หมูเถื่อน นำเข้าราคาถูก กินไปเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจ จากสารเร่งเนื้อแดง

5 ธ.ค. 66

กินหมูเถื่อนราคาถูกเป็นภัยสุขภาพ เสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจ มีอาการทางจิตประสาท หญิงมีครรภ์ ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ควรเลี่ยง

ภายหลังจากมีการตรวจพบนำเข้า หมูเถื่อน ซึ่งส่งผลกระทบไปยังหลายส่วนทั้งกลุ่มของคนที่มีอำนาจในการตรวจสอบนำเข้าเนื้อหมู เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู มาถึงผู้บริโภคที่กังวลในเรื่องของความเสี่ยงกับการรับสารเคมีหรือแม้แต่โรคที่มากับหมูเถื่อนโดยไม่ผ่านการตรวจสอบ เช่น อาจมีสารเร่งเนื้อแดงแฝงมากับเนื้อหมูราคาถูกกว่าปกติในท้องตลาด 

หมูเถื่อน คืออะไร

หมูเถื่อน เป็นเนื้อหมูนำเข้าจากประเทศต้นทางลักลอบนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมายโดยไม่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ผ่านการตรวจโรค ไม่ผ่านการตรวจสารตกค้าง ไม่ผ่านวิธีการทางศุลกากร ซึ่งอาจมีการใช้ "สารเร่งเนื้อแดง" "ยาปฏิชีวนะ" หรือเป็นหมูชิ้นส่วนที่ประเทศต้นทางไม่นิยมรับประทาน (หมูขยะ) มีความเสี่ยงปนเปื้อของแบคทีเรีย รวมไปถึงอาจมีการใช้ยาหรือสารเคมีห้ามใช้และอาจส่งผลอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค

อันตรายจากสารเร่งเนื้อแดง

เว็บไซต์ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ระบุข้อมูลว่า ในประเทศไทย ได้มีการนำสารในกลุ่มบีตา-อะโกนิสต์โดยเฉพาะ เคลนบิวเทอรอล (Clenbuteral) และซัลบูทามอล (Salbutamol) มาใช้เติมลงในอาหารหมู สารนี้จะตกค้างในเนื้อหมู มาถึงผู้บริโภค เป็นอันตรายในอาหาร (food hazard) ประเภทอันตรายทางเคมี (chemical hazard) โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรู้จักและเริ่มใช้สารบีตา-อะโกนิสต์ โดยเฉพาะเคลนบิว-เทอรอลมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 โดยใช้ชื่อทางการค้าต่างๆ กัน เช่น เลนดอล โดโซลบี แอมโปรฟีด บีดอล 2201 และแมคโต-เอส เป็นต้น

เนื่องจากไม่มีการใช้เคลนบิวเทอรอลในยาคน และความเข้มงวดในการสั่งนำเข้าประเทศ ดังนั้นสารเร่งเนื้อแดงอีกชนิดหนึ่งที่นิยมในปัจจุบันคือ ซัลบูทามอล (Salbutamol) ซึ่งหาซื้อได้ง่ายกว่าเพราะมีการใช้เป็นยาของคน แต่นำซัลบูทามอลมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ คือใช้เป็นสารเร่งเนื้อแดงโดยผสมในอาหารและน้ำสำหรับเลี้ยงหมู เพื่อให้ซากหมูมีเนื้อแดงมาก มีไขมันน้อยซึ่งทำให้ได้ราคาดี

ผลของสารเร่งเนื้อแดงต่อหมู

ก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อตัวสัตว์ ทำให้สัตว์เกิดอาการหัวใจเต้นเร็วขึ้น ในสัตว์บางชนิดอาจพบการตายของกล้ามเนื้อหัวใจ การสร้างความร้อนในตัวสัตว์ที่เพิ่มขึ้น มีผลทำให้สัตว์ทนต่อความร้อนได้ลดน้อยลง และอาจเกิดภาวะเครียดจากความร้อน (heat stress) ได้

หมูที่ยังมีชีวิตอยู่สามารถสังเกตุมีลักษณะมัดกล้ามนูนเด่นกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณสะโพก สันหลัง หรือบริเวณหัวไหล่ ถ้าได้รับปริมาณสูงมากๆ หมูจะมีอาการสั่นอยู่ตลอดเวลา

ผลของสารเร่งเนื้อแดงต่อซากหมู

  • ทำให้คุณภาพซากหมูมีเนื้อแดงเพิ่มมากขึ้น ไขมันน้อยลง ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค
  • การเกิดเนื้อซีดฉ่ำน้ำ (PSE) ลดลง
  • เนื้อสีแดงคล้ำกว่าปกติ เมื่อหั่นทิ้งไว้จะมีลักษณะเนื้อค่อนข้างแห้ง

อันตรายจากการบริโภคเนื้อหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้าง

การบริโภคเนื้อสัตว์ที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างอยู่ มีผลต่อการทำงานของระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ กล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือด หลอดลม กระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น อาจมีอาการมือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ กระวนกระวาย วิงเวียนศีรษะ บางรายมีอาการเป็นลม นอนไม่หลับ คลื่นไส้ อาเจียน มีอาการทางจิตประสาท และเป็นอันตรายมากสำหรับหญิงมีครรภ์และผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคไฮเปอร์ไทรอยด์

ประเทศไทยและต่างประเทศได้ห้ามใช้สารกลุ่มนี้ในการผลิตอาหารสัตว์โดยเด็ดขาด เป็นอันตรายในอาหาร (food hazard) ประเภทอันตรายทางเคมี (chemical hazard) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 269) พ.ศ. 2546เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีการปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มบีตา-อะโกนิสต์ กำหนดให้อาหารทุกชนิดมีมาตรฐานโดยตรวจไม่พบการปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มบีตา-อะโกนิสต์ และเกลือของสารกลุ่มนี้ รวมถึงสารในกระบวนการสร้างและสลาย หรือเมแทบอไลต์ (metabolite) ของสารดังกล่าวด้วย การตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนสารเคมีตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการตรวจวิเคราะห์ทางวิชาการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประกาศ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 มาตรา 6 (5) , 57

ถึงแม้พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 จะมีผลใช้และยกเลิกฉบับ พ.ศ.2525 แล้วแต่ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กําหนดชื่อ ประเภท ชนิด หรือลักษณะของอาหารสัตว์ที่ไม่อนุญาตให้นําเข้าเพื่อขาย และกำหนดชื่อ ประเภท ชนิด ลักษณะ คุณสมบัตและส่วนประกอบของวัตถุที่เติมในอาหารสัตว์ที่ห้ามใช้เป็นสวนผสมในการผลิตอาหารสัตว์ พ.ศ. 2545 ยังมีผลบังคับจนกว่าจะมีการออกฉบับใหม่ตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558

 

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวทั่วไป เป็นกระแส