
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 21.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นาวาเอกวีระเชษฐ์ ขยันทำ หัวหน้าชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 นำโดย ร้อยโทวัชรพล อินใจ นายทหารข่าว ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 และหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกับกองร้อยหมวดทหารพรานนาวิกโยธินคลองตาดำ นำโดย ร้อยตรีกฤษดา พวงสวัสดิ์ ผู้บังคับกองร้อยหมวดอาวุธคลองตาดำ วางกำลังซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณพิกัด (ฐานป่าข่อย) หมู่ 5 ตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี
ต่อมา เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 04.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มบุคคลชาวกัมพูชาจำนวน 50 คน พร้อมสัมภาระจำนวนมาก กำลังเดินลัดเลาะตามภูมิประเทศ จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวทั้งหมดมายังกองบังคับการหมวดคลองตาดำ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแปลง ร่วมสอบสวนขยายผล
จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มดังกล่าวประกอบด้วยชาย 17 คน หญิง 17 คน เด็ก 6 คน และผู้รับจ้างแบกสัมภาระ 10 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวกัมพูชา โดยผู้รับจ้างแบกสัมภาระอาศัยอยู่ที่บ้านตราง อำเภอกรอมเรียง จังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ถูกควบคุมตัวให้การว่า เดินทางมาจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดชลบุรี โดยมีความประสงค์เดินทางกลับประเทศกัมพูชา เนื่องจากส่วนใหญ่วีซ่าหมดอายุ และบางส่วนถูกนายจ้างเลิกจ้างงาน ทั้งนี้ ผู้ที่มีหนังสือเดินทางเสียค่าเดินทางคนละ 3,000 บาท ส่วนผู้ที่ไม่มีหนังสือเดินทางเสียค่าใช้จ่ายคนละ 3,500 บาท
ผู้ถูกควบคุมตัวระบุว่า ได้เดินทางด้วยรถตู้โดยสารคันละประมาณ 10 คน มาส่งบริเวณถนนหมายเลข 3405 พื้นที่คลองตาดำ ก่อนให้เดินเท้าเข้าพื้นที่ชายแดน โดยมีผู้รับจ้างแบกสัมภาระคอยนำทางไปยังจุดหมาย
ขณะที่ผู้รับจ้างแบกสัมภาระทั้ง 10 คน ให้การว่า ได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 300-400 บาท เนื่องจากด่านชายแดนปิดทำให้ขาดรายได้ จึงหันมารับจ้างขนสัมภาระเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว พร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผู้ว่าจ้างชื่อ “ตู๊ด” เป็นชาวกัมพูชา
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกการจับกุมและบันทึกการควบคุมตัวตามมาตรา 22 และมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ก่อนนำตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแปลง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
Advertisement