เลื่อนขั้นดาบเชฐ 4 ชั้นยศ ถูกเมาแล้วขับชนดับ ขณะปฏิบัติหน้าที่

12 ก.พ. 67

เลื่อนขั้นดาบเชฐ 4 ชั้นยศ เป็น พ.ต.ต. หลังถูกคนเมาแล้วขับชนเสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่

 

จากกรณี ด.ต.นิเชฐ ฮวยแหยม ผู้บังคับหมู่ป้องกันและปราบปราม สภ.อัมพวา ถูกรถเก๋งพุ่งชน ขณะยืนอำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณจุดกลับรถ ถนนสมุทรสงครามอัมพวา หน้าโรงบรรจุแก๊สหุงต้ม ต.บ้างช้าง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ขาเข้าแม่กลองจนร่างลอยกระแทกพื้นบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลา 18.30 น.ของวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา

ต่อมาเมื่อเวลา 10.57 น.ของวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา ด.ต.นิเชฐ เสียชีวิตลงอย่างสงบที่โรงพยาบาลตำรวจ หลังส่งต่อจากโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า มารักษาตัวประมาณ 1 สัปดาห์

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ น.ส.ไพเราะ สายแสง อายุ 44 ปี ภรรยา พร้อมด้วย นายเกียรติยศ ฮวยแหยม อายุ 24 ปี ลูกชายคนโต และญาติ ได้นิมนต์ พระปลัดสมศักดิ์ อัตตสุโภ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบางกะพ้อม เคลื่อนย้ายศพจากโรงพยาบาลตำรวจ มาจัดกองเกียรติยศที่ บก.ภ.จว.สมุทรสงคราม อย่างสมเกียรติ

พล.ต.ต.สมภพ คูหาวิชานันท์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสงคราม พร้อมด้วย พ.ต.อ.เพชรกล้า ทวีกาญจน์ ผกก.สภ.อัมพวา นำข้าราชการตำรวจจัดกองเกียรติยศ โดย นายเกียรติยศ ถือกระถางธูป, น.ส.ไพเราะ ถือรูปภาพ นำศพลงจากรถตู้ส่งศพจากโรงพยาบาลตำรวจ มาคลุมด้วยธงชาติ และขึ้นบนแท่นในรถเกียรติยศ โดยมีข้าราชการตำรวจนั่งประคองด้านข้าง ด้านละ 3 นาย และเคลื่อนขบวนจากสมุทรสงคราม เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดหัวโพ ต.หัวโพ อ.บางแพ จ.ราชบุรี 

สำหรับศพ ด.ต.นิเชฐ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพวงมาลาจากพระบรมวงศ์ษานุวงศ์ 12 พระองค์ เพื่อเป็นเกียรติยศแด่ ด.ต.นิเชฐ ขณะที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ทรงรับศพ ด.ต.นิเชฐ ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์โดยตลอด 6 คืน

ด้านสวัสดิการตำรวจ เบื้องต้น ด.ต.นิเชฐ ได้รับเลื่อนขั้น 4 ชั้นยศ เป็น พ.ต.ต.นิเชฐ ฮวยแหยม ส่วนนายเกียรติยศได้บรรจุเข้ารับข้าราชการตำรวจต่อจากบิดาที่เสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่ ยศ ร.ต.ต. ขณะที่เงินสวัสดิการเบื้องต้น ได้รับเงินสวัสดิการตำรวจภูธรภาค 721,000 บาท, กองทุนสวัสดิการ จังหวัดสมุทรสงคราม 230,000 บาท, กองทุนสวัสดิการตำรวจ 250,000 บาท และยังมีเงินส่วนอื่นที่กำลังรวบรวมรายละเอียดต่อไป ซึ่ง พล.ต.ต.สมภพ ยืนยันให้ความช่วยเหลือเต็มที่

ส่วนความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่ได้แจ้ง 2 ข้อหาคนขับรถเก๋งคันก่อเหตุ คือ เมาเล้วขับ เนื่องจากตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ พบสูงถึง 128 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และเพิ่มโทษจากเดิม ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพิ่ม เป็นขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ แจ้งข้อหาคนขับรถเก๋งสีน้ำเงินที่ขับแข่งกันมาข้อหาขับรถประมาทหวาดเสียว ต่อไป.

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวทั่วไป เป็นกระแส