
ทำเอาแฟนคลับใจหายแวบสะเทือนทั้งโซเชียล! เมื่อนักแสดงสาวชื่อดัง "เบสท์ รักษ์วนีย์ คำสิงห์" ออกมาไลฟ์สดทิ้งบอมบ์กลางโซเชียล ประกาศลั่น "ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 69 เป็นต้นไป เจ้าตัวจะไม่ได้อยู่ในไทยแลนด์แล้วนะคะทุกคน" เผยตอนนี้จัดการเรื่องที่พักและเอกสารทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อย เหลือเพียงแค่รอวันบินลัดฟ้าเปิดฉากชีวิตใหม่ที่ต่างแดน
โดยในไลฟ์สดดังกล่าว "เบสท์" ได้เปิดเผยรายละเอียดที่ทำเอาหลายคนต้องจับตามอง ว่าจุดหมายปลายทางที่ตนจะไปปักหลักคือ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อเข้าคอร์สเรียนต่อทางด้านภาษาแบบจัดเต็มเป็นเวลา 3 เดือน (จากแพลนเดิมที่ตั้งใจไว้ 6 เดือน) ซึ่งเจ้าตัวยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า ต้องปรับลดเวลาลงมาเพราะยังคงต้องดิ้นรนทำงานหาเงินควบคู่ไปด้วย โดยการใช้ชีวิตหลังจากนี้จะเป็นลักษณะ "ไป ๆ มา ๆ" หากมีงานจ้างที่เมืองไทยก็จะบินกลับมาเคลียร์ทันที แต่ถ้าช่วงไหนไม่มีงานก็จะอยู่ยาวที่มาเลเซีย
เมื่อถามถึงสาเหตุที่ไม่เลือกประเทศยอดฮิตอื่น ๆ “เบสท์” เปิดใจว่า ได้มีการปรึกษาและเปรียบเทียบหลายประเทศ ทั้งสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย โดยโจทย์คืออยากได้ประเทศใกล้ ๆ และค่าครองชีพไม่สูงมาก ซึ่งสิงคโปร์ตัดไปได้เลยเพราะแพงมาก ส่วนเหตุผลที่เคาะมาเลเซียเป็นเพราะความสะดวกในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะเรื่องการเดินทางที่สามารถเรียกใช้แอปพลิเคชัน Grab ได้เหมือนเมืองไทย เนื่องจากตนเองยอมรับตามตรงว่า "นั่งรถไฟไม่ค่อยเก่ง" ประกอบกับได้โรงเรียนที่อยู่ใกล้ที่พักในระยะที่เดินไปเรียนได้เลย จึงเลือกเอาความสะดวกตรงนี้ก่อน
พาร์ทการเรียนครั้งนี้บอกเลยว่าระดับ “เบสท์ คำสิงห์” ไม่มีคำว่ามาเล่น ๆ เจ้าตัวประกาศจัดหนักอัดตารางเรียนแน่นกราฟ 5 วันรวด (จันทร์-ศุกร์) ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ลากยาวไปจนถึง 17.00 น. โดยจะว่างพักผ่อนแค่เพียงวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น จนเจ้าตัวยังแอบแซวตัวเองขำ ๆ ว่า "เรียนแน่นขนาดนี้ เหมือนจะไปเอาเกียรตินิยมเลย"
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้แฟน ๆ และชาวเน็ตต่างพากันยกนิ้วชิ้นชมในความฉลาดก้าวหน้า คือวิสัยทัศน์ทางธุรกิจที่ซ่อนอยู่ในการไปมาเลเซียครั้งนี้ โดย “เบสท์” เผยว่า มาเลเซียตอบโจทย์เพราะเป็นเมืองที่ใช้ทั้ง ภาษาอังกฤษ มาลายู และจีน ซึ่งเธอตั้งใจจะเก็บเกี่ยวให้ได้ทั้ง 3 ภาษาเพื่อไปต่อยอด "บิ๊กโปรเจกต์ธุรกิจในปีหน้าที่เธอจะอายุครบ 27 ปี"
โดยเบสท์วางแผนที่จะขยายไลน์ธุรกิจจากหมวดเครื่องสำอาง ไปสู่หมวด "อาหารเสริม" ซึ่งตลาดนี้จำเป็นต้องมีเครื่องหมายฮาลาล การที่เจ้าตัวเรียนรู้ภาษามาลายูควบคู่ไปด้วย จึงเป็นอาวุธชิ้นสำคัญที่จะช่วยเปิดประตูสยายปีกธุรกิจสากล และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมุสลิมได้อย่างตรงจุดในอนาคต
งานนี้แฟน ๆ สบายใจได้ แม้ตัวจะไม่อยู่ไทยตลอด 3 เดือนนี้ แต่ “สาวเบสท์” แอบกระซิบมาว่าถ้าคิดถึงก็รอดูคลิปในยูทูบ หรือถ้าแบรนด์ไหนใจดีจ้างงาน ตนก็พร้อมบินกลับมาหาทันที
Advertisement