
ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับประเทศ “หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา” แห่งแบรนด์ Asava เปิดใจทั้งน้ำตา ร่วมถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา” เผยความโศกเศร้าหลังทราบแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ยอมรับใจหายและโหวงในความรู้สึก แม้จะพอทำใจมาบ้างแล้วก็ตาม
“หมู อาซาว่า” ได้เปิดเผยกับทีมข่าวอมรินทร์ทีวีถึงความผูกพันในฐานะประชาชนคนไทยที่ได้ติดตามพระองค์ท่านมาตั้งแต่ประสูติ เจริญพระชันษา ตลอดจนการทรงงานอย่างหนักเพื่อแผ่นดินในทุก ๆ ด้าน พร้อมทั้งบอกเล่าถึงความภาคภูมิใจสูงสุดในชีวิตช่างเสื้อ ที่เคยได้รับพระกรุณาธิคุณให้เข้าถวายงานตัดเย็บฉลองพระองค์ในหลายวาระโอกาส
“หมู อาซาว่า” ย้อนรำลึกถึงพระจริยวัตรอันงดงามและเรียบง่ายของ “พระองค์ภาฯ” ว่า พระองค์ทรงเลือกสวมใส่ฉลองพระองค์ที่ละมุน ไม่หวือหวา หรือฟู่ฟ่า และมักจะนำกลับมาสวมใส่ซ้ำอยู่เสมอ ที่สำคัญยังทรงสนับสนุนแบรนด์ไทยอย่างแท้จริง โดยทรงสั่งซื้อสินค้าของแบรนด์ Asava ผ่านช่องทางออนไลน์ หรือในอดีตก็ทรงส่งคนสนิทไปเลือกซื้อที่ห้างสรรพสินค้าโดยไม่ได้แจ้งให้ทางร้านทราบล่วงหน้า
นอกจากนี้ ยังทรงมีความเกรงใจต่อผู้เข้ามาถวายงานอย่างที่สุด มักจะทรงเลือกใช้เวลาไปกับการทรงงานมากกว่าการลองชุด เพราะทรงระลึกถึงความยากลำบากของทีมงานที่ต้องเดินทางไกลไปเฝ้าฯ ณ สัตหีบ หรือตามพระตำหนักต่าง ๆ ซึ่งฉลองพระองค์ของ Asava นั้น พระองค์ทรงเลือกสวมใส่ทั้งในรูปแบบชุดสากล ชุดผ้าไทยในงานพระราชพิธีใหญ่ รวมถึงครั้งประวัติศาสตร์ที่ทรงร่วมดำเนินบนแคทวอล์กในงานของกระทรวงการต่างประเทศ ณ ประเทศออสเตรียด้วย
นอกจากเรื่องแฟชั่นแล้ว “หมู อาซาว่า” ยังยกย่องว่าพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของผู้หญิงที่มีหัวใจเด็ดเดี่ยวและเข้มแข็ง ทรงแบกรับความคาดหวังและความกดดันเพื่อปวงชนมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โดยทรงเรียนหนังสือควบคู่ไปกับการปฏิบัติพระกรณียกิจตามเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์ และทรงมีบทบาทเด่นชัดในสังคม ทั้งด้านกระบวนการยุติธรรมในการทรงงานเป็นอัยการ, การคุ้มครองสิทธิสตรีและผู้ต้องขัง, ด้านการกีฬา, มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ตลอดจนความรักต่อสัตว์เลี้ยงทรงเลี้ยง
ยิ่งไปกว่านั้น ยามที่เสด็จฯ ไปทรงช่วยเหลือประชาชนในถิ่นทุรกันดาร พระองค์จะทรงมีความเป็นกันเองและห่วงใยราษฎรอย่างที่สุด มักจะมีพระราชดำรัสอย่างถ่อมพระองค์ว่า "ขอโทษทีที่มาช้า แต่ไม่ได้ลืมนะ" ทั้งยังทรงเกรงใจ ไม่อยากให้ข้าราชการ ทหาร หรือตำรวจ ต้องเดือดร้อนและลำบากมาคอยดูแลอารักขาพระองค์ท่าน จนทำให้ทรงสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ได้ด้วยพระมุ่งมานะและระเบียบวินัย
เมื่อถามถึงสิ่งทีประชาชนชาวไทยจะสามารถน้อมนำมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตต่อไป “หมู อาซาว่า” กล่าวทิ้งท้ายว่า คือการทำงานอย่างหนักเพื่อประเทศชาติโดยคิดถึงส่วนรวมเป็นหลัก ไม่คิดถึงประโยชน์ส่วนตน รวมถึงเรื่องของระเบียบวินัย ความสม่ำเสมอ และที่สำคัญที่สุดคือ “ความเมตตา เอาใจใส่” ที่ทรงมีพระปฏิสันถารสอบถามสารทุกข์สุกดิบของทุกคนอย่างเป็นกันเอง ซึ่งสิ่งนี้คือความรักที่โลกปัจจุบันต้องการมากที่สุด และหากคนไทยร่วมใจกันน้อมนำมาปฏิบัติ สังคมและประเทศไทยจะเจริญรุ่งเรืองและน่าอยู่ยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
ติดตาม “ข่าวร้อน บันเทิงแซ่บ” ได้ในรายการ APOP Today ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.30 - 14.00 น.
Advertisement