครงสร้างธุรกิจที่ประเทศญี่ปุ่นหรืออิตาลี แล้วเกิดแรงบันดาลใจอยากนำสิ่งดีๆ กลับมาทำในประเทศไทย หากวิเคราะห์คำพูดของผมช็อตต่อช็อต ไม่มีคำไหนเลยที่ผมตั้งใจดูถูกคนฟัง แต่ผมยอมรับว่าอาจจะเลือกใช้คำศัพท์ที่รุนแรงและตรงเกินไปจนทำให้เกิดความเข้าใจผิดครับ
(เรื่องคำว่าอยู่ในกะลา?) "เปลี่ยนเป็นกะละมังก็ได้ครับ ความรู้สึกผม ผมไปเห็นอะไรมาแล้วมันดี ไปที่เมืองนอก เขาทำแต่ของดีๆ สะอาด บ้านเมืองดีหมด เราอยากจะนำสิ่งนี้กลับมาบอกคนไทย นี่คือความตั้งใจผม"
เมื่อถามถึงเรื่องการตั้งราคาสูงเกินจริง (Overpriced) ต้องบอกก่อนว่ากระบวนการผลิตและกรรมวิธีว่า เจลาโต้ของทางร้านเป็นรูปแบบพิเศษ ซึ่งมีขั้นตอนการทำที่ซับซ้อนและใช้เวลาสูงมาก แตกต่างจาก Modern Gelato ในอิตาลีที่มีราคาถูกกว่า ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของร้านสูงตามไปด้วย
ยกตัวอย่างเมนูที่เป็นกระแสดรามาอย่าง GEISHA ESPRESSO PCA ราคา 519 บาท ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก แท้จริงแล้วเป็นกาแฟรสชาติพิเศษที่ต้องผ่านการประมูลมา และมีจำนวนจำกัดมากๆ โดยทางร้านได้สิทธิ์นำเข้ามาเพียง 10 กิโลกรัมเท่านั้น ไม่ใช่กาแฟเกรดทั่วไป ราคานี้สมเหตุสมผลกับต้นทุนอย่างแน่นอน และเคยคอมเมนต์ตอบไปว่า ถ้าใครสามารถทำวัตถุดิบและกระบวนการได้เหมือนผม ในราคานี้ทำขายแข่งได้เลย ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่มีใครทำได้
สำหรับประเด็นที่ชาวเน็ตจับตาเรื่องน้ำหนักเจลาโต้ที่ไม่เท่ากันในการชั่งโชว์หน้าร้าน ประมาณ 90-100 กรัม โดยธรรมชาติของสินค้าประเภทไอศกรีมตักสดหน้าร้าน ย่อมไม่สามารถชั่งน้ำหนักให้เป๊ะเท่ากันได้ทุกกรัมเหมือนสินค้าที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรมในซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่แล้ว
ส่วนกรณีที่ต้องควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ และต้องตักออกหากน้ำหนักเกิน 101 กรัมนั้น เป็นเพราะต้องการควบคุมมาตรฐานความอร่อยให้อยู่ในสัดส่วนที่พอดีที่สุด เพื่อไม่ให้เนื้อเจลาโต้มีความเหนียวหรือเยอะเกินไปจนทำให้ผู้บริโภครู้สึกเลี่ยนไม่อร่อย การชั่งน้ำหนักให้เห็นหน้างานนั้นทำไปเพราะความจริงใจและต้องการความโปร่งใสกับลูกค้า ซึ่งความจริงแล้วทางร้านจะไม่ชั่งโชว์เลยก็ได้
ส่วนปมทราย สก๊อต เป็นประเด็นของคนอื่นผมไม่ขอพูดอะไรดีกว่าขอชี้แจงแค่เรื่องเจลาโต้ของผมเท่านั้น
สุดท้ายผมขอโทษต่อสังคมอย่างเป็นทางการถึงเหตุการณ์ดราม่าทั้งหมดที่เกิดขึ้น ผมขอโทษจากใจจริงครับ ที่ทำให้ทุกคนเข้าใจผิด และรู้สึกแย่กับสิ่งที่คุณเห็นในคลิปที่ผมอธิบาย แต่ความตั้งใจจริงไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดีเลยครับ หลังจากนี้ยืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาธุรกิจต่อไป
เร็วๆ นี้เตรียมที่จะเปิดตัวเมนูใหม่ที่มีมูลค่าสูงถึง 700 บาท ซึ่งเป็นเมนูที่วางแผนและตั้งใจทำไว้อยู่แล้ว ไม่ได้ทำเพื่อประชดหรือทำตามกระแสดรามาแต่อย่างใด และไม่ได้มีความกังวลกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบ เพราะเชื่อมั่นว่าท้ายที่สุดแล้วคุณภาพและรสชาติจะเป็นสิ่งตัดสิน และเป็นคำตอบที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคในระยะยาว ถ้าไม่อร่อยจริงก็จะขายไม่ได้เอง เชื่อว่าของตนอร่อยที่สุดในโลกบินไปกินมาครบทุกที่แล้วเชื่อแบบนั้น ทำอะไรตั้งที่ 1 ถ้าที่ 5 หรือรองจากที่ 1 ไม่เอา
Advertisement