ทัพเรือจับเรือเวียดนาม 2 ลำ ที่พยายามขับหนีสุดชีวิต หลังเข้ามาคราดปลิงทะเลลุกน่านน้ำ

10 ก.พ. 67

ทัพเรือภาคที่ 2 โดยเรือหลวงคลองใหญ่ จับกุมเรือประมงเวียดนามคราดปลิงทะเล 2 ลำ พร้อมลูกเรือ 10 คน ลุกล้ำน่านน้ำลักลอบเข้ามาทำการประมงบริเวณอ่าวไทย โดยเรือประมงทั้ง 2 ลำขับหนีแบบสุดชีวิต

เรือหลวงคลองใหญ่ ทัพเรือภาคที่ 2 กำลังเข้าจับกุมเรือประมงคราดปลิงทะเลเวียดนาม 2 ลำ ที่พยายามวิ่งเรือหลบหนีการจับกุม โดยมีเครื่องบินตรวจการณ์ชี้เป้า ปฏิบัติการร่วมกันกับเรือหลวงคลองใหญ่ ทำให้เรือหลวงคลองใหญ่สามารถค้นหาเรือประมงเวียดนามได้เร็วขึ้น เพื่อเข้าตรวจสอบและจับกุม โดยเรือประมงเวียดนามทั้งสองลำ ขับเรือหนีอย่างสุดชีวิต เพื่อให้รอดพ้นจากการจับกุม แต่ก็หนีไม่รอดจนต้องยอมจำนน และหยุดเรือยอมให้จับกุมโดยดี โดยสามารถจับกุมได้ในที่สุดทั้งสองลำ จับกุมไต้ก๋งพร้อมลูกเรือรวม 10 คน

ทัพเรือภาคที่ 2 ได้รับข่าวจากการข่าวทหารเรือ และศรชล.ภาค 2 ว่า มีกลุ่มเรือประมงต่างชาติเข้ามาทำการประมงผิดกฎหมายในน่านน้ำไทย บริเวณแบริ่ง 068 ระยะ 63.5 ไมล์ จากปากร่องน้ำสงขลา ซึ่งอยู่ในเขตทะเลอาณาเขต

พลเรือโท พิจิตต ศรีรุ่งเรือง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ได้สั่งการให้ เครื่องบินตรวจการณ์ชี้เป้า ปฏิบัติการร่วมกันกับเรือหลวงคลองใหญ่ ในการลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ โดยในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.30 น. ได้ตรวจพบเรือประมงสัญชาติเวียดนาม จำนวน 2 ลำ เป็นเรือคราดปลิงทะเล ซึ่งกำลังลักลอบทำการประมง เรือหลวงคลองใหญ่ จึงได้เข้าทำการจับกุม

โดยลำที่ 1 จับกุมได้ในเขตทะเลอาณาเขต บริเวณแบริ่ง 066 ระยะ 70 ไมล์ จากทุ่นไฟปากร่องน้ำสงขลา พร้อมผู้ควบคุมเรือและลูกเรือ จำนวน 5 คน (ลูกเรือบาดเจ็บ 1 คน โดนตะขอเกี่ยวบริเวณเท้า)

สำหรับลำที่ 2 จับกุมได้ในเขตน่านน้ำภายใน บริเวณแบริ่ง 085 ระยะ 76 ไมล์ จากทุ่นไฟปากร่องน้ำสงขลา พร้อมผู้ควบคุมเรือและลูกเรือ จำนวน 5 คน

จากนั้นเรือหลวงคลองใหญ่ ได้ควบคุมเรือประมงเวียดนาม(ของกลาง) ทั้ง 2 ลำพร้อมลูกเรือทั้งหมดรวม 10 คน เดินทางกลับมาเทียบท่า ที่ ท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม และส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

และเมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้  10 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ บริเวณท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 โดยมี พลเรือตรี โชคชัย เรืองแจ่ม เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 2 และพลเรือตรี ไชยนันต์ ชูใหม่ รอง ผอ.ศรชล ภาค 2 พร้อมคณะได้เดินทางมาควบคุมดูแลการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารเรือ ในการนำลูกเรือประมงเวียดนามทั้ง 10 คน ขึ้นมาสอบสวนเพิ่มเติมโดยผ่านล่ามของทัพเรือภาคที่ 2 เพื่อเก็บข้อมูลไว้เป็นประวัติในการจับกุมเรือประมงเวียดนามในแต่ละครั้ง พร้อมทั้งมอบอาหารและน้ำดื่มให้กับลูกเรือทั้ง 10 คน และหลังจากสอบสวนเสร็จแล้ว ได้นำลูกเรือทั้ง 10 คน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การดำเนินคดีกับเรือประมงสัญชาติเวียดนามในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นการจับกุมในพื้นที่เขตน่านน้ำภายในจึงได้ตั้งข้อกล่าวหาผู้กระทำความผิดไว้ 3 ข้อหา ดังนี้

  1. ใช้เรือประมงไร้สัญชาติทำการประมงในเขตการประมงไทย (ตาม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 มาตรา 10)
  2. ร่วมกันทำการประมงพาณิชโดยไม่มีใบรับอนุญาตทำการประมง (ตาม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558
  3. ทำการประมงในเขตการประมงไทยโดยทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมเรือโดยไม่ได้รับอนุญาต (ตาม พ.ร.ก.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย พ.ศ.2482)

สำหรับการจับกุมเรือประมงต่างชาติในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ 2 ในปีงบประมาณ 2567 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 จนถึงปัจจุบัน มีการจับกุม รวมทั้งในครั้งนี้ด้วยแล้วจำนวน 5 ครั้ง เรือของกลาง 5 ลำ ผู้ควบคุมเรือพร้อมลูกเรือรวมจำนวน 31 คน

ทั้งนี้การปฏิบัติดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ปี 2567 โดยร่วมกับ ศรชล.ภาค 2 ในการประสานการปฏิบัติ ตั้งแต่ด้านการข่าว และจัดกำลังทางเรือ และอากาศนาวี ลาดตระเวน เฝ้าตรวจ และคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำการรุกล้ำน่านน้ำไทยของเรือประมงต่างชาติเพื่อเข้ามาทำการประมงโดยผิดกฎหมาย จนประสบความสำเร็จในการจับกุมในครั้งนี้

ท้ายนี้ ทัพเรือภาคที่ 2 ขอขอบคุณพี่น้องชาวประมง ในความร่วมมือที่ได้แจ้งเบาะแสของเรือที่กระทำความผิด และขอให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนและชาวประมงไทยว่า “ในพื้นที่รับผิดชอบของ ทัพเรือภาคที่ 2   ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 113,275 ตารางกิโลเมตร นั้น เราจะปกป้อง และรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างเต็มความสามารถ โดยมิยอมให้เรือประมงต่างชาติรุกล้ำเข้ามาแย่งชิงทรัพยากรในการทำการประมงเป็นอันขาด ทั้งนี้เพื่อให้ทรัพยากรของประเทศไทย คงอยู่กับลูกหลานของคนไทยตลอดไป

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม