หนุ่มเผยนาทียิงแสกหน้าเพื่อนรักดับเพราะเห็นเป็นหมูป่า รับลบหลู่คุยลามกเจออาถรรพ์ (คลิป)

หนุ่มเผยนาทียิงแสกหน้าเพื่อนรักดับเพราะเห็นเป็นหมูป่า รับลบหลู่คุยลามกเจออาถรรพ์ (คลิป)

0
3 พ.ค. 63

กรณีนายวินัย ฮ่องเพ ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แจ้ห่ม เนื่องจากเจ้าตัวลงมือยิงปืนลูกซองใส่นายกันธร มียันต์ อายุ 50 ปี ชาวบ้านไฮ ม.3 ต.ปงดอน อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง เข้าที่ใบหน้าเสียชีวิต กระสุนลูกปลายกระจายเข้าที่ข้างแก้มทั้ง 2 ข้าง กกหู คาง และลำคอ รวม 8 จุด ขาสองข้างฟาดท่อนไม้ หน้าตักมีปืนยาว 1 กระบอก และมีไฟฉายคาดที่ศีรษะ เมื่อกลางดึกวันที่ 1 พ.ค.63 ที่ผ่านมา เวลาประมาณเที่ยงคืน เนื่องจากอ้างว่าเห็นเพื่อนเป็นหมูป่า หลังจากเข้าไปหาของป่าในเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท จ.ลำปาง 


110022


โดยช่วงเช้าของวันที่ 2 พ.ค.63 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท จุดสกัดชั่วคราวแม่หยวก เขต อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แจ้ห่ม และชาวบ้าน ร่วม 20 คน เดินทางเข้าป่าลึก ระยะทางประมาณ 10 กม. บริเวณห้วยป๋างเคาะ-ห้วยแม่ตาหลวง ท้องที่บ้านแม่ตาหลวง ม.1 ต.ปงดอน อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง 


2_2


ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบนายกันธร มียันต์ อายุ 50 ปี นอนหงายเสียชีวิต โดยขาทั้งสองข้างพาดอยู่บนท่อนไม้ บริเวณใบหน้า แก้ม คางและลำคอ พบรอยรูกระสุนปืนจำนวนหลายจุด บนหน้าตักมีอาวุธปืนยาวขนาด .22 (ปืนยาวลูกกรดติดลำกล้อง) 1 กระบอก และมีไฟฉายแบบคาดติดหน้าผากตกอยู่


เจ้าหน้าที่จึงได้นำร่างผู้ตายห่อด้วยผ้าและนำร่างมัดติดกับท่อนไม้ไผ่ยาว เพื่อแบกหามออกจากป่าดังกล่าว และนำส่งชันสูตรที่ รพ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง และรอให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนา


205720


ล่าสุดวันที่ 3 พ.ค.63 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้เดินทางมายัง ต.ปงดอน อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง และได้พูดคุยกับ นายพิเดช สัตยมาก อายุ 50 ปี กำนันตำบลปงดอน เล่าให้ฟังว่า ป่าแห่งนี้เป็นป่าที่กำลังจะเตรียมประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ซึ่งปกติแล้วหากชาวบ้านจะเดินทางเข้าไปในป่า จะต้องแจ้งมายังตนก่อนว่าจะเข้าไปเมื่อไหร่ ทำอะไร และกลับวันไหน แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็จะแอบลักลอบเข้าไปโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะอนุโลม เพราะเข้าใจว่าชาวบ้านต้องการหาของป่ามากินในครัวเรือนหรือนำไปขาย จึงไม่ได้ว่าอะไร


โดยในวันที่ 2 พ.ค.63 เวลาประมาณ 08.20 น. ตนได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แจ้ห่ม และจากภรรยาของนายวินัย ว่านายวินัย มามอบตัวที่ สภ.แจ้ห่ม เนื่องจากยิงนายกันธร เสียชีวิต อยากให้ตนไปแจ้งข่าวกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และจัดทีมเข้าไปนำร่างของนายกันธรออกมา


ทั้งนี้ที่เกิดเหตุเป็นป่าลึกอุดมสมบูรณ์ มีระยะทางห่างจากชายป่าไม่ต่ำกว่า 10 กม. และเป็นสันเขาสูงชัน ต้องขับรถยนต์เข้าไป 6 กม. ต่อด้วยขี่รถมอเตอร์ไซค์ 2 กม. และเดินเท้าอีก 2 กม. แต่เนื่องจากจุดที่พบศพนั้น เป็นจุดที่ต้องเดินเท้า ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องห่อร่างนายกันธร แล้วพลัดกันแบกหาม เดินออกมาเป็นระยะทางกว่า 4 กม. เพื่อนำขึ้นรถยนต์กลับออกมาภายนอก


723852


อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้เข้าไปในป่าด้วย แต่จากรายงานของทีมแพทย์ประจำตำบลนั้น ถูกยิงด้วยลูกซอง 1 นัด กระสุนกระจายเข้าที่ข้างแก้มทั้ง 2 ข้าง กกหู คาง และลำคอ รวม 8 จุด


นายพิเดช กำนันตำบลปงดอน เผยต่ออีกว่า ผู้เสียชีวิตและผู้ก่อเหตุเป็นเพื่อนกัน ไม่เคยมีเรื่องผิดใจกันมาก่อน ตนจึงเป็นคนกลางในการเจรจาให้กับทั้ง 2 ฝ่าย ได้แก่ ภรรยาผู้เสียชีวิต และภรรยาผู้ก่อเหตุ เนื่องจากผู้ก่อเหตุมอบตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงปล่อยตัวออกมาให้มาช่วยจัดงานศพ ก่อนที่จะเรียกตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงกันว่าเบื้องต้นผู้ก่อเหตุจะรับผิดชอบค่าจัดงานศพทั้งหมด จากนั้นเมื่องานศพเสร็จสิ้น จะมีการพูดคุยเรื่องกองทุนดูแลบุตรของผู้เสียชีวิตอีกครั้ง


นอกจากนี้ นายพิเดช ยังบอกอีกว่า ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งเป็นกำนันมา 5 ปี ป่าแห่งนี้มีคนตายปีละ 1 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีคนตายมาตลอด ป่าแห่งนี้มีอาถรรพ์ เจ้าป่าเจ้าเขาที่ทำให้กลุ่มคนเห็นเพื่อนในกลุ่มเป็นหมูป่า จึงถูกล่าและยิงจนเสียชีวิต


โดยเมื่อปีก่อน ลูกน้องของตนก็เห็นเพื่อนของตัวเองเป็นหมูป่าตัวใหญ่ จึงยิงปืนใส่หวังจะนำกลับมาให้ครอบครัว สุดท้ายหมูป่าได้กลายเป็นเพื่อนของตัวเอง เช่นเดียวกับกรณีของนายวินัย เข้าป่าไปเก็บรังผึ้ง และมีเพื่อนอีก 1 คนตามไปทีหลัง แต่แล้วกลับมีฝนตกลงมาและติดฝนจนดึกอยู่ในป่า นายวินัยกับนายกันธร จึงได้ชวนกันจับอึ่ง ปล่อยให้เพื่อนนอนหลับอยู่ที่จุดพัก โดยนายกันธร ได้เดินนำนายวินัยไปก่อน จนนายวินัยเห็นนายกันธรเป็นหมูป่าตัวใหญ่สีดำ จึงได้ยิงปืนใส่


1_1


ตนตั้งข้อสังเกตว่า นายวินัยก่อนที่จะยิงนายกันธร นายวินัยได้ส่องไฟฉายที่คาดไว้บนศีรษะเพื่อเล็งเป้าหมาย ทำไมนายกันธร ไม่ลุกหนีหรือส่งเสียงกลับมา นั่นเป็นเพราะอาถรรพ์ โดยชาวบ้านเชื่อว่าป่าแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำ มีสัตว์ป่ามากมาย เจ้าป่าเจ้าเขาคงไม่อยากให้ชาวบ้านเข้าไปทำลายป่าและล่าสัตว์ จึงได้สั่งสอนชาวบ้านที่เข้าไปล่าสัตว์เกินควรหรือลบหลู่ท้าทาย


นอกจากนี้ตนเชื่อว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าว คงทำให้ชาวบ้านไม่กล้าเข้าป่ากันไปอีกนาน เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประกาศย้ำแล้วว่า “อย่าเข้ามาในป่า” เคยมีการคุยกันว่าจะตั้งศาลให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายครั้ง แต่ตกลงจุดตั้งไม่ได้ เนื่องจากป่าแห่งนี้ใหญ่มาก


ทีมข่าวได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แจ้ห่ม ทราบว่า หลังจากที่ผู้ต้องหาได้มามอบตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยเบื้องต้นได้แจ้ง 3 ข้อหา ได้แก่ 1.กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และ 3.พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว


503680


ทีมข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับ นายวินัย ฮ่องเพ อายุ 55 ปี ผู้ก่อเหตุ ชาวพม่าที่ย้ายมาอยู่ในไทยหลายปี มีใบอนุญาตถูกต้อง มีภรรยาเป็นคนในบ้านไฮ ม.3 ต.ปงดอน อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง เล่าว่า ตนและนายกำธร ได้เข้าป่าไปตั้งแต่เวลา 10.00 น. ตั้งใจจะไปเก็บรังผึ้ง ขณะกินข้าวเที่ยงกันในป่า นายกันธรก็ได้จุดธูปแล้วเทเหล้าขาวลงดินถวายให้แก่เจ้าป่าเจ้าเขา ขออนุญาตเก็บรังผึ้ง ล่าสัตว์ขอให้ได้ของอะไรติดมือกลับไป


cg_7


เมื่อตนเดินตามไปตนเห็นหมูป่าสีดำตัวใหญ่ อ้วนท้วนสมบูรณ์ สวยงาม ยืนอยู่ข้างขอนไม้ ห่างจากตนไม่ถึง 30 เมตร ตนจึงได้ส่องไฟฉายเห็นหมูป่าชัด ๆ และเตรียมปืนประมาณ 2 นาที หมูป่าตัวนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะหนีหรือร้องส่งเสียงอะไร ในใจตนก็คิดว่า “โชคดี มาป่าคราวนี้ ได้หมูป่าตัวใหญ่กลับบ้าน” ตนจึงได้ยิงปืนลูกซองออกไป 1 นัด หมูป่าตัวนั้นก็ได้ล้มลงนอนอยู่ข้างขอนไม้ แต่กลับไม่ส่งเสียงร้อง เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ถึงกับใจหายทำอะไรไม่ถูก อุทานว่า “เป็นมึงได้ไง มึงไปทำอะไรไว้”


จากนั้นวิ่งหนีออกมาจากป่า โดยไม่รู้เส้นทาง และออกมาจากป่าได้ในเวลาประมาณ 04.00 น. บอกภรรยากับลูกว่ายิงคนตาย จึงตัดสินใจไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แจ้ห่ม ในเช้าวันที่ 2 พ.ค.63 


ทั้งนี้ตนได้ยินเรื่องอาถรรพ์หมูป่ามาโดยตลอด โดยทุกครั้งจะเกิดขึ้นกับชาวหมู่บ้านอื่นในตำบลปงดอน ไม่คิดว่าจะมาเกิดขึ้นกับตัวเอง ก่อนที่จะนอนในป่าคืนนั้นนายกันธรและเพื่อนอีกคน ได้พูดจาสัปดนเกี่ยวกับผู้หญิง แล้วก็หัวเราะขบขันกัน นายกันธรพูดว่า “ผู้หญิงถ้าตำน้ำพริกไม่อร่อย ไม่ต้องเอามาทำเมีย แบบเมียกูเนี่ย” ซึ่งตนคิดว่าน่าจะมาจากสาเหตุนี้ ทำให้เจ้าป่าเจ้าเขาไม่พอใจ เนื่องจากพูดจาไม่ให้เกีรยติสถานที่และหยาบคาย


ตนเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนภรรยาเป็นห่วงว่าตนจะฆ่าตัวตาย ตนได้บอกนายกันธรในงานศพแล้วว่า “ขอโทษด้วย ไม่เจตนา เดี๋ยวจัดงานศพให้” ขณะนี้ตนได้พูดคุยกับภรรยาของผู้เสียชีวิตแล้ว ตนยินดีดูแลค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพของนายกันธรทั้งหมด อะไรที่ตนพอจะทำได้ก็ยินดีจะทำให้ โดยหลังจากเสร็จสิ้นพิธีศพ ตนก็จะพูดคุยกับภรรยาผู้เสียชีวิตอีกครั้งว่า จะช่วยเหลืออะไรต่อไปได้บ้าง จากนี้ก็จะขอทำตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวเด่นในหมวดหมู่