แจงไทม์ไลน์ละเอียดยิบ "ข้าวโอ๊ต" บอยแบนด์ติดโควิด19  ร่วมถ่ายMV "เปา กิ่งกาญจน์" พร้อมขอโทษสังคม!!

แจงไทม์ไลน์ละเอียดยิบ "ข้าวโอ๊ต" บอยแบนด์ติดโควิด19 ร่วมถ่ายMV "เปา กิ่งกาญจน์" พร้อมขอโทษสังคม!!

3,052
28 ม.ค. 64

หลังจากที่ “ข้าวโอ๊ต คริษฐ์ พรรณธรรม” บอยแบนด์หนุ่มศิลปินวง axis ได้ออกมายอมรับว่าตนติดโควิด19 และเป็นผู้ป่วยรายที่ 647 ของ กทม. โดยล่าสุดวันนี้ 28 ม.ค. 2564 ข้าวโอ๊ต ได้ออกมาชี้แจงไทม์ไลน์ใหม่ทั้งหมดแบบละเอียดยิบ โดยเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ส่วนตัวดังนี้.....


 


Time Line ผู้ป่วยรายที่ 647
โอ๊ต- ศิลปินวง axis
8 ม.ค.64 > เซอร์ไพร์วันเกิด ที่คอนโด ไม่ได้ไป รร บันยันทรี
9 ม.ค.64 > ไปพบปีโป้ รร บันยันทรี ไม่ได้เข้าร่วมทานข้าวบนดาดฟ้า อย่างที่เป็นข่าว
10-11 ม.ค.64 > อยู่ที่พัก
* (แก้ไขเพิ่มเติม จากในรายการที่แจ้งว่าไปงาน ) 12 ม.ค. > ช่วงกลางคืนไปทำงานในกองถ่ายมิวสิควิดีโอ ศิลปิน เปา กิ่งกาญจน์ ช่วงเวลา ไม่แน่ชัด 3หรือ4 ทุ่ม ราวๆนี้ มีแค่ฉากเดียวที่เข้าร่วมกับเปา ไม่เกิน 30นาที หลังจากนั้น เดินทางกลับที่พักเริ่มมีอาการไข้ ช่วง ดึก


s__76750886



13 ม.ค.64 > อยู่ที่พักตลอดทั้งวัน เริ่มมีอาการ ไข้ขึ้น หายใจไม่สะดวก รับรสอาหารไม่ค่อยเหมือนเดิม
14-19 ม.ค.64 > อาการดีขึ้นตามลำดับ ไข้หาย ตั้งแต่ 15 อาการอื่นๆ กลับมาปกติ
20 ม.ค.64 > ได้ดูข่าว DJ มะตูม เนื่องจากผมไปพบปีโป้มา จึงไปรับการตรวจ แล้วกลับที่พัก
21 ม.ค.64 > ผลการตรวจ รพ แจ้งว่า ให้เข้าไปตรวจเลือดเพิ่มเติม ว่ากำลังเป็นหรือหาย และเข้ารับการกักตัว 21.00


 


- หลังจากเข้ารับการกักตัวที่ รพ มีการตรวจเลือดตั้งแต่ไปถึง และ ทุกๆ2 วัน จะมีการตรวจเลือด คุณหมอก็แจ้ง เตือนเรื่องค่าตับสูง ผมก็ได้สอบถามทุกครั้ง ว่า สรุปผลโควิดของผม เป็นยังไง เนื่องจากเชื้อน้อย หมอแจ้งว่า อาจจะกำลังเป็น หรือ เชื้อกำลังหาย เพราะทุกครั้งที่ ตรวจเลือดแล้วหมอมาแจ้ง ก็เป็นแบบนี้ทุกครั้ง

ผมถามหมอว่า ผลจะแน่ชัดเมื่อไหร่ เพราะผมก็อยากชี้แจงให้เร็วที่สุด คุณหมอบอก 31 จะได้ทราบ ว่าเชื้อที่พบ กำลังเป็น หรือ เชื้อหาย  ทามไลน์โอ๊ตไม่ได้ปกปิดแต่อย่างใด โอ๊ตแจ้งทามไลน์ให้หน่วยต่างๆที่โทรมาสอบถามไปทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่วันที่ 22 ช่วงเช้า และ วันต่อมาก็แจ้ง ทามไลน์ รับสายตามหน่วยงาน ที่โทรมาพอถึงวันที่มีทามไลน์ปรากฎขึ้น

โอ๊ตก็รู้สึกตกใจมากๆ เพราะไม่ตรงกับทามไลน์ที่โอ๊ตได้แจ้งไปกับทุกหน่วยที่โทรมา ตั้งแต่วันที่ 22 แต่ทามไลน์ที่ออกมาต่างกันข้อนข้างเยอะ กับ ทามไลน์ที่ให้ไป
                             


s__76750888_1


- ก่อนอื่นต้องขอโทษพี่ๆ ในวงการทุกคนที่ทำให้เกิดความกังวลใจ กับข้อมูลข่าวสารที่ออกไปว่าโอ๊ตไม่ให้ข้อมูลกับทาง รพ....ซึ่งจริงๆ โอ๊ตได้ให้ ข้อมูล กับ ทาง.รพ.ไว้ทั้งหมดแล้วทุกวันไม่ได้มีเจตนาปกปิดข้อมูลใดๆ
โดยเฉพาะ วันที่ 12 มค. ซึ่งในไทม์ไลน์ของทาง การที่ออกมาได้ใส่ข้อมูลไม่ครบถ้วน


 


โดยวันที 12 มค. โอ้ตได้ไปทำงานถ่าย.mv ของ เปา- กิ่งกาญ เวลา ราวๆ3หรือ4 ทุ่ม โอ๊ตแทบจะไม่ได้พูดอะไรกับใคร ในกองถ่ายทีมงานทุกคนก็ใส่แมส กับน้องเปา เข้าฉากไม่เกิน 30นาที เพราะถ่ายแยกซีนกัน มีเข้าด้วยกัน 1 ฉาก เป็นเวลาไม่เกิน 30นาที เสร๊จ โอ๊ตก็กลับบ้านทันที หลังจากนั้นจึงรู้สึกไม่ค่อยสบายจึงนอนพักทานยาอยู่ที่คอนโดอย่างเดียว โดยไม่ได้ออกไปไหยเลย มีแฟนกับพี่คอยดูแลโอ๊ตพักอยู่หลายวัน จนวันที่ 19 มค ได้เห็นข่าว DJมะตูม ก็รู้สึกตกใจ


 


วันที่ 20 เดินทางไป รพ.ช่วงกลางคืน ตรวจเชื้อ แล้วกลับที่พัก
วันที่ 21 ทาง รพ โทรมาแจ้งผล ว่าให้มา ตรวจเลือดเพิ่มเติมและกักตัวที่ รพ รถมารับ 21.00                                            หลังจากที่รุ้ผลว่าโอ๊ตติดเชื้อโดวิด โอ๊ตก้ได้แจ้งไปทางทีมงานของ .เปา ทันทีเพื่อให้ทุกคนไปตรวจ ซึ่งผลออกมาเปนลบ ไม่มีใครติดครับ


 


- สำหรับอีกประเด็นนึงเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ซึ่งโอ๊ตได้ให้สัมภาษ กับทางรายการแฉ ของพี่มดดำ ผ่านทางวิดีโอคอล เหตุ ซึ่งเป็นรายการแรก รายการเดียว ด้วยความที่โอ๊ต ไม่คิดว่ากระแสจากทุกๆสื่อโดยเฉพาะในวงการบันเทิงรุนแรงมาก แล้วโอ๊ตได้อ่านคอมเม้นท์ ต่างๆนาๆ ค่อนข้างกระทบจิตใจ เพราะโอ๊ตเองก็ไม่ใช่นักร้องที่มีชื่อเสียงมากมายอะไร

การออกสื่อก็น้อยครั้ง พอมาเจอกับ เหตุการณ์เช่นนี้ที่ ตัวเองก็ติดเชื้อมีความกังวลมากอยู่แล้ว พอมาเจอกับพี่ๆสื่อทุกคนยิ่งทำให้โอ๊ตรู้สึกกังวล มากขึ้นไปอีกครับ

ทำให้ในการพูดคุยกับพี่มดดำ ที่โอ๊ตแจ้งในรายการว่า มีการทำงาน ในวันที่12 โอ๊ตไปถ่าย เอ็มวีของ เปาไป โอ๊ตไม่ได้มีเจตนาปกปิดข้อมูลใดๆ ครับ


s__76750914


สุดท้ายนี้โอ๊ตก็ต้องขอโทษ ทุกๆ คนอีกครั้งครับที่ทำให้กังวลใจครับ
ช่วงนี้โอ๊ตต้องขอพักรักษาตัวให้หายจากการติดเชื้อในครั้งนี้ก่อนนะครับ


โอ๊ตไม่ได้มีเจตนาปกปิดทามไลน์หรือการไม่ให้ข้อมูล กับทุกหน่วยงาน เหมือนในข่าวที่ออกไป แต่อย่างใดเลยครับ เกิดความเข้าใจผิดในเรื่องนี้ กระทบไปถีงหลายๆคน ต้องขอโทษสังคมอีกครั้งนะครับ  ขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่ส่งเข้ามาด้วยนะครับ ขอบคุณครับ


 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่