
ล่าสุด วันนี้ (23 ก.พ. 2569) มีรายงานว่า พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจได้นำตัว "นานา ไรบีนา" และสามี "เวย์ ไทยเทเนียม" หรือ "ปริญญา อินทชัย" มายื่นฟ้องต่อศาลอาญา
โดยพนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นานา , เวย์ ไทยเทเนียม, บริษัท ฟลิกค์ออฟ เดอไรท์ โปรดักส์ชั่น จำกัด, บริษัท ไรบีนา 2016 จำกัด ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ปลอมและใช้เอกสารปลอม หลอกลวงผู้เสียหายรวม 11 คน ซึ่งเกินกว่า 10 คนขึ้นไปด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ และปกปิดความจริง
โดยชักชวนในการกู้ยืมเงินเพื่อนำไปลงทุนธุรกิจปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล ธุรกิจซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ ธุรกิจเกี่ยวกับบริษัทกีฬา กองทุนสำหรับลงทุนธุรกิจต่างๆ ซื้อหุ้น ธุรกิจร้านอาหารต่างประเทศ และซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์
โดยตกลงว่าจะจ่ายผลตอบแทนอัตราร้อยละ 4 ร้อยละ 7 ต่อเดือน หรือร้อยละ 40 ของเงินที่กู้ยืนมาลงทุน ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยทั้งหมดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ ทำให้ผู้เสียหายที่ 1-11 ร่วมลงทุน โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ที่จำเลยทั้ง 4 กับพวกแจ้งมาให้
ทั้งนี้การติดต่อชักชวนผู้เสียหายที่ 1-11 ที่จำเลยทั้ง 4 ชักชวนนั้น เป็นข้อความอันเป็นเท็จ จำเลยทั้ง 4 ไม่มีเจตนานำเงินของผู้เสียหายทั้ง 11 ไปลงทุนตามที่ได้ชักชวน เป็นการนำเงินมาจ่ายหมุนเวียนผู้ลงทุนซึ่งเป็นผู้ให้กู้ยืมด้วยกัน เป็นการปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกโดยจำเลยทั้ง 4 มีเจตนาตั้งแต่แรกในการใช้กลอุบายหลอกลวงเงินจากผู้เสียหายทั้ง 11 คน อันเป็นความผิดฐานกันฉ้อโกง และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ชั้นสอบสวนจำเลยทั้ง 4 ให้การปฏิเสธ
คดีนี้มีพฤติการณ์แห่งคดีเป็นการร่วมกันฉ้อโกง และหลอกลวงกู้ยืมเงินนั้นเป็นการฉ้อโกงประชาชน มีความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายทั้ง 11 คน และบุคคลอื่นเป็นวงกว้าง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม เพื่อหยุดยั้งไม่ให้เกิดความผิดเช่นนี้อีก จึงขอศาลให้ลงโทษจำทั้ง 4 สถานหนัก
หากจำเลยทั้ง 4 ขอยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โจทก์ขอคัดค้าน ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย และให้ชดใช้เงินคืนต่อผู้เสียหาย จำเลยทั้ง 2 ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ด้าน "ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู" ทนายความของทั้งคู่ซึ่งเดินทางมาที่ศาลด้วย ไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆ
Advertisement