
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า มาตรการควบคุมชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างเข้มงวดตามนโยบาย "ปิดด่าน 100%" ยังคงส่งผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยกองทัพเรือร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ดำเนินการเฝ้าระวัง ลาดตระเวน และสกัดกั้นการลักลอบเข้า-ออกราชอาณาจักรตามช่องทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่องตลอดแนวชายแดน
ล่าสุด ช่วงค่ำเมื่อคืนวาน (15 มิ.ย. 2569) เวลา 20.20 น. หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี จับกุมชาวกัมพูชา 3 ราย เป็นชาย 1 หญิง 2 พร้อมสัมภาระลักลอบเดินเท้าเข้ามาตามแนวสวนลำไย จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า บุคคลทั้ง 3 ราย ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักร โดยให้การรับสารภาพว่าเดินทางมาจากจังหวัดโพธิสัตย์และจังหวัดไพรแวง ประเทศกัมพูชา เนื่องจากไม่มีงานทำและได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา จึงตัดสินใจลักลอบเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อเข้ามาหางานทำในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสะตอน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชนและพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 อย่างเคร่งครัด
การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของมาตรการ "ปิดด่าน 100%" และการควบคุมพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวดของฝ่ายความมั่นคง ซึ่งทำให้ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมายไม่สามารถใช้ช่องทางปกติได้ และต้องหันไปใช้ช่องทางธรรมชาติ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุมได้ในที่สุด
กองทัพเรือยืนยันว่าจะยังคงดำเนินมาตรการปิดจุดผ่านแดนและควบคุมพื้นที่ชายแดนตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มงวดต่อไป พร้อมบูรณาการกำลังกับทุกภาคส่วนในการป้องกันการลักลอบเข้าเมือง การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชน
Advertisement