
Khmer Times รวมถึงสื่อกัมพูชาอื่นๆ พยายามรายงานข่าวกล่าวอ้างว่า "แองเจลินา โจลี (Angelina Jolie)" นางเอกแห่งวงการฮอลลีวูดวัย 51 ปี กำลังวางแผนที่จะย้ายออกจากสหรัฐอเมริกา และประกาศขายคฤหาสน์หรูของเธอในลอสแอนเจลิส เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างแดน โดยมี "กัมพูชา" เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลัก
สื่อกัมพูชายังกล่าวอ้างว่ามีแหล่งข่าวใกล้ชิดเผยว่า "โจลี ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายและแสงสีของฮอลลีวูด เพื่อไปใช้ชีวิตที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยเธอวางแผนที่จะแบ่งเวลาระหว่าง นิวยอร์ก, ยุโรป และกัมพูชา เนืองจากมีความผูกพันกับกัมพูชามาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่เธอมาถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Lara Croft: Tomb Raider ในปี 2000"
ย้อนไปเมื่อปี 2002 เธอได้รับอุปการะลูกบุญธรรมคนแรก "แมดด็อกซ์ ชีวัน โจลี-พิตต์" มาจากกัมพูชา และต่อมาในปี 2005 โจลียังได้รับสัญชาติกัมพูชาจากพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหมุนี พื่อเป็นเกียรติแก่งานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและมนุษยธรรม
ปัจจุบัน โจลียังเป็นเจ้าของที่ดินและบ้านพักในจังหวัดพระตะบอง ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของมูลนิธิ Maddox Cholie-Pitt (MJP) ที่มุ่งเน้นด้านการอนุรักษ์และการพัฒนาชุมชน
สื่อท้องถิ่นกัมพูชา (เช่น Khmer Times) มักย้ำเตือนในข่าวเสมอว่า "เธอไม่ใช่แค่คนต่างชาติ แต่เธอคือพลเมืองกัมพูชา" เพื่อสร้างความชอบธรรมในการที่รัฐบาลจะขอความร่วมมือให้เธอช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวที่กำลังซบเซา
ข่าวลือนี้เกิดขึ้นหลังจาก โจลี ได้หย่าร้างกับ แบรด พิตต์ และประกาศขาย Cecil B. DeMille คฤหาสน์ระดับตำนานในย่านลอสเฟลิซ เมืองลอสแอนเจลิสด้วยราคาประมาณ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 786 ล้านบาท รวมถึงสื่อต่างประเทศที่มีรายงานจากแหล่งข่าวใกล้ชิดว่า เธออยากจะย้ายไปอยู่ที่อื่น เพื่อความสงบ และปกป้องความเป็นส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อทำงานประชาสัมพันธ์ให้รัฐบาลตามที่มีกระแสข่าวว่า ทางการของกัมพูชาพยายามติดต่อผ่านผู้จัดการส่วนตัว เพื่อให้โปรโมทการท่องเที่ยว และหวังจะกอบกู้ภาพลักษณ์ที่เสียไป
ความสัมพันธ์ของ แองเจลินา โจลี กับประเทศไทย
สื่อทั่วโลกต่างทราบดีว่า ประเทศไทยเป็นสถานที่ที่โจลีเลือกมาเพื่อ "สักยันต์" ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวเธอไปทั่วโลก อาทิ เธอเดินทางมาสักยันต์กับอาจารย์หนูถึง 4 ครั้ง ครั้งแรกคือปี 2546 (2003) โดยสัก "ยันต์ 5 แถว" ที่ไหล่ซ้าย ซึ่งเธอเชื่อว่าช่วยเรื่องความคุ้มครองและเมตตามหานิยม ต่อมา ในปี 2547 เธอมาสักยันต์รูปเสือขนาดใหญ่ที่หลังส่วนล่าง เพื่อเสริมอำนาจบารมี แม้แต่ในช่วงปี 2559 ที่เธอไปถ่ายทำหนังในกัมพูชา ยังเชิญอาจารย์หนูบินไปสักยันต์เพิ่มให้ถึงที่นั่น สะท้อนถึงความเลื่อมใสในศาสตร์ของไทยอย่างมาก
นอกจากนี้แล้วโจลียังเป็นอดีตผู้แทนพิเศษฯ UNHCR ในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งยังเคยเดินทางมาเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัยตามตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมา หลายต่อหลายครั้ง เพื่อเรียกร้องสิทธิ์ให้แก่ผู้พลัดถิ่นและสตรี และยังใช้ประเทศไทยเป็นจุดพักและจุดประสานงานสำคัญในการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้คนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากนี้แล้วน็อกซ์ เลออน โจลี-พิตต์ ลูกชายคนเล็กของเธอยังเป็นนักมวยไทย โดยเคยลงแข่งขันมวยไทย:ที่จัดขึ้นในสหรัฐฯ (มหาวิทยาลัย USC) เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 และได้รับชัยชนะในการแข่งขันนั้น อีกทั้งโจลียังเคยถ่ายภาพร่วมกับ ครูฝึกมวยไทย (จากค่าย Mana Muay Thai) และตัวเธอเอง
สำหรับ โจลี ยังมีพื้นฐานการฝึกมวยไทยตั้งแต่สมัยรับบท Lara Croft: Tomb Raider (ซึ่งถ่ายทำในไทยและกัมพูชา) โดยเข้าคอร์สฝึกศิลปะการต่อสู้อย่างหนัก มีการใช้ "เข่าและศอก" ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของมวยไทยในการฝึกซ้อม
Advertisement