นักธุรกิจคองโกบินมาดูโรงงานน้ำตาล ช็อกไม่มีจริง ที่แท้เป็นหอพักหญิง สูญเงินครึ่งล้าน

20 มิ.ย. 67

สามหนุ่มเปิดบริษัทหลอกนักธุรกิจชาวคองโกมัดจำเงินซื้อน้ำตาลทรายครึ่งล้าน บินข้ามน้ำข้ามทะเลดูโรงงานพบเป็นหอพักหญิง ตำรวจท่องเที่ยวพาแจ้งความแล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวลำปางได้พามิสเตอร์คาเซฟ คาบูลู อายุ 45 ปี เป็นนักธุรกิจชาวคองโกพร้อมเพื่อนสาวสัญชาติเดียวกันซึ่งเป็นล่ามพูดภาษาอังกฤษได้ที่เดินทางมาจากประเทศคองโก เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.ณัฐนันท์ กิจปฐมมานนท์ พนักงานสอบสวน สภ.เขลางค์นคร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้พูดคุยสอบถามผ่านเพื่อนสาวพร้อมทั้งตรวจสอบเอกสารต่างๆ สลิปการโอนเงินทราบว่า มิสเตอร์คาเซฟเป็นนักธุกิจติดต่อซื้อขายน้ำตาลจากประเทศไทยทางออนไลน์เพื่อนำกลับไปขายที่ประเทศของตนเอง

โดยครั้งแรกมีการติดต่อกับชาวอินเดียเป็นคนประสานให้ติดต่อซื้อขายน้ำตาลทรายกับบริษัทแห่งหนึ่งที่จดทะเบียนพานิชย์ถูกต้องตามกฎหมาย ที่ตั้งอยู่ในตำบลปงแสนทอง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง และมีโรงงานน้ำตาลทรายอยู่ในพื้นที่ลำปางจนมีการตกลงสั่งซื้อน้ำตาลทรายจำนวน 128,000 กิโลกรัม รวมเป็นเงินประมาณ 1,600,000 บาท แต่ต้องมีการโอนเงิน 30 เปอร์เซ็นต์เพื่อจ่ายค่าสินค้า เงินส่วนที่เหลืออีก 70 เปอร์เซ็นต์ต้องจ่ายทั้งหมดเมื่อสินค้าไปถึงปลายทางที่ประเทศคองโกแล้ว

1718844716008

ต่อมาทางมิสเตอร์คาเซฟังได้โอนเงินเป็นเงินดอลลาร์เข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทยซึ่งเป็นบัญชีของบริษัทดังกล่าวที่ตั้งอยู่ลำปางติดต่อกัน 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 10-11 และ 13 พ.ค.67 รวมเป็นเงินไทยประมาณ 5 แสนบาท โดยเมื่อ 3 วันก่อนมิสเตอร์คาเซฟเดินทางจากคองโกพร้อมเพื่อนสาวที่เป็นล่ามมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ และได้นั่งโดยสารรถไฟมาลงที่สถานีรถไฟนครลำปางเข้าพักโรงแรมเพื่อจะดูสินค้าและโรงงานน้ำตาลทรายในลำปาง ทางโรงงานน้ำตาลทรายได้ส่งพิกัดที่ตั้งของโรงงานให้ มิสเตอร์คาเซฟได้ว่าจ้างรถแท็กซี่ไปส่งตามพิกัดแต่กลับพบว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นหอพักนักศึกษาหญิงอยู่ด้านหลังโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย เขตเทศบาลนครลำปาง จึงรู้ว่าถูกหลอกแน่แล้ว จึงได้ติดต่อตำรวจท่องเที่ยวลำปางพาเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เขลางค์นคร
โดยทางตำรวจท่องเที่ยวลำปางได้ประสานนายเอกสิทธิ์ มานะรุ่งโรจน์ ทนายความเข้าร่วมรับฟังสอบถามผ่านล่าม เนื่องจากมิสเตอร์คาเซฟพูดภาษาอังกฤษไม่ได้

นายเอกสิทธิ์ทนายความเปิดเผยว่า ในเบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อมูลเอกสารต่างๆ และพูดคุยผ่านล่ามและตรวจสอบที่ตั้งของบริษัทที่อ้างว่าเป็นโรงน้ำตาลทรายตั้งอยู่ในตำบลปงแสนทอง อำเภอเมืองลำปาง มีการจดทะเบียนพานิชย์ถูกต้องตามกฎหมาย มีชื่อเป็นกรรมการบริษัทเป็นชาย 3 คนอายุยังน้อยอยู่ระหว่าง 20ปี และ20 กว่าปี เป็นคนจังหวัดสกลนคร แต่จากการตรวจสอบที่ตั้งของบริษัทไม่มีอยู่จริง ซึ่งกลุ่มบุคคลหรือมิจฉาชีพใช้ช่องโหว่จดทะเบียนพาณิชย์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวง ซึ่งตามกฎหมายมีความผิดฐานฉ้อโกงและนำความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

1718844739245

เมื่อพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความเป็นคดีแล้วตนเองขอประสานให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรีบดำเนินการในการอายัดบัญชีธนาคารดังกล่าวอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะกลุ่มบุคคลดังกล่าวจะได้ไม่ไปหลอกลวงคนอื่นอีก ส่วนกรรมการบริษัททั้ง 3 คนทราบชื่อหมดแล้ว ทางพนักงานสอบสวนจะได้ออกหมายเรียกมาสอบสวนปากคำต่อไปว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ทุบโต๊ะข่าว เป็นกระแส