จนท.ใช้โดรนอินฟราเรดบินค้นหาหมีควาย ผ่านไป 3 วัน ยังล้มเหลว

จนท.ใช้โดรนอินฟราเรดบินค้นหาหมีควาย ผ่านไป 3 วัน ยังล้มเหลว

0
10 ก.ย. 63

สมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ (ประเทศไทย) นำอากาศยานไร้คนขับแบบถ่ายภาพปกติ และแบบอินฟราเรด บินค้นหาหมีควายที่ทำร้ายชาวบ้านบาดเจ็บหลังปูพรมค้นหาเป็นวันที่ 3 แต่ยังล้มเหลว


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- วินาทีชาวบ้านหนีป่าราบ หมีควายบุกไร่อ้อย จนท.เตรียมจับคืนป่า


วันที่ 10 ก.ย. เจ้าหน้าที่จากสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ (ประเทศไทย) นำอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน จำนวน 2 ลำ ทั้งแบบถ่ายภาพวิดีโอปกติและแบบติดตั้งกล้องตรวจจับความร้อนหรืออินฟราเรด ขึ้นบินบริเวณรัศมี 2 กิโลเมตรใกล้กับอ่างเก็บน้ำท้ายหมู่บ้านเทพประทาน ต.บริบูรณ์ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบรอยของหมีควายที่ทำร้ายชาวบ้านบาดเจ็บ เพื่อค้นหาหมีควาย หลังจากตลอด 3 วันที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานและชาวบ้านได้ร่วมกันปูพรมค้นหามาอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังไม่สามารถจับหมีควายได้และยังไม่พบร่องรอยเพิ่มเติม


002_17


ขณะเดียวกันในระหว่างที่เจ้าหน้าที่นำโดรนบินขึ้นบริเวณไร่มันสำปะปลังของชาวบ้านเพื่อดูความเคลื่อนไหวในรัศมี 2-3 กิโลเมตร ก็ยังไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆ กระทั่งในช่วงที่จะนำโดรนบินลงจอดกล้องจากโดรนได้ตรวจพบความผิดปกติที่บริเวณป่าหญ้าห่างจากจุดขึ้นบินโดรนประมาณ 200 เมตร และห่างจากหมู่บ้านประมาณ 300 เมตร โดยบริเวณที่กล้องจับภาพได้เป็นป่าหญ้าที่มีลักษณะคล้ายกับมีสิ่งมีชีวิตผ่านเข้ามาทำให้พงหญ้าที่มีความสูงประมาณ 1 เมตร เอนล้มเป็นทาง


003_15


เจ้าหน้าที่นำโดย นายอภิเดช หมื่นน้อย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำพอง จ.ขอนแก่น จึงร่วมกันเดินเท้าเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งพบว่าบริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้กับลำห้วย มีสภาพพื้นที่เป็นดินกรวดที่ค่อนข้างแข็ง มีหญ้าขึ้นรกแต่เมื่อตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีรอยเท้าของหมีควายแต่อย่างใด พบเพียงรอยเท้าสิ่งมีชีวิตคล้ายหมีแต่เป็นรอยเท้าเก่า


001_20


นายอนันต์ ปิ่นน้อย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ปฏิบัติการจับหมีในครั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมอุทยานฯ รวมถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงมีความเป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก จึงเน้นย้ำในเรื่องความปลอดภัยโดยให้ทีมปฏิบัติการของฝ่ายปกครองลาดตระเวนตรวจพื้นที่หมู่บ้านชุมชนและถนนที่ชาวบ้านใช้ประจำเพื่อแจ้งให้งดการเดินทางเข้าไป เนื่องจากเกรงว่าจะไปเจอหมีแล้วถูกทำร้าย จึงต้องจัดชุดรักษาความปลอดภัยไว้ตลอดเวลาเพราะหมีเมื่อเจอมนุษย์จะทำร้ายทันที


004_10


ในส่วนของการตั้งกรงและใส่ขนุนรวมทั้งน้ำผึ้งเพื่อล่อหมีออกมานั้น ปรากฏว่าไม่มีหมีหรือสัตว์อื่นใดเข้าไปใกล้กรง คาดว่าหมีมีอาการเครียดหลังจากถูกตามจับ ในขณะนี้จึงเชื่อว่าหมียังอยู่ในพื้นที่ป่าชุมชนผาสวรรค์ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบเพื่อจับกุมหมีตัวดังกล่าวให้ได้โดยเร็ว และหากพบรอยเท้าหมีให้ใช้ไม้เสียบเพื่อป้องกันการสับสนของผู้ปฏิบัติงานที่มาพบเจอ และหากพบเจอห้ามยิงหรือทำร้ายหมีโดยเด็ดขาดและห้ามปะทะกับหมีโดยลำพัง และขอให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องห้ามเข้าใกล้พื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ทำการปิดล้อมค้นหาอย่างเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่