
เป็นที่พูดถึงอย่างมาก เมื่อ "ทราย สก๊อต" นักอนุรักษ์ชายฝั่งและทายาทตระกูลดัง ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียส่วนตัว @psiscott เปิดเผยคลิปเสียงหลักฐานชิ้นสำคัญซึ่งเป็นบันทึกเหตุการณ์การเจรจาเงื่อนไขทางการเงิน หรือ "สัญญาปิดปาก" ร่วมกับสมาชิกในครอบครัวใหญ่เมื่อ 3 ปีก่อน เผยให้เห็นโครงสร้างตัวเลขข้อตกลงมูลค่าหลายล้านบาท ภายใต้สภาวะบีบคั้นที่ตนเองไร้อำนาจต่อรอง
จากการตรวจสอบรายละเอียดคลิปเสียงความยาวประมาณ 2 นาทีเศษ ที่เปิดเผยโดย “ทราย สก๊อต” พบว่าเป็นบทสนทนาระหว่างเจ้าตัวกับกลุ่มบุคคลในครอบครัวและผู้มีศักดิ์เป็นเครือญาติ โดยมีการถกเถียงอย่างเคร่งเครียดเกี่ยวกับข้อเสนอทางการเงินเพื่อแลกกับการยุติข้อเรียกร้องหรือปิดงำความจริงบางอย่าง โดยมีตัวเลขสำคัญคือเงินก้อนแรกจำนวน 10 ล้านบาท และเงินรายปีอีกปีละ 5 ล้านบาท
ภายในคลิปเสียงปรากฏเสียงของญาติผู้ใหญ่รายหนึ่งพยายามเป็นตัวกลางในการอธิบายและแปลเจตนาข้อเสนอจาก "แม่" ของ "ทราย สก๊อต" เพื่อให้ยอมรับเงื่อนไข โดยมีกรอบเวลาและจำนวนเงินระบุไว้ชัดเจน ดังนี้ เงินก้อนแรกจำนวน 10,000,000 บาท (สิบล้านบาท) กำหนดจ่ายภายในสิ้นปี 2024 (ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม) เงินปันผลรายปี จำนวน 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาท) ต่อปี เริ่มจ่ายในปี 2025 โดยจะจ่ายพร้อมรอบเงินปันผล ระยะเวลาปลอดการจ่าย หลังรับเงินก้อนแรก 10 ล้านบาทแล้ว จะต้องเว้นระยะไป 1 ปีเต็ม ก่อนเริ่มรับเงินรายปีในงวดแรกของปี 2025
ในบทสนทนา “ทราย สก๊อต” ได้มีความพยายามตั้งคำถามและโต้แย้งในมุมของตนเองว่าเงินปันผล 5 ล้านบาทนั้นทำไมต้องเว้นระยะเวลาไปยาวนานขนาดนั้น เนื่องจากสิ่งที่เธอจำเป็นต้องใช้ในขณะนั้นคือเงินก้อน ทว่าฝั่งผู้ใหญ่ในตระกูลได้พยายามพูดคุยตัดบทและระบุว่าเป็นเงื่อนไขเดียวกับที่ทางคุณแม่เสนอมา โดยยื่นคำขาดให้ตนเลือกว่าจะ "รับข้อเสนอนี้หรือไม่" ซึ่งภายในคลิปเจรจามีเสียงทางฝั่งญาติพูดว่า "น้าเข้าใจ น้ากำลังจะแปลในสิ่งที่อันน้องเขาพูด ว่าอันน้องเขาบอกว่า... 5 ล้านเนี่ยฉันให้เธออีกปีถัดมานะ นั่นคือที่แม่เขาพูด ยูจะรับหรือเปล่า ก็อันนี้ก็คุยกันซะ"
นอกเหนือจากคลิปเสียงที่น่าตกใจแล้ว “ทราย สก๊อต” ยังได้เขียนแคปชั่นอธิบายบริบทและสภาพจิตใจอันย่ำแย่ในวันดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา โดยเปิดเผยว่าเหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นวันที่เจ้าตัวต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายในการเซ็นสัญญาปิดปาก (NDA)
“ทราย สก๊อต” ระบุว่า ในตอนนั้นตนเพิ่งผ่านมรสุมชีวิตอย่างหนักจนเกือบอยู่ในสถานะ "คนไร้บ้าน" จากภาคใต้ และยอมตัดสินใจบินมาหาครอบครัวด้วยความหวังลึก ๆ ว่าจะได้รับอ้อมกอด ความรัก และความเข้าใจจากคนในสายเลือดเดียวกัน แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม เมื่อตนต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มคนในครอบครัวที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีข้อมูลที่เหนือกว่า และใช้โครงสร้างอำนาจที่เหนือกว่ากดดันเธอทุกวิถีทาง "ในวันนั้น ทรายไม่มีเสียง ไม่มีอำนาจใดๆ เลยที่จะต่อสู้กับความไม่ยุติธรรม สิ่งที่ทรายทำได้ดีที่สุดในวันนั้นคือการตัดสินใจเลือกสิ่งที่จะทำให้ชีวิตรอดต่อไปได้ และต้องบีบคั้นตัวเองให้อดทนเก็บงำความจริงทั้งหมดไว้ในใจ"
Advertisement