
“บุ๋ม ปนัดดา” สลดเหตุรถไฟชนรถเมล์มักกะสัน ดับ 8 ศพ จี้ รฟท. เข้มงวดหลังพบคนขับฉี่ม่วง-ไร้ใบขับขี่ ซัดต่อให้ไม้กั้นดีแค่ไหนหากขาด “จิตสำนึก” ก็กั้นไม่อยู่
จากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนใจสังคม กรณีรถไฟพุ่งชนรถเมล์อย่างรุนแรงบริเวณย่านมักกะสัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 8 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ล่าสุดทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้เปิดใจสัมภาษณ์พิธีกรดังอย่าง “บุ๋ม-ปนัดดา” ถึงมุมมองต่อโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ โดยเจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกตกใจและสะเทือนใจเป็นอย่างมาก เพราะตามหลักการเดินรถแล้ว อุบัติเหตุรุนแรงเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้น และเป็นเรื่องที่สามารถป้องกันได้
"บุ๋ม ปนัดดา" ได้วิเคราะห์ถึงต้นตอของปัญหาโดยมองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ “ผิดหลายฝ่าย” เริ่มต้นจากระบบการคัดกรองบุคลากรของภาครัฐ โดยเฉพาะผลตรวจปัสสาวะของคนขับรถไฟที่พบว่าเป็นสีม่วง มีสารเสพติดในร่างกาย และยังไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถไฟที่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลต่อสติสัมปชัญญะในการปฏิบัติหน้าที่โดยตรง โดยเจ้าตัวเผยว่า “การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต้องหันมาปรับปรุงระบบการตรวจสอบเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวดก่อนปล่อยให้ปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถสาธารณะที่ต้องแบกรับชีวิตของประชาชนไว้ในมือ ต้องมีความรับผิดชอบมากกว่าคนปกติหลายเท่า ไม่ควรนำชีวิตผู้โดยสารไปเสี่ยงเช่นนี้”
นอกเหนือจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่แล้ว "บุ๋ม ปนัดดา" ยังได้ตำหนิถึงพฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนนในสังคมไทย ที่มักขับขี่ด้วยความประมาทและเห็นแก่ตัว โดยเฉพาะกลุ่มรถจักรยานยนต์ที่มักชอบ “วัดใจ” บิดคันเร่งฝ่าไม้กั้นจราจรเพียงเพราะไม่อยากเสียเวลาแค่ไม่กี่นาที
ตามกฎหมายจราจร ทุกคนรู้ดีว่าเมื่อถึงทางรถไฟหรือทางม้าลายต้องเว้นระยะห่างและหยุดรอ แต่คนส่วนใหญ่มักชอบแขวนชีวิตไว้กับความหวัง คิดว่าอีกนิดเดียวน่าจะพ้น ทั้งที่ไม้กั้นกำลังเลื่อนลงมาแล้ว พฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ขาดการยั้งคิดอย่างสิ้นเชิง
เมื่อถูกถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องประสิทธิภาพของไม้กั้นและอุปกรณ์เตือนภัย เจ้าตัวให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่ “สันดานการขับขี่” โดยเจ้าตัวเผยว่า “ต่อให้ไม้กั้นจะมีขนาดใหญ่หรือทันสมัยแค่ไหน หากคนขับขี่ขาดจิตสำนึกและคิดจะฝ่าฝืน มันก็กั้นไม่อยู่ จากที่เคยคุยกับผู้บริหารการรถไฟฯ มีอุบัติเหตุชนไม้กั้นหักบ่อยมาก แต่การเบิกงบซ่อมแซมหรือการฟ้องร้องแพ่งเรียกค่าเสียหายหลักแสนจากมอเตอร์ไซค์กลับใช้เวลานาน หากเทียบกับประเทศญี่ปุ่นหรือเกาหลี ระบบไม้กั้นเขาไม่ได้ต่างจากเราเลย แต่พอสัญญาณเตือนดัง ประชาชนของเขาจะหยุดทันทีเพราะเคารพกฎหมาย”
"บุ๋ม ปนัดดา" ได้ฝากข้อคิดเตือนใจถึงผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ให้คำนึงถึงผลกระทบระยะยาวต่อครอบครัว การยอมเสี่ยงเพื่อประหยัดเวลาเพียงครึ่งนาที แต่อาจต้องจบชีวิตลง หรือหากรอดชีวิตแต่ต้องกลายเป็นคนพิการ ขาขาด ทำงานไม่ได้ จะกลายเป็นภาระให้ลูกเมียหรือพ่อแม่ไปตลอดชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่คุ้มค่าเลย
พร้อมกันนี้เจ้าตัวได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียทั้ง 8 ราย โดยเผยว่าเข้าใจความเจ็บปวดเป็นอย่างดีว่า ต่อให้ได้รับเงินชดเชยเยียวยาเป็นหลักล้าน ก็ไม่สามารถทดแทนชีวิตของคนที่รักกลับคืนมาได้ จึงอยากขอร้องให้ทุกคนรักชีวิตตัวเองให้มากกว่านี้ เคารพกฎจราจรที่มีไว้เพื่อคุ้มครองความปลอดภัย และอยากให้สังคมนำเหตุการณ์นี้มาเป็นบทเรียนราคาแพง เพราะในปัจจุบันก็ยังคงเห็นภาพคนบิดมอเตอร์ไซค์ฝ่าไม้กั้นอยู่ทุกวัน ราวกับไม่เคยมีบทเรียนมาก่อน
Advertisement