
จากกรณีโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้สถานบันเทิง “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” บริเวณใกล้เคียงซอยลาดพร้าว 1 เมื่อคืนวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 27 ราย และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก ล่าสุด “กิต กฤตย์ จีรพัฒนานุวงศ์” หรือ “กิต Three Man Down” นักร้องนำวงดนตรีชื่อดัง ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเฟียลมีเดียส่วนตัว เพื่อเป็นกระบอกเสียงสะท้อนปัญหาระบบความปลอดภัยในสถานบันเทิงและคอนเสิร์ตเฟสติวัลที่คนทำงานกลางคืนต้องเผชิญมาโดยตลอด
“กิต” เผยว่า ในปัจจุบันสถานบันเทิงหรือเฟสติวัลต่าง ๆ มีความอันตรายสูงมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่นักดนตรีและทีมงานพยายามสื่อสารมาโดยตลอด แต่กลับไม่เป็นผล เมื่อพูดไปก็มักจะถูกสังคมและผู้จัดติติงกลับมาในแง่ลบ เช่น เกิดกระแสดรามา รถทัวร์ลง หรือถูกต่อว่าว่าเป็นคน "เรื่องมาก" และ "ไม่มีสปิริต" ในการทำงาน พร้อมเปิดเผยลิสต์ปัญหาหน้างานจริงที่เหล่านักดนตรีต้องเจอกันจนกลายเป็นความชินชาที่น่ากลัว ได้แก่ ไม่มีทางหนีไฟที่ได้มาตรฐาน / เกิดกระแสไฟฟ้ารั่วขึ้นบนเวที / ระบบระบายอากาศภายในร้านย่ำแย่และถ่ายเทไม่สะดวก / โครงสร้างเวทีไม่ปลอดภัย (ยกตัวอย่างกรณีของ เจ๋ง Big Ass ที่เคยตกเวทีมาแล้ว) / การพกพาอาวุธเข้ามาในร้าน (ยกตัวอย่างกรณีของ เอ๊ะ จิรากร ที่เคยถูกทำร้ายร่างกายบนเวที) / ความไม่ปลอดภัยจากเอฟเฟกต์ต่าง ๆ เช่น พลุ ควัน หรือไพโรเทคนิค ซึ่งเจ้าตัวระบุว่า "ตนเองโดนจนชินแล้ว" / ทำเลที่ตั้งของห้องครัวและการระบายอากาศของครัวที่ไม่เหมาะสม / การกดดันให้แสดงต่อท่ามกลางสภาพอากาศที่เป็นอันตราย เช่น ในเวลาที่ฝนตกหนักหรือในงานสงกรานต์ที่มีการฉีดน้ำใส่เครื่องดนตรีและระบบไฟ ซึ่งเมื่อนักดนตรีสั่งหยุดโชว์เพื่อความปลอดภัย ก็มักจะถูกผู้ใหญ่หรือผู้จัดดุด่าตำหนิ
นอกจากนี้ “กิต” ยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมถึงกรณีที่มีกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์หาว่าตนเอง "โวยวาย" เรื่องการจุดพลุเอฟเฟกต์ หรือเรื่องเวทีเปียกน้ำฝน โดยเจ้าตัวได้ลั่นประโยคเด็ดเพื่อยืนยันเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนครั้งนี้ว่า "ไม่ต้องมาเข้าใจตนก็ได้ ในข่าวที่ผมโวยวายเรื่องพลุ กับเรื่องเวทีเปียก ฝนตก แต่ยากให้ลองดูในวันที่มาโวยวายบอกว่าพวกนักดนตรีที่ไม่เล่นแม่งไม่เฟี้ยว เหมือนวงนั้นวงนี้ ไม่สปิริต พวกผมไม่ได้เล่นไม่ได้ครับ แต่ถ้าพวกผมเพิกเฉย มันจะมีปัญหาตามมาครับ พวกผมแค่อยากจะเริ่มเปลี่ยนแปลงแค่นั้น มันอาจจะไม่ได้เปลี่ยนที่ยุคพวกผมก็ได้ แต่อยากให้น้องๆ ที่ตามมา ไม่ต้องมา ไฟช็อต บนเวที หรือ ตกเวที หรือ ไฟไหม้ อีกแล้ว"
ในช่วงท้าย โพสต์ดังกล่าวได้ร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งวิงวอนและขอร้องจากใจจริงไปยังกลุ่ม "เจ้าของร้าน" และ "ผู้จัดงาน" ทุกคน ให้หันมาใส่ใจเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยให้มากกว่านี้ และขอให้เปิดใจรับฟังเมื่อคนทำงานดนตรีออกมาท้วงติงเรื่องความปลอดภัย ก่อนที่จะตราหน้าว่าพวกตนเป็นคนเรื่องมาก เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยขึ้นอีกในอนาคต
Advertisement