
วันที่ 15 ก.ค. 2569 จากกรณีอุบัติเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงชื่อดังย่านลาดพร้าว(โรงเบียร์ลาดพร้าว) จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย
ซึ่งหนึ่งในผู้เสียชีวิตคือเจ้าหน้าที่กู้ภัยสาวอาสาสมัครที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ติดค้างอยู่ภายในอาคาร ล่าสุดบรรยากาศในงานบำเพ็ญกุศลศพเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังครอบครัวได้รับข้อเสนอเงินเยียวยาเบื้องต้นเพียง 10,000 บาท
โดย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มูลนิธิปอเต็กตึ้ง ได้นำร่างของ น.ส.ญดากานต์ หรือ อุ้ม อายุ 32 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว มาส่งยังวัดใหม่ไทยเจริญ ต.หูทำนบ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ เพื่อทำพิธีกรรมทางศาสนาตามประเพณีที่บ้านเกิด ซึ่งจากการชันสูตรของแพทย์ระบุว่า น้องอุ้มเสียชีวิตจาก "การขาดอากาศจากการสำลักควันไฟ" และถือเป็นศพที่ 2 ของผู้เสียชีวิตชาวจังหวัดบุรีรัมย์จากเหตุการณ์ โดยศพแรกคือ น.ส.มณีรัตน์ หรือ จิ๊บ บ่มกลาง ชาวอำเภอลำปลายมาศ
ขณะที่ นางบุญทรง ศรีบุษย์ อายุ 55 ปี แม่ของน้องอุ้ม เล่าว่าลูกสาวไปทำงานโรงงานอยู่ที่กทม เพื่อหาเงินมาส่งทางบ้านเนื่องจากลูกสาวเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว
ช่วงเกิดเหตุหลังเลิกงานได้ไปเที่ยวกับเพื่อน ส่วนกรณีทนายความผู้รับมอบอำนาจจากร้านอาหารโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว จะเยียวยาเบื้องต้น รายละ 10,000 บาท แม่ฟังแล้วหัวใจสลายเงินแค่นี้ไม่พอแม้กระทั่งค่าโลงศพหรือค่าทำศพด้วยซ้ำ ชีวิตลูกสาวแม่ทั้งคน มีค่าแค่นี้หรือ?"
นางบุญทรงแม่ของผู้เสียชีวิต กล่าวต่อว่า เงินจำนวน 10,000 บาทที่เสนอมานั้นถือเป็นการไม่ให้เกียรติผู้เสียชีวิตและครอบครัวอย่างรุนแรงจึงอยากเรียกร้องผ่านสื่อมวลชนไปถึงทนายความและเจ้าของสถานบันเทิงดังกล่าวขอให้กลับไปทบทวนตัวเลขและการเยียวยาใหม่อย่างเป็นธรรม
"อยากให้ทนายและเจ้าของโรงเบียร์ลองเอาหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ไปคิดดูบ้างถ้าเป็นลูกหลานของคุณบ้าง คุณจะรู้สึกอย่างไร เงินหมื่นเดียวมันเทียบไม่ได้เลยกับอนาคตและความรักที่แม่เสียไป อยากให้หันมามองความจริงและให้ความเป็นธรรมกับพวกเรามากกว่านี้" นาบุญทรง กล่าวทิ้งท้าย
Advertisement