"ติ๊ก ชิโร่" ควงภรรยา "อ้อ พรรทิรา" เปิดชีวิตรัก 30 ปี ย้อนเล่าวิกฤติชีวิตติดหนี้ 20 ล้าน

27 ก.พ. 67

ติ๊ก ชิโร่ ควงภรรยา อ้อ พรรทิรา เปิดชีวิตรัก 30 ปี กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่ายเลย ย้อนเล่าวิกฤติชีวิตติดหนี้ 20 ล้าน

 

ติ๊ก ชิโร่ นักร้อง นักแสดง นักแต่งเพลง มากความสามารถ ที่วันนี้ขอควงภรรยาคนสวย อ้อ พรรทิรา ออกรายการคู่กันเป็นครั้งแรก เผยเส้นทางความรักกว่า 30  ที่บอกเลยว่ากว่าจะมีวันนี้ไม่ง่ายเลย ย้อนเล่าจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิตกับวิกฤตเป็นหนี้ 20 ล้าน เครียดหนัก จนเจ้าตัวถึงขั้นเสียน้ำตามาแล้ว ทุกประเด็นในรายการคุยแซ่บShow 

ติ๊ก ชิโร่

พี่ติ๊ก พี่อ้อ เจอกันได้ยังไง ?
อ้อ : เจอกันที่เยอรมันค่ะ ตอนนั้นเรียนอยู่ เจอพี่ติ๊กที่งานคอนเสิร์ต พี่ไปดู คุณแม่ชวนไปดู 

แต่ว่าไม่ได้เจอกันง่ายๆ หลายร้อยคน ไปสะดุดได้ยังไง ?
ติ๊ก : มีคุณป้าเดินเข้ามา มาขอลายเซ็นต์ เขาบอกว่าขอลายเซ็นต์ให้ลูกสาวหน่อย ซักพักได้ยินเสียงเรียก “แม่ กลับบ้าน” เราก็อุ้ย (ทำท่าชี้) จะแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้  เราก็รู้แล้วว่าลูกสาว เราก็ถามว่าขอเบอร์โทรศัพท์ที่บ้านได้ไหมครับ  แม่ให้

แม่หันไปถามลูกสาวก่อนไหม ?
ติ๊ก : ไม่ได้ถาม 

ติ๊ก ชิโร่

แล้วถ้าเขาขอเองตอนนั้นให้ไหม ?
อ้อ :  ก็ต้องให้ค่ะ ต้องมีมารยาทนิดนึง

ตอนเราเห็นพี่ติ๊กตัวจริงแล้ว เรารู้สึกยังไง ?
อ้อ : ก็พี่เขาน่ารักดีนะ ดูเป็นคนสนุกขี้เล่น 

พี่ติ๊กได้เบอร์ไปแล้ว กี่ขั่วโมงถึงโทรไป ?
ติ๊ก : วันรุ่งขึ้นโทรหาแล้วก้บอกว่าอยากจะได้ความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับเยอรมัน มันมีร้านชื่อศาลาไทย เราไปกินข้าวกันได้ไหม 
อ้อ : พี่ขอทางแม่ ไม่ได้คุยกับอ้อ
ติ๊ก : คือเข้าตามตรอกออกตามประตู ให้เกียรติผู้ใหญ่ 

ติ๊ก ชิโร่

พี่อ้องงไหม อยู่ดีๆชวนไปกินข้าวเฉย ?
อ้อ : ก็งงอยู่เหมือนกัน 

จริงหรือเปล่าที่ต้องเจอกันทุกวันจนพี่ต้องเลื่อนไฟล์ทกลับ ?
ติ๊ก : ใช่ 
อ้อ : ประมาณอาทิตย์นึง ก็ทุกวัน เราขับไปหาเขาทุกวัน เพราะเขามาไม่ถูก

ที่ยอมมาหาทุกวันดูแลเขาทุกวันเกิดความประทับใจอะไรในตัวพี่ติ๊กบ้าง ?
อ้อ : อยู่กับเขาแล้วมันสนุก เขาคุยเก่ง ถ้าเราอารมณ์ไม่ดีเขาสามารถบิ้วท์ให้เรากลับมาอารมณ์ดี เหมือนคอยฮีลใจ 

แล้วคิดไหมว่าพอพี่ติ๊กกลับมาทำงานที่เมืองไทย เราคงเจอกันได้อาทิตย์เดียว คงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว?
อ้อ : คิดค่ะ เพราะว่าพี่ติ๊กไปทั่วโลก เขามีโอกาสได้เจอคนเยอะแยะ ผู้หญิงก็เยอะแยะ เราก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะต้องมาอะไรกับเรา 

แต่คนนี้ไม่ทิ้งพี่อ้อ กลับมาถึงปุ๊ปก็ยังติดต่อกันอยู่ ด้วยแฟ็กซ์ ?
ติ๊ก : ครับ เครื่องแฟ็กซ์ตอนนั้นแทบจะมีทุกบ้าน แฟ็กซ์ทั้งวันงานการไม่ต้องทำ คุยทุกเรื่อง  จริงๆแล้วผมเก็บไว้ทุกแผ่นเลยนะ

แฟ็กซ์ว่าแพงแล้ว โทรศัพท์แพงกว่า ได้ข่าวว่าสมัยก่อนบิลค่าโทรศัพท์สร้างตึกได้เลยหรอ ?
ติ๊ก : เป็นแสนต่อเดือน

ติ๊ก ชิโร่

พี่คลิ๊กอะไรในตัวพี่อ้อมากๆ พี่ถึงได้ลงทุนด้วย เวลานอนก็ไม่ได้นอน ทำไมถึงต้องเลือกพี่อ้อ ?
ติ๊ก : เราประทับใจตอนที่อยู่ที่เยอรมัน เขาดูแลเราได้ พาไปไหนมาไหนได้ พูดภาษาเยอรมันซึ่งเราไม่รู้เรื่องเลย มันทำให้เรารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์และเก่ง คุยได้ทุกเรื่อง กลับมาเราก็ยังติดต่อกันอยู่เรื่อยๆ จนเราบอกว่าถ้าเป็นแบบนี้ เดือนละแสนเนี่ย เราเอาอันนี้มาซื้อตั๋วเครื่องบินดีกว่าไหม 

แล้วสุดท้ายใครเป็นคนบินมาเจอใครก่อน ?
ติ๊ก : อ้อบินมา เขามีพี่สาวอยู่ที่ลาดพร้าว
อ้อ : หลอกให้บินมาค่ะ (หัวเราะ) เขาหลอกว่าอ้อบินมาเที่ยวไทยไหม เดี๋ยวพี่จะพาไปจังหวัดโน้นจังหวัดนี้ ไปเที่ยวกันไหม ไปเที่ยวน้ำตกไปทะเล 

แล้วเราหลอกล่อง่ายไหม ?
อ้อ : ณ ตอนนั้นเราก็เคลิ้มตามเขาเป็นนพูดเก่ง เราก็บอกแม่ว่า แม่เดี๋ยวอ้อไปเที่ยวไทยนะ จะไปเยี่ยมพี่สาวด้วยแล้วก็บอกคุณแม่ว่าไปประมาณสองอาทิตย์เดี๋ยวกลับ

ติ๊ก ชิโร่

แสดงว่าตอนนั้นพี่ได้สัมผัสชีวิตซุปเปอร์สตาร์คนนี้จริงๆ เขาเป็นยังงบ้าง ?
อ้อ : เขาเป็นคนที่ติดดิน แปลกดี แรกๆก็งง เขาบอกเราว่าอ้อแต่งตัวสวยๆนะ เดี๋ยวจะพาไปทานข้าว เราก็แต่งตัวมาครึ่งวันเลย

แล้วพาไปไหน ?
อ้อ : ข้างทางอะไรก็ไม่รู้
ติ๊ก : ก็อยากจะลองดูว่าถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ เขาจะรับเราได้หรือเปล่า แต่มีบางวันไม่บอกเขาพาไปโอเรียลเต็ลเฉยเลย เขาก็ไม่ได้เตรียมตัว 

จากสองอาทิตย์ที่บอกคุณแม่ว่าจะมาเที่ยวเมืองไทย กลายเป็นสองเดือน  แม่ว่ายังไง ?
อ้อ : คุณแม่ก็โทรมาตลอดว่าเกินสองอาทิตย์แล้วจะกลับได้หรือยัง เราบอกว่าขออีกนิดนะ กำลังสนุก พี่ติ๊กช่วงนั้นเขามีคอนเสิร์ตต้องขับรถไปทุกจังหวัด เขาก็ชวนไปด้วย เลยบอกคุณแม่ว่าขออยู่ต่ออีกนิด

แม่โอเคไหม ? แม่เขาตามลูกสาวเขา เขาคุยกับพี่ไหม ?
ติ๊ก : แม่ไม่โอเค เขาเป็นห่วงก็เลยโทร

ติ๊ก ชิโร่

จาก 2 เดือน เป็น 2 ปี แล้วพี่อ้อบอกคุณแม่ว่ายังไง ?
อ้อ : อยู่ไปเรื่อยๆ ก็บอกคุณแม่ว่า แม่ อ้อตัดสินใจแล้วนะ อ้อได้เลือกเส้นทางของอ้อแล้ว  อ้อเลือกพี่ติ๊ก แม่เขาก็อึ้งว่าลูกมั่นใจแล้วหรอ แน่ใจแล้วหรอ แล้วเราจะอยู่กับเขาได้ไหม 

แล้วพี่อ้อบอกแม่ว่ายังไง ?
อ้อ : สิ่งไหนที่อ้อตัดสินใจแล้ว อ้อต้องทำมันให้ได้ 

แล้วตอนนั้นพี่ติ๊กตัดสินใจที่จะแต่งงานหรือตัดสินใจที่จะคบกันเป็นเรื่องเป็นราว ?
ติ๊ก : ตัดสินใจที่จะคบกันก่อน 

ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน อยู่บ้านหลังเดียวกัน อยู่คอนโดเดียวกันแบบนี้ใช่ไหม ?
อ้อ : แรกๆอยู่บ้านพี่สาว พี่ก็จะขับไปมา ตอนหลังเขาก็บอกว่า อ้อไปคอนเสิร์ตกับพี่นะเอาเสื้อผ้าไปซัก 2-3 ชุด แล้วเขาก็ไปทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศไทย หลังๆ ไม่ได้ส่งบ้านพี่สาวแล้ว ไปส่งบ้านตัวเอง

อ้อ พรรทิรา

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พี่อ้อเห็นต่อหน้าต่อตาเลยแล้วเกือบมีเรื่องมาแล้ว ผู้หญิงเข้ามา ทำอะไร ?
อ้อ : เขาอาจจะชื่นชม ชื่นชอบพี่ติ๊ก แต่เข้ามานั่งตัก 

เขามานั่งตักแล้วพี่ติ๊กผลักออกไปเลย ?
อ้อ : ไม่ผลักค่ะ เราไม่รู้ว่าเขาเป็นใครแล้วก็มานั่งตัก ครั้งแรกไม่เป็นไร ครั้งที่สองก็ยังไม่เป็นไร เราก็บอกว่าพี่ติ๊กคะ ถ้าพี่ให้ผู้หญิงคนนั้นมานั่งตักพี่อีก อ้อจะจัดการทั้งสองคนเลย พอเขาจะมาอีกพี่ติ๊กก็ชวนพี่กลับบ้าน

มีเหตุการณ์ไหนไหมที่ทะเลาะกันจนขั้นเกือบเลิก ?
อ้อ : มีช่วงหนึ่งค่ะ ที่เรารู้สึกว่าพี่เขาไม่สนใจเราเลย เหมือนเขามุ่งมั่นกับอะไรซักอย่าง ตอนนั้นแต่งงานแล้วมีลูกแล้ว 

แล้วได้คุยกันไหม ?
อ้อ : ยังไม่ได้คุยเพราะเวลาจะคุยพี่เขาชอบเดินหนี 

s__8741134_0

มีประโยคหนึ่งที่พี่ติ๊กเคยพูดกับพี่อ้อ จนพี่อ้อจำได้ถึงทุกวันนี้ประโยคนั้นคืออะไร ?
อ้อ : ถ้าพ่อไม่มีเวลาให้อ้อมากพอหรือว่าตรงไหนที่อ้อคิดว่าไม่โอเคที่มันขาดไป อ้อก็ลองหาใครคบดูนะ ถ้าอยู่ไม่ได้ก็กลับมาหา

สรุปมันจบยังไง ?
อ้อ : เขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็มีงอนอยู่พักหนึ่ง เขาก็ซื้อของมาหลอกล่อ

พี่ติ๊กติดหนี้ 20 ล้าน ตอนไหน ?
ติ๊ก : ตอนนั้นเราทำธุรกิจอยู่ที่ลาดพร้าว 71 เป็นบริษัทนำเข้า-ส่งออก แต่เป็นนำเข้ามากกว่ามันเป็นช่วงหนึ่งที่เราเคยได้ยินว่ามีรถขายรถ มีบ้านขายบ้าน มีที่ขายที่ ซื้อดอลล่าร์เก็บไว้ แต่เราก็ไม่ได้เอะใจ ไม่ได้ทำแบบนั้นตอนนั้นทำธุรกิจอยู่ ธุรกิจไปได้สวยมาก พอวันหนึ่งเขาลดค่าเงินบาท ปั้ง !! เราทันทีเลย ไม่ใช่ครอบครัวเราครอบครัวเดียวนะ ทั้งประเทศมีคนฆ่าตัวตาย ช่วงปี 2540 ต้มยำกุ้ง 

พี่แอบไปร้องไห้ ?
ติ๊ก : ตอนร้องไห้คือตอนที่เราเอาเงินไปใช้หนี้  วันนี้เอาเงินไปใช้หนี้แบงค์นี้  ครั้งต่อไปแบงค์นั้นมาฮุบแบงค์นี้ ก็ต้องเอาเงินไปใช้แบงค์อื่น ทุกครั้งที่เราเอาเงินไปจ่าย มันไม่ได้ไปจ่ายน้อยๆ แล้วมันก็ไม่สามารถต้านทานความโศกเศร้าของเรา มันก็เลยต้องหลั่งน้ำตาร้องไห้ด้วยความเสียดาย เรามีชื่อเสียงมามีทุกอย่างมาเรียบร้อย แต่นี่ไม่ใช่ว่สมันไปถึงจุดจุดเดิมนะ มันไปถึงชั้นใต้พิภพถึง 20 ชั้น ถ้าสวยรรค์ก็ชั้น 7 แต่ถ้านรกก็ 20 ขุม 

ตอนนั้นคลอดลูกด้วย ในฐานะคุณแม่ตอนนั้นเป็นยังไง ?
อ้อ : รู้สึกกังวลมาก เครียด พี่ติ๊กจู่ๆก็เป็นหนี้ เพราะค่าเงินมันเปลี่ยน ก็อยู่เป็นกำลังใจให้พี่ติ๊ก บอกว่าพี่ก็สู้นะเราล้มได้เดี๋ยวเราก็ลุกขึ้นได้ ตอนนั้นมีเปิดท้ายขายของก็อุ้มลูกไป เอาของในบ้านของเขาเนี่ยแหละไปขาย 
ติ๊ก : ทางออกของนักธุรกิจ ของผู้คน ในหลายๆครอบครัว มันจะมีตลาดเปิดท้ายขายของ มีอะไรก็ขายหมด ขายทุกอย่าง ขายเพื่อให้เรามีชีวิตอยู่รอด แต่ก็มีคำที่ออกมาจากปากอ้อ พ่ออ้อจะดูแลพ่อเอง เราจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เยอรมัน

ติ๊ก ชิโร่

พี่ติ๊กว่ายังไง ?
ติ๊ก : ป่ะ ลองดู ตอนนั้นแทบจะไม่ได้มีคอนเสิร์ต ถ้าจะมีก็แค่งานพิธีกร คือความเครียดขอเรามันมีแน่นอน มันจะต้องหาวิธีการอะไรก็ได้ที่จะดำรงชีวิตให้ได้แล้วก็ใช้หนี้ให้ได้ เราก็คิดว่า ซึ้งใจนะที่อ้ออยู่เคียงข้างเราเสมอ แม้ยามที่เราทุกข์และสุข เราเป็นหัวหน้าครอบครัว ร้องเพลงได้ แต่งเพลงได้ เป็นศิลปินวาดภาพ เล่นหนังก็ได้ เล่นละครก็ได้ เราก็ยังมีชีวิตอยู่ได้นะ ผมเป็นลูกผู้ชายพอ ผมกล้าสู้ ผมไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย แต่ว่าสู้ได้ เพราะว่าเราเป็นคนขยัน เป็นคนอดทน เป็นหัวหน้าครอบครัว เพราะฉะนั้นถ้าจะตายให้มันรู้ไป เราตัดสินใจว่าเราจะอยู่ที่เมืองไทย

นานไหมกว่าจะฟื้นตัว ?
ติ๊ก : เรียกว่าเหนื่อยสายตัวแทบขาด

อะไรทำให้พี่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันมายาวนาน 30 ปี ?
อ้อ : ต้องมีความยืดหยุ่น ถอยมาคนละก้าว ถ้ามีตรงไหนเรามีปัญหากันให้มาคุยกัน
ติ๊ก : อีกอย่างก็คือโซ่ทองคล้องใจก็คือชาเมกับยาหยี ผมเป็นคนเห็นคุณค่าของเวลา ทำงานทุกนาทีมีคุณค่าเสมอ ถ้าโกรธเคืองกันงอนกันไม่พูดกันสองวัน น่าเสียดาย บางทีเลยไปถึงสามวัน พอวันที่สี่กลับมาคุยกันมันน่าเสียดายที่เราบึ้งตึงใส่กัน

อยากจะบอกอะไรผู้ชายคนนี้ ?
อ้อ : ขอโทษพ่อที่ผ่านมาอ้อเคยทำอะไรให้ไม่สบายใจหรือว่าเสียใจ หรือว่าทำตัวไม่น่ารัก อ้ออยากจะขอบคุณพี่ติ๊กที่เป็นหัวหน้าครอบครัวที่อดทน เข้มแข็ง ดูแลเราอย่างดีมาเสมอไม่ว่าจะเป็นอ้อหรือลูก ขอบคุณที่พี่มีความรักให้อ้อเสมอต้นเสมอปลาย ขอสัญญาว่าอ้อจะอยู่เคียงข้างพี่ตลอดไป ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ตราบเท่าที่อ้อยังมีลมหายใจอยู่
ติ๊ก : ทุกครั้งที่ผมพูดว่าผมจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ มาถึงวันนี้ก็ยังรักษาคำพูดนี้อยู่  มันมีบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นอย่างที่อ้อพูดเมื่อสักครู่นี้ หลายๆคนอาจะนำไปใช้ก็ได้ถือว่าเป็นวิทยาทานเป็นการแลกเปลี่ยนกัน ถ้าวันไหนมันหนักหนาจริงๆ อ้อจะบอกว่า พ่อมานี่ อ้อจะกราบเท้าพ่อ ขอโทษแล้วก็อยากจะขอบคุณพ่อที่เลี้ยงดูมา ที่อยู่ด้วยกันมาแล้วก็ดูแล มาถึงตรงนี้ผมกล้าพูดได้ว่า ในชีวิตนี้จะอยู่ดูแลอ้อแล้วก็ลูกๆของเราไปจนลมหายใจสุดท้ายครับ

ติ๊ก ชิโร่

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม