
ความคืบหน้าคดีดังวงการบันเทิงที่ยืดเยื้อข้ามปี ล่าสุดศาลอาญานัดพร้อมตรวจพยานหลักฐาน สอบคำให้การ และกำหนดวันนัดสืบพยาน ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.นานา ไรบีนา, นายปริญญา อินทชัย หรือ "เวย์ ไทเทเนียม", บริษัท ฟลิกค์ออฟ เดอไรท์ โปรดักส์ชั่น จำกัด และบริษัท ไรบีนา 2016 จำกัด เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม จากกรณีหลอกลวงผู้เสียหาย 11 รายร่วมลงทุนธุรกิจทิพย์ มูลค่าความเสียหายรวม 174,041,914 บาท
บรรยากาศที่ศาลอาญาในวันนัดตรวจพยานหลักฐาน มีสื่อมวลชนปักหลักรอทำข่าวเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ตัวแทนจำเลยทั้งสองคือ "เวย์" และ "นานา" ได้เดินทางมาตามนัดหมาย แต่คาดว่าใช้เส้นทางภายในของศาลเพื่อหลีกเลี่ยงการพบปะและให้สัมภาษณ์กับกองทัพสื่อมวลชนบริเวณบันไดด้านหน้าอาคาร
พฤติกรรมในห้องพิจารณา จำเลยทั้งสองนั่งอยู่ในโซนจำเลยด้วยท่าทีเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด โดยในบางจังหวะนายปริญญานั่งกอดอก และตลอดการพิจารณาคดี ทั้งคู่ไม่มีการหันไปสบตาหรือมองหน้ากลุ่มผู้เสียหายที่นั่งอยู่ในห้องพิจารณาคดีแต่อย่างใด
ขณะที่ฝั่งผู้เสียหายได้เดินทางมาร่วมรับฟังการพิจารณาคดีทั้งหมด 7 คน โดยปรากฏรายชื่อของอดีตกลุ่มเพื่อนสนิทและบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงและแวดวงสังคม ได้แก่ "เจนสุดา ปานโต" และ "ไฮโซข้าวโพด สมิตินันทน์" นั่งอยู่บริเวณเก้าอี้สองแถวหน้าของฝั่งโจทก์ ทั้งนี้ กลุ่มผู้เสียหายส่วนใหญ่มีสีหน้าที่เรียบเฉย บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างปกติ มีเพียงบางจังหวะที่หันไปมองทางฝั่งจำเลยเป็นระยะ
ในนัดพิจารณาดังกล่าว มีผู้เสียหายจำนวน 6 ราย จากทั้งหมด 11 ราย ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอเข้าเป็น "โจทก์ร่วม" ในคดี เพื่อร่วมดำเนินคดีและรักษาขอบเขตสิทธิประโยชน์ทางกฎหมายอย่างเต็มที่ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้อง
ผลการตรวจพยานหลักฐานและกำหนดวันนัดสืบพยานของทั้งสองฝ่าย มีรายละเอียดดังนี้ ฝ่ายโจทก์ (พนักงานอัยการ) ได้ยื่นบัญชีพยานเอกสารจำนวน 71 ฉบับ และพยานบุคคลจำนวน 38 ปาก ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสอบสวนที่เกี่ยวข้อง พร้อมเสนอเวลานัดสืบพยานฝั่งโจทก์จำนวน 9 นัด โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้สืบพยานบุคคลได้จำนวน 38 ปาก ตามกรอบเวลาที่เสนอ
ฝ่ายจำเลย (เวย์-นานา และพวก) แถลงยืนยันให้การ "ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา" โดยยื่นบัญชีพยานบุคคลจำนวน 8 ปาก เสนอขอใช้เวลานัดสืบพยานฝั่งจำเลย 2 นัด ศาลอนุญาตตามขอ โดยทนายความฝ่ายจำเลยต่อสู้คดีว่า จำเลยไม่ได้กระทำความผิดทางอาญาตามฟ้อง เนื่องจากจำเลยและกลุ่มผู้เสียหายรู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียง "การผิดสัญญาทางแพ่ง" จากการที่ไม่สามารถชำระหนี้สินคืนได้ตามข้อตกลงเท่านั้น ไม่ใช่การฉ้อโกงประชาชน
อย่างไรก็ตาม สำหรับวันและเวลาในการนัดสืบพยานทั้ง 11 นัด (ฝั่งโจทก์ 9 นัด และจำเลย 2 นัด) ศาลได้มีคำสั่งให้คู่ความทั้งฝั่งโจทก์และจำเลยเดินทางไปประสานงานและตกลงร่วมกันอีกครั้ง ณ ศูนย์นัดความ ศาลอาญา เพื่อเคาะวันนัดที่ลงตัวของทั้งสองฝ่ายต่อไป
Advertisement