หมอธีระ เผย 3 ข้อเสี่ยง โควิด19 ระบาดรุนแรงในไทย หลังสงกรานต์

18 มี.ค. 64

หมอธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงสถานการณ์โควิด19 ทั่วโลก 18 มีนาคม 2564 คาดว่าปลายสัปดาห์นี้ ฝรั่งเศสจะแซงสหราชอาณาจักรขึ้นเป็นอันดับ 5 ของโลก และโปแลนด์จะทะลุ 2 ล้านคนเป็นประเทศที่ 14

โควิดตลาดวันเดอร์ บางแค พบติดเชื้อแล้ว 337 ราย รอผลกว่า 2,000 ราย

เมื่อวาน (18 มี.ค.64) ทั่วโลกติดเพิ่ม 504,669 คน รวมแล้วตอนนี้ 121,669,726 คน ตายเพิ่มอีก 8,161 คน ยอดตายรวม 2,688,027 คน อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 102,109 คน รวม 30,282,913 คน ตายเพิ่มอีก 1,335 คน ยอดตายรวม 550,292 คน
  • บราซิล ติดเพิ่ม 15,397 คน รวม 11,609,601 คน
  • อินเดีย ติดเพิ่ม 35,482 คน รวม 11,473,946 คน
  • รัสเซีย ติดเพิ่ม 8,998 คน รวม 4,418,436 คน
  • สหราชอาณาจักร ติดเพิ่มอีก 5,758 คน รวม 4,274,579 คน

อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน ตุรกี และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่นต่อวัน

แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงบังคลาเทศ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่ม ส่วนใหญ่หลักร้อยถึงพันกว่า

ในขณะที่แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักพัน เกาหลีใต้ และไทย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนเมียนมาร์ ฮ่องกง กัมพูชา และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่จีน สิงคโปร์ เวียดนาม และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ

มองดูสถานการณ์ของอเมริกาตอนนี้ หลายรัฐยังมีจำนวนการติดเชื้อหลายพันคนต่อวัน เช่น นิวยอร์ก เท็กซัส ฟลอริด้า นิวเจอร์ซีย์ มิชิแกน เพนซิลวาเนีย จอร์เจีย เป็นต้น ความท้าทายของอเมริกาคือจะทำอย่างไรให้คนในประเทศยังคงป้องกันตัวอย่างเคร่งครัดขณะที่ยังอยู่ในช่วงที่เร่งฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากร

ข้อได้เปรียบของอเมริกาเมื่อเทียบกับประเทศอื่นคือ การมีวัคซีนที่มีสรรพคุณสูง จำนวนมากหลายชนิด ทั้ง Pfizer/Biontech, Moderna และ Johnson&Johnson และมีปริมาณเพียงพอเกินกว่าจำนวนคนในประเทศ จึงทำให้มีโอกาสสูงที่จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้หากฉีดได้ครบถ้วน เพียงแต่ต้องใช้เวลานานพอสมควร แต่จะทำได้จริงหรือไม่ ความยากลำบากจะอยู่ตรงที่จะทำอย่างไรให้ทุกที่ยังคงมาตรการรณรงค์ให้ป้องกันตัวและมีการปฏิบัติกันต่อเนื่องไปตลอดช่วงเวลาดังกล่าว มิฉะนั้นก็ย่อมมีโอกาสระบาดปะทุซ้ำได้ เนื่องจากจำนวนการติดเชื้อโดยรวมแม้จะลดลงกว่าเดิม แต่ยังมีปริมาณมากเฉลี่ยแล้วหลายหมื่นคนต่อวัน ซึ่งง่ายต่อการระบาดซ้ำภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์หากประมาท คงต้องเอาใจช่วยกันต่อไป

สำหรับของไทยเรา... ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงในเดือนหน้า สิ่งที่ต้องระวังมากๆ มีดังนี้

หนึ่ง "การจัดรดน้ำดำหัวตามประเพณี" ไม่ว่าจะเป็นการรดน้ำ รินน้ำ พรมน้ำ ให้ระวังเรื่องความใกล้ชิด การสัมผัส และระยะเวลาในการพบปะหรือมีปฏิสัมพันธ์กัน

ควรตระหนักถึงการระบาดภายในประเทศที่กระจายไปทั่ว จนไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่า คนที่มาพบเจอกันนั้นไม่ว่าจะเด็กเล็ก เด็กโต ผู้ใหญ่ หรือคนสูงอายุ อาจติดเชื้ออยู่โดยไม่รู้ตัว และอาจแพร่ให้แก่คนอื่นที่มาเจอกันได้

หากจะจัดตามประเพณีจริง ระวังความคิดว่า"นิดหน่อยคงไม่เป็นไร" หรือ "คนกันเองเจอกันบ่อยน่าจะเชื่อได้ว่าปลอดภัย" หรือ "VIP/VVIP/VVVIP" เพราะความคิดเช่นนี้ ไม่ว่าจะนิดหน่อย คนกันเอง คน(โคตร)สำคัญ หยวนๆ นั้นนำมาสู่หายนะให้เห็นกันมามากแล้ว

รูปแบบที่จัดตามประเพณี ควรจัดเป็นแบบ "ประเพณีร่วมสมัย(ที่กำลังมีโรคระบาด)" โดยเน้นความปลอดภัยสูงสุด ทำอย่างไรให้มีการรดน้ำ รินน้ำ พรมน้ำที่ต่างจากแบบเดิม เน้นเรื่องไกลกัน ไม่สัมผัสกัน แต่ยังมีความอิ่มเอิบใจที่ได้เห็นกัน อวยพรกัน และส่งต่อไมตรีจิตและความเคารพนบนอบให้แก่กันได้

สอง "การเดินทางข้ามจังหวัด" เชื่อขนมกินได้ว่าจะมีประชาชนจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มาทำงานในเมือง เดินทางกลับไปจังหวัดบ้านเกิด ผ่านการขนส่งสาธารณะ

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง ระบาดกระจายไปทั่วโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล การเดินทางในลักษณะข้างต้นนั้นย่อมถือเป็นความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดการติดเชื้อแพร่เชื้อกันได้อย่างแน่นอน

ดังนั้นทุกพื้นที่ทุกจังหวัด จึงควรเตรียมรับมือ จัดระบบตรวจตราตรวจสอบ ถามไถ่คนที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่นเข้ามาในพื้นที่ หากมีใครไม่สบาย ควรรีบนำเข้าสู่กระบวนการตรวจรักษา ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการตั้งแต่เริ่มเดินทางไปจนถึงอย่างน้อยสองสัปดาห์หลังจากเสร็จสิ้นการเดินทาง ทั้งในจังหวัดต้นทางและจังหวัดปลายทาง (ขาไป-ขากลับ)

สาม "การท่องเที่ยว" ที่เห็นโปรโมทกันนั้น ต้องเตือนกันให้ดีว่าการเดินทางท่องเที่ยวขณะนี้นั้นมีความเสี่ยง

เราเห็นรายงานการติดเชื้อตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาแล้วว่ากระจายไปแทบทุกที่ หลายรายมีประวัติเดินทางท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย เดินทางไปหลากหลายทั้งห้างสรรพสินค้า ตลาด ตลาดนัด ร้านอาหารร้านกาแฟแหล่งท่องเที่ยวตามจังหวัดต่างๆ รวมถึงพักแรมตามโรงแรม

ดังนั้นหากรักจะไป ก็ให้ตระหนักถึงความเสี่ยงที่จะได้รับ วางแผนให้ดี เตรียมอาวุธป้องกันให้พร้อม ใช้อาวุธให้ถูกต้องเคร่งครัด และคอยประเมินสถานะสุขภาพของตนเองและครอบครัวด้วยว่า ระหว่างเดินทางและหลังเดินทางนั้นมีอาการผิดปกติอะไรไหม หากมี ก็ให้รีบไปตรวจรักษา อย่าปล่อยทิ้งไว้

ทั้งสามเรื่องดังกล่าวนั้นถือเป็นเชื้อไฟ ที่ไม่ว่าจะเกิดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือหลายเรื่องขึ้นมาพร้อมกัน การระบาดรุนแรงจะตามมาได้ในเวลาไม่นาน ขอให้เราทุกคนช่วยกันประคองตัวให้อยู่รอดปลอดภัยไปด้วยกัน ด้วยรักและปรารถนาดี.

โควิดสงขลา พบหญิงติดเชื้อจาก ตลาดบางแค เร่งสอบ 10 รายนั่งรถไฟตู้เดียวกัน
เปิดไทม์ไลน์ โควิดกรุงเทพ อีก 78 ราย แทบทั้งหมดเชื่อมโยง ตลาดย่านบางแค

 

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวที่ได้รับความสนใจ